<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ญี่ปุ่น Archives - KarnLab</title>
	<atom:link href="https://karnlab.com/tag/%E0%B8%8D%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://karnlab.com/tag/ญี่ปุ่น/</link>
	<description>Blog รีวิว หนังสือ เขียนโปรแกรม นานาสาระ</description>
	<lastBuildDate>Thu, 12 Nov 2020 16:00:05 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://karnlab.com/wp-content/uploads/2017/12/Logo-150x150.png</url>
	<title>ญี่ปุ่น Archives - KarnLab</title>
	<link>https://karnlab.com/tag/ญี่ปุ่น/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สรุปแนวคิดน่าสนใจจากหนังสือ &#8211; Productivity คิดแบบเยอรมัน ลงมือทำแบบญี่ปุ่น</title>
		<link>https://karnlab.com/review-productivity-germany-japan/</link>
					<comments>https://karnlab.com/review-productivity-germany-japan/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Nov 2020 16:00:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[Productivity]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิว]]></category>
		<category><![CDATA[ลงมือทำ]]></category>
		<category><![CDATA[สรุป]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[เยอรมัน]]></category>
		<category><![CDATA[แนวคิด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://karnlab.com/?p=3075</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผู้เขียนเป็นชาวญี่ปุ่นที่โอกาสไปทำงานที่บริษัท (ธนาคาร) แห่งหนึ่งในเยอรมัน และนี่คือเรื่องราวที่เขาเปรียบสไตล์การทำงานของคนเยอรมันและคนญี่ปุ่น บางข้อผมคิดว่าสามารถปรับใช้ที่ไทยได้ดี แต่บางข้อผมก็ไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไร บทที่ 1 – แนวคิดพื้นฐาน ทำไมสถานีรถไฟที่เยอรมันมีเสียงประกาศน้อย บางครั้งคนญี่ปุ่นสร้างกฎระเบียบไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ เราสร้างกฎขึ้นมาแล้วก็แค่ปฏิบัติตาม พอทำตามแล้วก็สบายใจ แต่เราไม่เคยพูดคุยกันเลยว่า กฎนี้เข้ากับสภาพแวดล้อมสังคมหรือไม่? ทำไมต้องสร้างกฎนี้ขึ้นมา? กฎนี้เปลี่ยนแปลงได้หรือไม่? ใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง “การทำงานไม่ได้มีเพียงรูปแบบเดียว” [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-productivity-germany-japan/">สรุปแนวคิดน่าสนใจจากหนังสือ &#8211; Productivity คิดแบบเยอรมัน ลงมือทำแบบญี่ปุ่น</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ผู้เขียนเป็นชาวญี่ปุ่นที่โอกาสไปทำงานที่บริษัท (ธนาคาร) แห่งหนึ่งในเยอรมัน และนี่คือเรื่องราวที่เขาเปรียบสไตล์การทำงานของคนเยอรมันและคนญี่ปุ่น บางข้อผมคิดว่าสามารถปรับใช้ที่ไทยได้ดี แต่บางข้อผมก็ไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไร</p>



<ul class="wp-block-list"><li>บทที่ 1 – แนวคิดพื้นฐาน<ul><li>ทำไมสถานีรถไฟที่เยอรมันมีเสียงประกาศน้อย<ul><li>บางครั้งคนญี่ปุ่นสร้างกฎระเบียบไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ เราสร้างกฎขึ้นมาแล้วก็แค่ปฏิบัติตาม พอทำตามแล้วก็สบายใจ แต่เราไม่เคยพูดคุยกันเลยว่า กฎนี้เข้ากับสภาพแวดล้อมสังคมหรือไม่? ทำไมต้องสร้างกฎนี้ขึ้นมา? กฎนี้เปลี่ยนแปลงได้หรือไม่?</li></ul></li></ul><ul><li>ใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง<ul><li>“การทำงานไม่ได้มีเพียงรูปแบบเดียว” คนเยอรมันยืดหยุ่นกับการทำงานค่อนข้างมาก พวกเขาขอแค่ทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จก็พอ</li></ul></li></ul><ul><li>ความคิด “พึ่งพาตนเอง เป็นอิสระ”<ul><li>หัวหน้าควรปล่อยให้ลูกทีมคิดเองบ้าง และไม่ต้องให้ลูกทีมรายงานทุกสิ่งอย่าง สภาพแวดล้อมที่ให้ความสำคัญกับอิสระ เป็นปัจจัยที่ขาดไม่ได้ในการเพิ่ม Productivity</li></ul></li></ul><ul><li>เทคนิคหลุดพ้นจากอิทธิพลของคนรอบข้าง<ul><li>คนญี่ปุ่นเชื่อว่า “ทำตัวเด่น จะเป็นภัย” แต่คนเยอรมันเชื่อว่า “ไม่ทำตัวเด่น ไม่มีใครเห็นค่า”</li></ul><ul><li>ขงจื่อเคยกล่าวไว้ว่า “สุภาพชนปรองดองแต่ไม่คล้อยตาม คนต่ำช้าคล้อยตามแต่ไม่ปรองดอง”</li></ul></li></ul><ul><li>ก่อนจะทำตามคนอื่น ลองตั้งคำถามดูบ้าง</li></ul><ul><li>ฉันควรให้ความสำคัญกับอะไร</li></ul><ul><li>คนเยอรมันเลือกทางเดินชีวิตตั้งแต่ 10 ขวบ<ul><li>คนเยอรมันมี Productivity สูง เพราะระบบการศึกษาและระบบการเข้าทำงาน ถ้านักศึกษารู้ว่าตัวเองเหมาะกับงานหรือบริษัทใดตั้งแต่เนิ่นๆ มันจะช่วยลดโอกาส “เลือกทำงานที่ตัวเองไม่ชอบ” หรือ “ไม่มีกะจิตกะใจทำงาน”</li></ul></li></ul><ul><li>เด็กเยอรมันถูกปลูกฝังให้พึ่งพาตนเอง<ul><li>สิ่งหนึ่งที่คนเยอรมันไม่ทำคือ “ตีลูก”</li></ul><ul><li>ถ้าลูกทำผิด พ่อแม่จะตักเตือนทันทีว่า “ทำไมถึงทำแบบนั้น” หรือ “ทำไม่ไม่ทำแบบนี้”</li></ul><ul><li>เด็กเยอรมันจัดการเวลาของตัวเองได้อย่างอิสระ โรงเรียนสอนเฉพาะช่วงเช้า พอช่วงบ่าย เด็กแต่ละคนจะมีเวลาทำสิ่งที่ตัวเองชอบ จะเล่นกีฬา อ่านหนังสือ หรืองานอดิเรกก็ได้</li></ul><ul><li>ระบบการศึกษาแบบนี้ช่วยให้เด็กคิดเองและทำเองเป็น</li></ul><ul><li>เข้มงวดในเรื่องที่ควรเข้มงวด แต่ก็รู้จักยืดหยุ่น</li></ul></li></ul><ul><li>วิธีใช้เงินของคนญี่ปุ่นและเยอรมัน<ul><li>คนญี่ปุ่นพยายามหาซื้อของ 100 เยน ในราคา 80 เยน</li></ul><ul><li>คนเยอรมันจะไม่ซื้อของราคา 100 เยน แต่จะหาของดีในราคา 120 เยน (คนเยอรมันสนใจคุณภาพมากกว่าราคา)</li></ul></li></ul><ul><li><strong>ทุ่มเทเงินและเวลาเพื่อพัฒนาระบบ *</strong><strong></strong><ul><li>(ข้อนี้ผมเห็นด้วยมาก)</li></ul><ul><li>คนเยอรมันชอบสร้างระบบ และนำไปใช้งานอย่างเต็มที่ พวกเขาทุ่มเทนเงินทองและเวลาเพื่อสร้างระบบโดยไม่เสียดาย ผมเชื่อว่าพวกเขามี Productivity สูงเพราะเรื่องนี้ด้วย<br><br></li></ul></li></ul></li><li>บทที่ 2 – วิธีการสื่อการ<ul><li><strong>แค่พูดอย่างไม่ลังเลก็เพิ่ม </strong><strong>Productivity ได้ *</strong><ul><li>การทักทายกันบ่อยๆ ช่วยให้เพื่อนร่วมงานสนิทกันมากขึ้น (และทำให้กล้าที่จะคุยเรื่องงานกันมากขึ้นด้วย)</li></ul></li></ul><ul><li><strong>ไม่ใช่คำว่า ”ด่วนที่สุด” *</strong><strong></strong><ul><li>อยากให้เปลี่ยนจากคำว่า “ด่วนที่สุด” เป็นระยะเวลาที่สามารถวัดได้ เช่น ภายในเย็นนี้ ภายในเช้าวันพรุ่งนี้</li></ul><ul><li>แล้วต้องพิจารณาด้วยว่า “ด่วนที่สุด” มันเป็นเรื่องเร่งด่วนจริงๆ หรือเปล่า</li></ul><ul><li>ถ้าเราอธิบายด้วยคำพูดที่ชัดเจนและลงรายละเอียดให้อีกฝ่ายเข้าใจ วิธีนี้ช่วยเพิ่ม Productivity ได้</li></ul></li></ul><ul><li><strong>คิดเสียว่าถามฟรี *</strong><strong></strong><ul><li>สังคมญี่ปุ่นมองว่าการเอาใจใส่ การเดาใจคนอื่น และการเห็นอกเห็นใจเป็นคุณธรรมอย่างหนึ่ง</li></ul><ul><li>คนที่เดาความรู้สึกอีกฝ่าย หรือ สิ่งที่แผฝอยู่ในคำพูดได้อย่างคล่องแคล่ว จะได้รับคำชมว่ามีไหวพริบ</li></ul><ul><li>เหล่านี้คือความคิดอันน่าทึ่งของคนญี่ปุ่น จิตวิญญาณในการบริการแบบญี่ปุ่นจึงประสบความสำเร็จสูงมาก</li></ul><ul><li>** แต่ในแวดวงธุรกิจ การเดาใจคนอื่นมากเกินไปจะขัดขวางประสิทธิภาพการทำงาน</li></ul><ul><li>** แล้วทำอย่างไรถึงจะไม่ต้องอ่านใจคนอื่น? คำตอบง่ายๆ คือ ถ้าไม่รู้ก็แค่ถาม</li></ul><ul><li>** ถามทันทีเมื่อไม่เข้าใจ (ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนตำหนิ คิดเสียว่าถามฟรี)</li></ul></li></ul><ul><li>เทคนิคเลิกเดาใจคน<ul><li>พูดให้มากขึ้น</li></ul></li></ul><ul><li>ไม่ “โฮเร็นโซ” โดยเปล่าประโยชน์<ul><li>โฮเร็นโซ คือ วิธีการทำงานแบบญี่ปุ่น<ul><li>โฮ = การรายงาน</li></ul><ul><li>เร็น = การแจ้งข้อมูล</li></ul><ul><li>โซ = การปรึกษา</li></ul><ul><li>เมื่อนำมารวมกันมีความหมายว่า การรายงานความคืบหน้าของงานให้หัวหน้ารู้โดยไม่ต้องรอให้ถาม</li></ul></li></ul><ul><li>ไม่ใช่แค่หัวหน้า ผู้บริหาร รวมถึงเจ้าของ ก็จะเดินไปทั่วบริษัทและทักทายพนักงาน</li></ul><ul><li>ก่อนกลับบ้าน หัวหน้าก็จะเดินไปทั่วบริษัทเหมือนตอนเช้า และพูดคุยสั้นๆ กับลูกทีมเสมอ</li></ul></li></ul><ul><li><strong>เมื่อทำผิดพลาด ต้องคิดว่า “ครั้งต่อไปจะทำอย่างไร” *</strong><strong></strong><ul><li>เวลาเกิดเรื่องผิดพลาด ถ้าเราไม่ขอบคุณคนที่มารายงาน จะไม่มีใครกล้ารายงานเรื่องไม่ดี</li></ul><ul><li>ถ้าเรามัวแต่คิดหาเหตุผลที่ทำไม่ได้ มันจะกลายเป็นการทวงถามความรับผิดชอบหรือวิพากษ์วิจารณ์</li></ul><ul><li>เมื่อโทษว่าเป็นความผิดส่วนบุคคล ต่อไปลูกทีมจะไม่กล้าตัดสินใจเอง เพราะกลัวความผิดพลาด ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเพิ่ม Productivity ภายในบริษัท</li></ul></li></ul><ul><li>หยุดเขียนอีเมลถามไปถามมาไม่จบสิ้น<ul><li>สำหรับเรื่องที่สำคัญ เราควรคุยปรึกษากันทางโทรศัพท์ หรือเดินเข้าไปคุยกันโดยตรง จะได้ประสิทธิภาพกว่า</li></ul></li></ul><ul><li>อย่าประชุมแบบตัดสินใจไม่ได้ (ไม่มีข้อสรุป)</li></ul><ul><li>สังสรรค์กับเพื่อนร่วมงานเพื่อให้งานราบรื่น</li></ul><ul><li>เสริมความแข็งแกร่งของการสื่อสารแนวนอน</li></ul><ul><li>พูดคำที่เขาใช้กัน<br><br></li></ul></li><li>บทที่ 3 – วิธีบริหารเวลา<ul><li>เวลาสามารถบริหารได้<ul><li>การตรงต่อเวลาเป็นเรื่องสำคัญ – ทั้งคนเยอรมันและคนญี่ปุ่นจะมาก่อนเวลานัด 5-10 นาที</li></ul></li></ul><ul><li>ลองคิดว่า “การทำงานล่วงเวลาไม่ใช่สิ่งที่ดี”<ul><li>คนเยอรมันชื่อชมคนที่มีผลงาน แต่ถ้ามีใครทำงานล่วงเวลาเป็นประจำ เขาจะโดนสงสัยเรื่องวิธีทำงานทันที</li></ul><ul><li>ถ้าคุณโอ้อวดว่าตัวเองทำงานหนักจนไม่ได้นอนแบบคนญี่ปุ่น คุณจะถูกคนเยอรมันมองว่าทำงานไม่เป็น</li></ul><ul><li>คนที่ทำงานได้นานหลายชั่วโมงหรือคนที่ยุ่งมากๆ ในญี่ปุ่นจะมีภาพลักษณ์ที่น่านับถือ แต่คนยุโรปกลับมองว่าพวกเขาเป็นคนที่ไร้ความสามารถ (บริหารเวลาไม่เป็น)</li></ul></li></ul><ul><li>อย่าเสียเวลาเขียนอีเมลนาน<ul><li>ไม่ต้องเสียเวลาเขียนเกริ่นนำยืดยาว เขียนประเด็นที่ต้องการได้เลย</li></ul></li></ul><ul><li>วิธีใช้เวลาพักแบบคนเยอรมัน<ul><li>ให้ความสำคัญกับตอนนี้และจงสนุกอยู่กับปัจจุบัน</li></ul><ul><li>จงทำงานที่ได้รับมอบหมายตอนนี้ อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง</li></ul></li></ul><ul><li>เก็บออมชั่วโมงทำงานล่วงเวลา<ul><li>เงินทองใช้หมดไปก็หาใหม่ได้ แต่ชีวิตที่ผ่านไปแล้ว เรียกกลับคืนมาไม่ได้</li></ul><ul><li>จงใช้เวลาอย่างประหยัด และคิดทบทวนการทำงานเพื่อให้งานเสร็จเร็วขึ้น</li></ul></li></ul><ul><li>เวลาเงียบสงบช่วยเพิ่ม Productivity<ul><li>เมื่อถึงเวลาพัก ก็ต้องพักให้เต็มที่</li></ul></li></ul><ul><li>วิธ๊จัดลำดับความสำคัญของงานแบบคนเยอรมัน<ul><li>การจัดลำดับความสำคัญของงานแบบยืดหยุ่นคือวิธีทำงานของนักธุรกิจชั้นนำ</li></ul><ul><li>คนเยอรมันมอบหมายงานกันอย่างชัดเจน พวกเขาจะไม่รับงานอื่นที่อยู่นอกเหนือจากงานและตัวเอง และให้ความสำคัญกับงานที่ได้รับมอบหมายมาเป็นอันดับแรก</li></ul><ul><li>การไม่ยอมให้งานอื่นเข้ามาแทรกงานหลัก เป็นหนึ่งในเทคนิคที่ช่วยเพิ่ม Productivity</li></ul></li></ul><ul><li>เทคนิคกำจัดสิ่งรบกวนสมาธิ<ul><li>หูฟังตัดเสียงดีๆ ช่วยคุณให้มีสมาธิเพิ่มขึ้นได้</li></ul><ul><li>การใช้เวลาทำงานเอกสารมากเกินไป ไม่ใช่เรื่องที่ดี</li></ul></li></ul><ul><li>ใครๆ ก็ลาพักร้อนได้<ul><li>ลาพักร้อนต้องลาไปพักจริงๆ อย่าแบกงานไปทำที่ชายหาด</li></ul><ul><li>โลกนี้แทบไม่มีงานด่วนที่ต้องทำทันที งานส่วนใหญ่ต่อให้เลื่อนไป 1 สัปดาห์ ก็ยังพอหาทางออกได้<br><br></li></ul></li></ul></li><li>บทที่ 4 – การทำงานเป็นทีม<ul><li>เพิ่มความฉับไวในการทำงาน<ul><li>การเพิ่มทักษะของพนักงานก็สำคัญเช่นกัน ก่อนเพิ่ม Productivity ในการทำงาน คุณต้องทบทวนสภาพของทีมและการบริหารทีม ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือ “โครงสร้างบริษัท”</li></ul><ul><li>การที่บริษัทมีลำดับชั้นมากเกินไป ส่งผลเสียต่อ Productivity</li></ul><ul><li>บริษัทญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับระบบอาวุโสและความสัมพันธ์ระหว่างหัวหน้ากับลูกน้อง แต่บริษัทเยอรมันไม่ได้สนใจเรื่องนี้ (สนใจที่ประสิทธิภาพและความสามารถในการทำงาน)</li></ul></li></ul><ul><li>สำนึกรับผิดชอบเรื่องาน<ul><li>บริษัทญี่ปุ่นมีงานที่ไม่ได้ระบุผู้รับผิดชอบจำนวนมาก (เช่น งานถ่ายเอกสาร การชงน้ำชาให้ลูกค้า) ซึ่งงานประเภทนี้จะไปลด Productivity ของคนที่มีงานประจำอยู่แล้ว ดังนั้น เราควรกำหนดผู้รับผิดชอบในงานต่างๆ ให้ชัดเจน วิธีนี้จะช่วยเพิ่ม Productivity ได้</li></ul><ul><li>หัวหน้าต้องแจกจ่ายงานให้เหมาะสม ไม่อ้างว่า “ทำเพื่อทีม” หรือ “ทำเพื่อเพิ่มประสบการณ์” ถ้าทีมยังทำงานล่าช้า หัวหน้าก็ต้องรับมือให้ได้</li></ul></li></ul><ul><li>บางเวลาต้องถ่ายโอนอำนาจ<ul><li>เราต้องให้อำนาจแก่ลูกน้องในการทำงานให้เสร็จด้วย วิธ๊นี้เป็นการเพิ่ม Productivity</li></ul><ul><li>คนญี่ปุ่นมักคุ้นเคยกับความคิดที่ว่า “ขอปรึกษาหัวหน้าก่อน” แนวคิดนี้ทำให้งานเสร็จล่าช้า &#8211; หัวหน้าควรเปิดใจให้ลำอาจแก่ลูกน้องด้วย</li></ul></li></ul><ul><li>ยิ่งเป็นข้อมูลไม่ดี ยิ่งต้องเปิดรับ<ul><li>ถึงคุณจะทำผลงานแย่ คุณจะไม่ถูกไล่ออก แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลเสียต่อบริษัทแล้วคุณปิดบังเรื่องนั้น คุณจะถูกไล่ออกทันที (พนักงานทำงานผิดพลาดได้ แต่ห้ามปิดบังความผิดเด็ดขาด)</li></ul><ul><li>ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่สิ่งต้องห้าม เป็นเรื่องที่บริษัทต้องเตรียมพร้อมรับมือ</li></ul></li></ul><ul><li>รู้จักพลิกแพลงเวลาสั่งงาน<ul><li>คนเยอรมันชอบสื่อสารกันตรงๆ เวลาหัวหน้าสั่งงาน ลูกน้องมักจะถามว่า “ทำไมต้องทำเรื่องนี้” “งานนี้ต้องทำเมื่อไหร่” “เป้าหมายของงานนี้คืออะไร”</li></ul></li></ul><ul><li>ครึ่งชีวิตคือการจัดระเบียบ<ul><li>บริษัทควรมีระบบแชร์ข้อมูลภายในองค์กรระหว่างแผนกต่างๆ โดยเฉพาะข้อมูลลูกค้าและการขาย ทุกแผนกควรทราบถึงปัญหาของลูกค้า สินค้าและบริการต่างๆ &#8211; วิธีนี้จะช่วยให้แผนกต่างๆ รู้ข้อมูลของกันและกัน และมันจะเป็นประโยชน์สำหรับการส่งมอบงานให้พนักงานใหม่ด้วย</li></ul></li></ul><ul><li><strong>อย่าลังเลที่จะถามจนกว่าจะเข้าใจ *</strong><strong></strong><ul><li><strong>คิดเสียว่าถามฟรี *</strong><strong></strong></li></ul></li></ul><ul><li>เลขาฯ คือเพื่อนร่วมรบ<ul><li>ที่เยอรมัน เลขาฯ ไม่ใช่ตำแหน่งผู้ช่วยผู้บริหาร</li></ul><ul><li>เลขาฯ จะเป็นผู้ช่วยประจำทีม ทราบเรื่องต่างๆ ของสมาชิกภายในทีม (เหมือนตำแหน่ง Support ที่ขาดไม่ได้)</li></ul></li></ul><ul><li>ทำไมคนเยอรมันชอบดื่มในบริษัทตอน 5 โมงเย็นวันศุกร์<ul><li>พนักงานมักจะสังสรรค์กันเองภายในบริษัท 1 ชั่วโมง ก่อนกลับบ้านไปหาครอบครัว</li></ul></li></ul><ul><li>ผูกไมตรีกับลูกค้า<br><br></li></ul></li><li>บทที่ 5 – การใช้ชีวิต<ul><li>วิธีช่วยให้พนักงานลางานง่ายขึ้น<ul><li>บริษัทเยอรมันจะมีปฏิทินแผ่นใหญ่ติดไว้ในห้องทำงานของทุกทีม แต่ละคนจะใช้แม่เหล็กสีแดงหรือสีน้ำเงินติดไว้ที่วันหยุดของตัวเอง วิธีนี้จะทำให้ทุกคนรู้ว่าใครจะลาเมื่อไร ถ้าใครมีวันหยุดซ้อนกันจะได้ไปปรึกษากันเพื่อเปลี่ยนวันหยุด</li></ul></li></ul><ul><li>วางสมาร์ทโฟนแล้วไปเดินเล่นกัน<ul><li>ถ้าเครียดจากเรื่องงาน ให้ลองออกไปเดินเล่นข้างนอกดูบ้าง</li></ul></li></ul><ul><li><strong>ครอบครัวมาเป็นที่หนึ่ง *</strong><strong></strong></li></ul><ul><li><strong>จัดสภาพแวดล้อมการทำงานให้ดี *</strong><strong></strong><ul><li>สภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดีส่งผลต่อ Productivity จริงๆ</li></ul></li></ul><ul><li><strong>มีน้ำใจมากขึ้น *</strong><strong></strong></li></ul><ul><li><strong>ยอมรับวิธีการทำงานที่หลากหลาย *</strong><strong></strong></li></ul><ul><li><strong><u>อย่าเอาชีวิตไปยึดติดกับงาน **</u></strong><strong><u></u></strong><ul><li>คนญี่ปุ่นเดินตามทางที่สังคมปูไว้มาโดยตลอด พอถึงเวลาที่ชีวิตต้องเปลี่ยนกะทันหัน คนจำนวนไม่น้อยจึงยังค้นหาความหมายของชีวิตไม่เจอ</li></ul><ul><li>สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต คือ “ประสบการณ์”<br><br></li></ul></li></ul></li></ul>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1000" height="750" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/11/สรุปหนังสือ-คิดแบบเยอรมัน-ลงมือทำแบบญี่ปุ่น-3.jpg" alt="สรุปหนังสือ - คิดแบบเยอรมัน ลงมือทำแบบญี่ปุ่น 3" class="wp-image-3071" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/11/สรุปหนังสือ-คิดแบบเยอรมัน-ลงมือทำแบบญี่ปุ่น-3.jpg 1000w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/11/สรุปหนังสือ-คิดแบบเยอรมัน-ลงมือทำแบบญี่ปุ่น-3-300x225.jpg 300w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/11/สรุปหนังสือ-คิดแบบเยอรมัน-ลงมือทำแบบญี่ปุ่น-3-768x576.jpg 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /><figcaption>สรุปหนังสือ &#8211; คิดแบบเยอรมัน ลงมือทำแบบญี่ปุ่น 3</figcaption></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1000" height="750" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/11/สรุปหนังสือ-คิดแบบเยอรมัน-ลงมือทำแบบญี่ปุ่น-2.jpeg" alt="สรุปหนังสือ - คิดแบบเยอรมัน ลงมือทำแบบญี่ปุ่น 2" class="wp-image-3070" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/11/สรุปหนังสือ-คิดแบบเยอรมัน-ลงมือทำแบบญี่ปุ่น-2.jpeg 1000w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/11/สรุปหนังสือ-คิดแบบเยอรมัน-ลงมือทำแบบญี่ปุ่น-2-300x225.jpeg 300w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/11/สรุปหนังสือ-คิดแบบเยอรมัน-ลงมือทำแบบญี่ปุ่น-2-768x576.jpeg 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /><figcaption>สรุปหนังสือ &#8211; คิดแบบเยอรมัน ลงมือทำแบบญี่ปุ่น 2</figcaption></figure>



<p>ตอนท้ายของหนังสือผู้เขียนได้เสนอ “7 เทคนิคทำงานเก่งทันที ตั้งแต่วันพรุ่งนี้” ซึ่งผมว่ามีประโยชน์มากเลยครับ (ถ้าใครได้อ่านหนังสือเล่มนี้ อยากให้อ่านตรงนี้ก่อนเลย เพราะหลายข้อเราสามารถนำไปใช้ได้จริงทันที)</p>



<ol class="wp-block-list" type="1"><li>คุยงานกันแบบตัวต่อตัวระหว่างมื้อกลางวัน<br>&#8211; พูดง่ายๆ คือ ช่วงมื้อกลางวัน ควรไปทานข้าวกับเพื่อนร่วมงานบ้าง หรือจะไปกินข้าวกับเพื่อนต่างแผนกก็ได้ เราจะได้สามารถปรึกษาเรื่องงานกับเพื่อน หรือ รับรู้ความเป็นไปของเพื่นอแผนกอื่นได้</li><li>ตั้งเป้าหมายการประชุมให้ชัดเจน<br>&#8211; กำหนดให้ชัดเจนไปเลยว่า เราต้องการอะไรจากการประชุมครั้งนี้ เชิญเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องจริงๆ มาประชุม และต้องประชุมภายในเวลาที่กำหนด</li><li>ตัดสินใจวันนี้ ลงมือทำพรุ่งนี้<br>– ก่อนจะทำงานในแต่ละวัน เราต้องวางแผนว่าวันนี้เราจะทำอะไรบ้าง</li><li>ลิสต์ “งาน 3 อย่างของวันนี้” ให้เป็นนิสัย</li><li>ลองประชุมนอกสถานที่บ้าง (เปลี่ยนบรรยากาศ)</li><li>เปลี่ยนเส้นทางกลับบ้าน (ลองทำอะไรใหม่ๆ)</li><li>หาเวลาพักผ่อนให้ตัวเอง</li></ol>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-productivity-germany-japan/">สรุปแนวคิดน่าสนใจจากหนังสือ &#8211; Productivity คิดแบบเยอรมัน ลงมือทำแบบญี่ปุ่น</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://karnlab.com/review-productivity-germany-japan/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวีวหนังสือ – The Little Book of IKIGAI : The Essential Japanese Way to Finding Your Purpose in Life</title>
		<link>https://karnlab.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad-ikigai-2/</link>
					<comments>https://karnlab.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad-ikigai-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 18 Aug 2018 17:44:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[Finding]]></category>
		<category><![CDATA[IKIGAI]]></category>
		<category><![CDATA[Japan]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Purpose]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิว]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือภาษาอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[เป้าหมาย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://karnlab.com/?p=1169</guid>

					<description><![CDATA[<p>เย็นวันหนึ่งหลังเลิกงานที่แสนจะเหนื่อยล้า ผมตั้งใจไปที่ร้านหนังสือเจ้าประจำเพื่อหาซื้อนิยายออกใหม่เล่มหนึ่ง เมื่อได้นิยายที่ต้องการแล้ว ก่อนถึงเคาน์เตอร์ชำระเงิน ผมก็บังเอิญไปสะดุดตากับหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า The Little Book of IKIGAI &#8230; ก่อนหน้านี้ผมเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับ IKIGAI มาบ้างแล้ว แต่ผมรู้สึกว่าหนังสือเล่มนั้นยังสนองความต้องการใคร่รู้เกี่ยวกับ IKIGAI ของผมไม่มากพอ ดังนั้นเมื่อผมได้เจอกับหนังสือเล่มนี้ ผมจึงหยิบไปจ่ายเงินเพื่อกลับมาอ่านต่อที่บ้านอย่างไม่ลังเล และนี่คือที่มาของหนังสือที่ผมจะมาเล่าให้ฟังกันในวันนี้ครับ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad-ikigai-2/">รีวีวหนังสือ – The Little Book of IKIGAI : The Essential Japanese Way to Finding Your Purpose in Life</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เย็นวันหนึ่งหลังเลิกงานที่แสนจะเหนื่อยล้า ผมตั้งใจไปที่ร้านหนังสือเจ้าประจำเพื่อหาซื้อนิยายออกใหม่เล่มหนึ่ง เมื่อได้นิยายที่ต้องการแล้ว ก่อนถึงเคาน์เตอร์ชำระเงิน ผมก็บังเอิญไปสะดุดตากับหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า The Little Book of IKIGAI &#8230;</p>
<p>ก่อนหน้านี้ผมเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับ IKIGAI มาบ้างแล้ว แต่ผมรู้สึกว่าหนังสือเล่มนั้นยังสนองความต้องการใคร่รู้เกี่ยวกับ IKIGAI ของผมไม่มากพอ ดังนั้นเมื่อผมได้เจอกับหนังสือเล่มนี้ ผมจึงหยิบไปจ่ายเงินเพื่อกลับมาอ่านต่อที่บ้านอย่างไม่ลังเล</p>
<p>และนี่คือที่มาของหนังสือที่ผมจะมาเล่าให้ฟังกันในวันนี้ครับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับอะไร</h2>
<p>หนังสือเล่มนี้เขียนโดยชาวญี่ปุ่น อธิบายแนวคิด IKIGAI ไว้ดีมาก ซึ่งมีหลักสำคัญ 5 ประการ คือ</p>
<ol>
<li>เริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ</li>
<li>เป็นตัวของตัวเอง</li>
<li>เน้นความยั่งยืน และ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับธรรมชาติ</li>
<li>มีความสุขกับสิ่งเล็กๆ</li>
<li>อยู่กับปัจจุบัน</li>
</ol>
<p>IKIGAI (<span class="st">生き甲斐</span>) เป็นภาษาญี่ปุ่น เกิดจากการรวมกันของ 2 คำ คือ</p>
<ul>
<li>IKI (<span class="st">生き</span>) แปลว่า ชีวิต</li>
<li>GAI (<span class="st">甲斐</span>) แปลว่า เหตุผล / ผลลัพธ์ / คุณค่า</li>
</ul>
<p>เมื่อนำ 2 คำนี้มารวมกัน IKIGAI จึงหมายถึง เหตุผลที่เรามีชิวิตอยู่ / คุณค่าในชิวตของเรา</p>
<p>หนังสือเล่มนี้แตกต่างจากหนังสือเล่มก่อนหน้าที่ผมเคยอ่าน (IKIGAI : The Japanese Secret to a Long and Happy Life) แต่งโดยชาวยุโรป ซึ่งจะให้มุมมองของชาวต่างชาติที่มีต่อแนวคิด IKIGAI และหนังสือเล่มนั้นเล่าเรื่องเหมือนชาวต่างชาติไปเที่ยวแล้วชื่นยชอบวัฒนธรรมญี่ปุ่นเสียมากกว่า</p>
<p><figure id="attachment_922" aria-describedby="caption-attachment-922" style="width: 626px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="size-full wp-image-922" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/sakura-flower.jpg" alt="sakura flower" width="626" height="417" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/sakura-flower.jpg 626w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/sakura-flower-300x200.jpg 300w" sizes="(max-width: 626px) 100vw, 626px" /><figcaption id="caption-attachment-922" class="wp-caption-text">sakura flower</figcaption></figure></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>เนื้อหาโดยสังเขป</h2>
<p>หนังสือเล่มนี้มี ประมาณ 190 หน้า ประกอบด้วย 10 บท ได้แก่ (อธิบายเนื้อหาในแต่ละบทคร่าวๆ ไปด้วยเลยนะครับ)</p>
<p>* ชื่อบทในหนังสือเป็นภาษาอังกฤษ แต่ผมขอแปลเป็นภาษาไทยเพื่อให้อ่านเข้าใจง่ายนะครับ</p>
<ul>
<li>บทที่ 1 – IKIGAI คืออะไร</li>
<li>บทที่ 2 – เหตุผลที่คุณตื่นขึ้นมาในทุกๆ เช้า</li>
<li>บทที่ 3 – Kodawari และประโยชน์ของการคิดเล็กๆ</li>
<li>บทที่ 4 – ความสวยงามของ IKIGAI</li>
<li>บทที่ 5 – Flow และ ความคิดสร้างสรรค์</li>
<li>บทที่ 6 – IKIGAI และ ความยั่งยืน</li>
<li>บทที่ 7 – ค้นหาเป้าหมายในชีวิต</li>
<li>บทที่ 8 – อะไรที่ฆ่าคุณไม่ตาย จะทำให้คุณแกร่งขึ้น</li>
<li>บทที่ 9 – IKIGAI และ ความสุข</li>
<li>บทที่ 10 – ยอมรับในสิ่งที่คุณเป็น</li>
</ul>
<p>สิ่งที่ผมชอบอย่างหนึ่งในหนังสือเล่มนี้คือ ในแต่ละบทจะสอดแทรกเรื่องราวที่น่าประทับใจให้เราได้อ่านกันด้วยครับ เช่น</p>
<ul>
<li>พ่อครัวซูชิ และ นักขายปลา</li>
<li>ช่างทำถ้วยชาม ที่สืบทอดกันมาถึงรุ่นที่ 9</li>
<li>หญิงรับใช้ ผู้สังเกตสิ่งรอบตัว จนเขียนเป็นหนังสือ The Pillow Book</li>
<li>ผู้ก่อตั้ง Studio Ghibli กับความสุขในการทำงานในทุกๆ วัน<br />
(ผมสังเกตว่าหนังสือเล่มไหนก็ตาม ที่กล่าวถึงงานอนิเมะจากญี่ปุ่น จะไม่กล่าวถึง Studio Ghibli คงเป็นไปไม่ได้)</li>
<li>วัดแห่งหนึ่งที่จะต้องบูรณะทุกๆ 20 ปี แม้ฟังดูจะเป็นเรื่องที่ฟุ่มเฟือยเงินทองและเสียเวลา หากแต่แฝงไปด้วยแนวคิดที่จะสืบทอดงานศิลปะและการก่อสร้างให้แก่ลูกหลายสืบไป</li>
<li>ความพยายามที่เท่ากันของนักซูโม่ แต่ทำไมผลลัพธ์ถึงแตกต่างกัน</li>
<li>งาน Comiket เป็นงานที่เปิดให้นักวาดมังงะ (การ์ตูน) มือสมัครเล่นได้มาขายมังงะของตัวเอง และก็จะมีเหล่าโอตาคุ (แฟนการ์ตูน) จำนวนมากมาหาซื้อมังงะที่ตนเองชอบ นอกจากนี้ยังมีนักคอสเพลย์มาสร้างสีสันให้กับงานนี้ด้วย แม้ว่าพวกเขาจะดูแปลกประหลาดในสายตาผู้อื่น แต่สิ่งที่พวกเขามีเหมือนกัน ก็คือความชอบในสิ่งที่รัก แม้จะเป็นพื้นที่เล็กๆ แต่พื้นที่เล็กๆ นี้ก็ทำให้ชีวิตของคนๆ หนึ่งมีความสุขได้อย่างไม่น่าเชื่อ (ผมเพิ่งเคยเห็นหนังสือแนวปรัชญายกตัวอย่างงาน Comiket ก็เล่มนี้ละครับ)</li>
</ul>
<p><figure id="attachment_1173" aria-describedby="caption-attachment-1173" style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-1173" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/08/Comiket.jpg" alt="Comiket" width="600" height="398" /><figcaption id="caption-attachment-1173" class="wp-caption-text">Comiket</figcaption></figure></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>แนวคิดที่น่าสนใจจากหนังสือเล่มนี้</h2>
<p>ผมชอบเนื้อหาใน บทที่ 3 และ บทที่ 7 มากเป็นพิเศษครับ</p>
<p>บทที่ 3 เล่าถึง ช่างปั้นดินเผาที่สืบทอดการทำถ้วยชามมากว่า 9 รุ่น เขา(และบรรพบุรุษ)ตั้งใจที่จะสร้าง Yohen Tenmoku ถ้วยชาในตำนานขึ้นมากอีกครั้ง</p>
<p>Yohen Tenmoku เป็นถ้วยชาถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 ในประเทศจีน และปัจจุบันมีเหลือแค่ 3 ชิ้นเท่านั้น (ถ้วยใบนี้สวยขนาดไหน ดูได้ที่รูปประกอบด้านล่างครับ)</p>
<p>ด้วยความพยายามกว่าหลายสิบปี และการทดลองกว่าหลายพันครั้ง&#8230;</p>
<p>เขาก็ยังไม่สามารถสร้าง Yohen Tenmoku ที่เหมือนกับของจริงได้ แม้ว่าจะน่าผิดหวัง แต่พวกเขาก็ยังพยายามทำสิ่งนี้ต่อไป เพราะการได้พยายามสร้าง Yohen Tenmoku ขึ้นมาอีกครั้ง คือเป้าหมายในชีวิตของเขา</p>
<p><figure id="attachment_1171" aria-describedby="caption-attachment-1171" style="width: 400px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-1171" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/08/Yohen_Tenmoku.jpg" alt="Yohen Tenmoku" width="400" height="414" /><figcaption id="caption-attachment-1171" class="wp-caption-text">Yohen Tenmoku</figcaption></figure></p>
<p>บทที่ 7 เล่าถึง ซูโม่ กีฬามวยปล้ำของญี่ปุ่น ซึ่งหลายคนอาจจะไม่รู้ว่ามีระบบ Ranking ด้วย ผู้เขียนได้ไปพูดคุยกับนักซูโม่ 3 คน</p>
<p>คนแรกเป็นนักซูโม่อันดับต้นๆ (ถ้าผมจำไม่ผิด น่าจะอันดับ 7) เขาพยายามฝึกฝนตนเองให้เก่งกว่าเดิม เพื่อที่จะขึ้นเป็นอันดับ 1 ให้ได้ แน่นอนว่าเขามีความสุขทุกครั้งที่ได้เล่นซูโม่</p>
<p>คนที่สองเป็นนักซูโม่อันดับกลางๆ (ชนะ 50% แพ้ 50%) และตอนนี้อายุของเขาก็เข้าใกล้วัยที่จะต้องเลิกเล่นซูโม่แล้ว แต่เขาก็มีความสุขทุกครั้งที่ได้เล่นซูโม่</p>
<p>คนที่สามเป็นนักซูโม่ท้ายตาราง (ชนะ 2 แพ้ 100 กว่าครั้ง) เขาอายุยังน้อยและยังมีเวลาให้ฝึกฝน ซึ่งแน่นอนว่าเขาเลือกที่จะพยายามต่อไป เพราะเขามีความสุขทุกครั้งที่ได้เล่นซูโม่</p>
<p><figure id="attachment_1172" aria-describedby="caption-attachment-1172" style="width: 600px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-1172" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/08/Sumo.jpg" alt="Sumo" width="600" height="401" /><figcaption id="caption-attachment-1172" class="wp-caption-text">Sumo</figcaption></figure></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>ความประทับใจกับหนังสือเล่มนี้</h2>
<p>ผมชอบสไตล์การเล่าเรื่องแบบญี่ปุ่น คือ ในแต่ละบท ผู้เขียนจะมีการเล่าเรื่องก่อน (ยกตัวอย่างเรื่องราวในชีวิตจริง) แล้วค่อยโยงเข้าสู่แนวคิดที่ต้องการนำเสนอ และเนื้อหาในแต่ละบทก็เชื่อมต่อกัน ให้ความรู้สึกเหมือนอ่านนิยาย / ดูอนิเมะของญี่ปุ่นเลยครับ</p>
<p>IKIGAI ไม่ใช่แค่แผนภาพวงกลม 4 วงซ้อนกัน ตามที่เราเคยเห็นกันเท่านั้น แต่มันคือแนวคิดในการใช้ชีวิตอย่างมีความหมายและมีความสุขครับ <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/17.0.2/72x72/1f642.png" alt="🙂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p>หนังสือเล่มนี้ผมให้ 5 / 5 ดาว (ควรอ่านเป็นอย่างยิ่ง)</p>
<p>หมายเหตุ: ผมเคยเห็นจากเว็บไซต์ว่ามีสำนักพิมพ์ไทยแปลหนังสือเล่มนี้จำหน่ายด้วย แต่ผมยังไม่เคยอ่าน จึงไม่ทราบว่าฉบับแปลไทยเป็นอย่างไรบ้างนะครับ</p>
<p><figure id="attachment_921" aria-describedby="caption-attachment-921" style="width: 600px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-921" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/ikigai-diagram-1024x968.jpg" alt="ikigai diagram" width="600" height="567" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/ikigai-diagram-1024x968.jpg 1024w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/ikigai-diagram-300x284.jpg 300w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/ikigai-diagram-768x726.jpg 768w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/ikigai-diagram.jpg 1124w" sizes="auto, (max-width: 600px) 100vw, 600px" /><figcaption id="caption-attachment-921" class="wp-caption-text">ikigai diagram</figcaption></figure></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>รายละเอียดหนังสือ</h2>
<table>
<tbody>
<tr>
<td width="123">ชื่อหนังสือ</td>
<td width="416">The Little Book of IKIGAI : The Essential Japanese Way to Finding Your Purpose in Life</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ประเภท</td>
<td width="416">หนังสือภาษาอังกฤษ, พัฒนาตนเอง, ปรัชญา</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ผู้เขียน</td>
<td width="416">Ken Mogi</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">สำนักพิมพ์</td>
<td width="416">Quercus Books (UK)</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ปีที่พิมพ์</td>
<td width="416">2017</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><figure id="attachment_1170" aria-describedby="caption-attachment-1170" style="width: 300px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-1170" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/08/The-Little-Book-of-IKIGAI.jpg" alt="The Little Book of IKIGAI" width="300" height="400" /><figcaption id="caption-attachment-1170" class="wp-caption-text">The Little Book of IKIGAI</figcaption></figure></p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad-ikigai-2/">รีวีวหนังสือ – The Little Book of IKIGAI : The Essential Japanese Way to Finding Your Purpose in Life</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://karnlab.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad-ikigai-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวีวหนังสือ &#8211; IKIGAI : The Japanese Secret to a Long and Happy Life</title>
		<link>https://karnlab.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad-ikigai/</link>
					<comments>https://karnlab.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad-ikigai/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 14 Jul 2018 18:46:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[Happy]]></category>
		<category><![CDATA[IKIGAI]]></category>
		<category><![CDATA[Japan]]></category>
		<category><![CDATA[Long Life]]></category>
		<category><![CDATA[Secret]]></category>
		<category><![CDATA[ความสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิว]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือภาษาอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[อายุยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เคล็ดลับ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://karnlab.com/?p=923</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป็นหนังสือของผู้เขียนชาวยุโรปนามว่า Hector Garcia และ Francesc Miralles พวกเขาเดินทางไปยังหมู่บ้าน Ogimi หมู่เกาะ Okinawa (หมู่เกาะทางใต้สุด) ประเทศญี่ปุ่น หมู่บ้านนี้ได้ชื่อว่า Centenarian Village เพราะเป็นหมู่บ้านที่มีอายุเฉลี่ยของประชากรมากที่สุดในโลก ด้วยความอยากรู้ว่าชาว Ogimi มีเคล็บลับในการมีอายุที่ยืนยาวอย่างมีความสุขและสุขภาพดีได้อย่างไร? เขาทั้งสองจึงได้สัมภาษณ์ชาวบ้าน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad-ikigai/">รีวีวหนังสือ &#8211; IKIGAI : The Japanese Secret to a Long and Happy Life</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เป็นหนังสือของผู้เขียนชาวยุโรปนามว่า Hector Garcia และ Francesc Miralles พวกเขาเดินทางไปยังหมู่บ้าน Ogimi หมู่เกาะ Okinawa (หมู่เกาะทางใต้สุด) ประเทศญี่ปุ่น หมู่บ้านนี้ได้ชื่อว่า Centenarian Village เพราะเป็นหมู่บ้านที่มีอายุเฉลี่ยของประชากรมากที่สุดในโลก</p>
<p>ด้วยความอยากรู้ว่าชาว Ogimi มีเคล็บลับในการมีอายุที่ยืนยาวอย่างมีความสุขและสุขภาพดีได้อย่างไร? เขาทั้งสองจึงได้สัมภาษณ์ชาวบ้าน และเราจะได้รู้ความลับของพวกเขาในหนังสือเล่มนี้</p>
<p>(สาเหตุที่ผมซื้อหนังสือเล่มนี้) จำได้ว่าช่วงนั้นผมไปอ่านเจอบทความเกี่ยวกับ IKIGAI และได้เห็นแผนภาพนี้ ผมก็เลยอยากหาหนังสืออ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ ไปไปมามาก็เจอกับหนังสือเล่มนี้ แต่พออ่านไปเรื่อยๆ จนจบเล่มก็รู้สึกว่า หนังสือเล่มนี้ไม่ได้อธิบายอะไรเกี่ยวกับแผนภาพนี้เลย</p>
<p><figure id="attachment_921" aria-describedby="caption-attachment-921" style="width: 800px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-921" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/ikigai-diagram-1024x968.jpg" alt="ikigai diagram" width="800" height="756" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/ikigai-diagram-1024x968.jpg 1024w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/ikigai-diagram-300x284.jpg 300w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/ikigai-diagram-768x726.jpg 768w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/ikigai-diagram.jpg 1124w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /><figcaption id="caption-attachment-921" class="wp-caption-text">ikigai diagram</figcaption></figure></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>เนื้อหาโดยสังเขป</h2>
<p>หนังสือเล่มนี้ต้นฉบับเป็นภาษาสเปน ตีพิมพ์เมื่อปี 2016 และแปลเป็นภาษาอังกฤษในปี 2017 โดย Heather Cleary</p>
<p>หนังสือเล่มนี้มี ประมาณ 180 หน้า ประกอบด้วย 9 บท ได้แก่ (อธิบายเนื้อหาในแต่ละบทคร่าวๆ ไปด้วยเลยนะครับ)</p>
<p>บทที่ 1 Ikigai –  บทนี้อธิบายถึงแนวคิดกว้างๆ ของ Ikigai, 5 สถานที่ที่มีค่าเฉลี่ยอายุของประชากรมากที่สุด, และที่มาของการเดินทางตามหาเคล็ดลับในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข</p>
<p>บทที่ 2 Antiaging Secrets</p>
<ul>
<li>หากจิตใจของเรายังกระตือรือร้น (active) ร่างการของเราก็จะยังคงความหนุ่มสาว (youth) ไว้ได้</li>
<li>ความเครียดที่มากเกิดไปส่งผลกระทบต่อสุขภาพ แต่ความเครียดที่พอดีถือเป็นความท้าทายในชีวิต</li>
<li>อย่านั่งทำงานหรือนั่งเฉยๆ เป็นเวลานาน ควรลุกขึ้นมาเดินทุกๆ 1-2 ชั่วโมง</li>
</ul>
<p>บทที่ 3 From Logotherapy to Ikigai – บทนี้พูดถึง Logotherapy คือ การค้นหาความหมายให้กับชีวิต เมื่อเรารู้สึกว่างเปล่า ผิดหวัง หรือวิตกกังวล เราอาจขาดเป้าหมายของการใช้ชีวิต การมีเป้าหมายในชีวิตจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ นอกจากนี้ยังพูดถึง Morita Therapy คือ การยอมรับอารมณ์ความรู้สึกของเรา ทำในสิ่งที่เราควรทำ และค้นหาเป้าหมายในชีวิต</p>
<p>บทที่ 4 Find Flow in Everything You Do – Flow หมายถึง การที่เราทำงานอย่างมีความสุข สิ่งมีเคล็ดลับง่ายๆ เช่น</p>
<ul>
<li>เลือกทำงานที่ท้าทาย (งานที่ยากขึ้น แต่ต้องไม่ยากจนเกินไป)</li>
<li>มีเป้าหมายที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม</li>
<li>จดจ่อแค่ทีละหนึ่งงาน</li>
</ul>
<blockquote><p>ช่างฝีมือ วิศวกร อัจฉริยะ และโอตาคุ มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นคือ ความคลั่งไคล้ในสิ่งที่พวกเขารักนั่นเอง</p></blockquote>
<p>บทที่ 5 Master of Longevity – บทนี้รวบรวมบทสัมภาษณ์ของผู้คนที่มีอายุมากกว่า 100 ปี เพื่อหาว่าพวกเขามีเคล็ดลับในการมีอายุยืนอย่างไรบ้าง</p>
<p>บทที่ 6 Lesson from Japan&#8217;s Centenarian – บทสรุปเคล็ดลับที่เราได้จากการสัมภาษณ์ในบทที่แล้ว</p>
<ul>
<li>อย่าวิตกกังวล</li>
<li>ปลูกฝังลักษณะนิสัยที่ดี</li>
<li>ปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนๆ ทุกวัน</li>
<li>ใช้ชีวิตไม่ต้องเร่งรีบ</li>
<li>มองโลกในแง่ดี</li>
</ul>
<p>บทที่ 7 The Ikigai Diet – บทนี้ว่าด้วยเคล็ดลับการทานอาหาร โดยทานแค่พออิ่ม เมื่อใกล้จะอิ่มก็หยุดกิน (กินแค่ 80% ก็พอ)</p>
<p>บทที่ 8 Gentle Movement, Longer Life – บทนี้ว่าด้วยวิธีการออกกำลังกาย (เบาๆ) แบบต่างๆ เช่น Yoga, Tai Chi, Qi gong เป็นต้น</p>
<p>บทที่ 9 Resilience and Wabi-sabi – บทนี้ว่าด้วยการบริหารจิตใจให้เตรียมพร้อมรับกับความไม่แน่นอนในชีวิต โดยอ้างอิงทั้งหลัก Buddhism, Taoism, Confucianism ซึ่งเรามีวิธีรับมือกับความไม่แน่นอนง่ายๆ คือ</p>
<ul>
<li>สร้างทางเลือกให้มากขึ้น</li>
<li>จำกัดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น</li>
<li>กำจัดสิ่งที่จะทำให้เราอ่อนแอ</li>
</ul>
<p><figure id="attachment_922" aria-describedby="caption-attachment-922" style="width: 626px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-922" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/sakura-flower.jpg" alt="sakura flower" width="626" height="417" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/sakura-flower.jpg 626w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/sakura-flower-300x200.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 626px) 100vw, 626px" /><figcaption id="caption-attachment-922" class="wp-caption-text">sakura flower</figcaption></figure></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>แนวคิดที่น่าสนใจจากหนังสือเล่มนี้</h2>
<p>ผมชอบแนวคิดในบทที่ 4 ที่เล่าถึง Flow – Flow คือสภาวะที่เรามีความสุขกับงานที่เราทำ (จนบางครั้งเราก็ลืมเวลาไปเลย) หากงานที่เราทำอยู่ทุกวันเป็นเช่นนี้ แสดงว่า งานนี้เป็นงานที่มีคุณค่าและงานที่ใช้สำหรับเรา และสิ่งนี้จะทำให้ทุกวันของเรามีความหมาย (เพราะเราได้ทำในสิ่งที่เรารัก)</p>
<p>นอกจากนี้ยังมี Microflow คือ การทำให้งานบ้าน/งานประจำของเราน่าสนุกขึ้น โดยการเพิ่มความท้าทายใหม่ๆ ให้กับงานที่แสนจะน่าเบื่อ เช่น ถ้าเราทำความสะอาดบ้านโดยใช้เวลา 3 ชั่วโมง ลองพยายามทำให้เสร็จเร็วขึ้นอีก 15 นาที หรือ ถ้าเราทำอาหารอย่างหนึ่งเป็นประจำ ลองใส่วัตถุดิบ/ส่วนผสมใหม่ๆ เผื่อว่าเราจะได้อาหารรสชาติใหม่ๆ ไม่ซ้ำเดิม</p>
<p>และผมก็ชอบแนวคิดในบทที่ 9 ที่เล่าถึง Resilience – Resilience แปลตรงๆ คือ ความยืดหยุ่น แต่ในหนังสือนี้หมายถึง การที่เราสามารถปรับตัว/ยอมรับกับความไม่แน่นอนต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตได้</p>
<p>ในชีวิตคนเราต้องพบกับความไม่แน่นอนอยู่เสมอ มีทั้งสิ่งที่เราควบคุมได้และสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ เราต้องเตรียมใจยอมรับและปรับตัวกับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ และทำให้ดีที่สุดในสิ่งที่เราควบคุมได้</p>
<p>เมื่อเราผ่านเหตุการณ์เลวร้ายในชีวิตมาได้ เราจะเข้มแข็งและแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งในหนังสือใช้คำว่า Antifragile (เหมือนกับประโยคหนึ่งที่ผมเคยได้ยินมาว่า อะไรที่ฆ่าเราไม่ตาย จะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น)</p>
<blockquote><p>จงอยู่กับปัจจุบัน อย่ายึดติดกับอดีต และอย่ากังวลกับอนาคต</p></blockquote>
<p>&nbsp;</p>
<h2>ความประทับใจกับหนังสือเล่มนี้</h2>
<p>แม้ว่าจะเป็นหนังสือเล่มเล็ก แต่ก็อัดแน่นไปด้วยแนวคิดในการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ที่เราสามารถนำไปต่อยอดเพิ่มเติมได้</p>
<p>ถ้าให้ผมตั้งชื่อหนังสือเล่มนี้เป็นภาษาไทย ผมคงตั้งชื่อว่า &#8220;บันทึกการเดินทาง ค้นหาความสุขและความหมายของชีวิต ที่หมู่บ้านโอกิมิ&#8221;</p>
<p>ยอมรับว่าหนังสือเล่มนี้ ราคา 500 บาท ค่อนข้างแพงครับ แต่ถ้าภาษาอังกฤษไม่ใช่ปัญหา และอยากหาหนังสือ feel good สักเล่มมาติดบ้านไว้อ่านยามว่าง ผมแนะนำหนังสือเล่มนี้เลยครับ</p>
<p>หนังสือเล่มนี้ผมให้ 4 / 5 ดาว (ควรอ่านสักครั้ง)</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>รายละเอียดหนังสือ</h2>
<table>
<tbody>
<tr>
<td width="123">ชื่อหนังสือ</td>
<td width="416">IKIGAI : The Japanese Secret to a Long and Happy Life</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ประเภท</td>
<td width="416">หนังสือภาษาอังกฤษ, พัฒนาตนเอง, ปรัชญา</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ผู้เขียน</td>
<td width="416">Hector Garcia และ Francesc Miralles</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ผู้แปล</td>
<td width="416">Heather Cleary</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">สำนักพิมพ์</td>
<td width="416">Penguin Books</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ปีที่พิมพ์</td>
<td width="416">ต้นฉบับ (สเปน) 2016 / แปล (อังกฤษ) 2017</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<p><figure id="attachment_920" aria-describedby="caption-attachment-920" style="width: 225px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-medium wp-image-920" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/ikigai-the-japanese-secret-to-a-long-and-happy-life-225x300.jpg" alt="ikigai - the japanese secret to a long and happy life" width="225" height="300" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/ikigai-the-japanese-secret-to-a-long-and-happy-life-225x300.jpg 225w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/ikigai-the-japanese-secret-to-a-long-and-happy-life.jpg 750w" sizes="auto, (max-width: 225px) 100vw, 225px" /><figcaption id="caption-attachment-920" class="wp-caption-text">ikigai &#8211; the japanese secret to a long and happy life</figcaption></figure></p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad-ikigai/">รีวีวหนังสือ &#8211; IKIGAI : The Japanese Secret to a Long and Happy Life</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://karnlab.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad-ikigai/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แนะนำสารคดี Japangle เกร็ดน่ารู้ของประเทศญี่ปุ่น</title>
		<link>https://karnlab.com/introduce-japangle/</link>
					<comments>https://karnlab.com/introduce-japangle/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Feb 2018 04:39:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[แนะนำสารคดี]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ซูชิ]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[มังงะ]]></category>
		<category><![CDATA[รถไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[สารคดี]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[แนะนำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://karnlab.com/?p=430</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันก่อนผมลองเปิดดูข่าว/สารคดีโทรทัศน์ช่อง NHK World บังเอิญไปเจอสารคดีชื่อว่า Japangle ซึ่งผมชอบมาก พอดูเสร็จก็เลยค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมใน Google แล้วก็พบว่า&#8230; สารคดี Japangle ชุดนี้ มีทั้งหมด 4 ตอน ตอนละ 20 นาที บอกเล่าเรื่องราวน่าสนใจของญี่ปุ่น ได้แก่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/introduce-japangle/">แนะนำสารคดี Japangle เกร็ดน่ารู้ของประเทศญี่ปุ่น</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วันก่อนผมลองเปิดดูข่าว/สารคดีโทรทัศน์ช่อง NHK World บังเอิญไปเจอสารคดีชื่อว่า Japangle ซึ่งผมชอบมาก พอดูเสร็จก็เลยค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมใน Google แล้วก็พบว่า&#8230;</p>
<p>สารคดี Japangle ชุดนี้ มีทั้งหมด 4 ตอน ตอนละ 20 นาที บอกเล่าเรื่องราวน่าสนใจของญี่ปุ่น ได้แก่ (1) ห้องน้ำ (2) มังงะ (3) ซุชิ (4) รถไฟ โดยสารคดีบอกเล่าเรื่องราวในรูปแบบที่เข้าใจง่าย มีตัวละครหุ่นดำเนินรายการ มีกราฟฟิคประกอบเรื่องราว และมีการสัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้องด้วย</p>
<p><figure id="attachment_429" aria-describedby="caption-attachment-429" style="width: 300px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-medium wp-image-429" src="//karnlab.com/wp-content/uploads/2018/02/Japangle-300x169.jpg" alt="Japangle" width="300" height="169" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/02/Japangle-300x169.jpg 300w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/02/Japangle.jpg 744w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" /><figcaption id="caption-attachment-429" class="wp-caption-text">Japangle</figcaption></figure></p>
<p>แต่ละตอนแบ่งเป็น 4 ช่วง คือ<br />
&#8211; Design Angle = คลิปแนะนำเรื่องราวที่จะนำเสนอ<br />
&#8211; Historical Angle = Animation บอกเล่าประวัติของสิ่งที่นำเสนอ<br />
&#8211; Technical Angle = ข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจของสิ่งที่นำเสนอ<br />
&#8211; Spirit Angle = สัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่นำเสนอ</p>
<p>โดยรวมถือว่าเป็นสารคดีที่ให้ความรู้อย่างเรียบง่ายและเข้าใจง่าย ถ้ามีเวลาอย่างให้ไปลองดูกันครับ</p>
<hr />
<p>ตอนที่ 1 &#8211; Public Rest Rooms<br />
ตอนนี้จะพาไปชมห้องน้ำแบบต่างๆ ของญี่ปุ่น และวิธีการสร้างสุขภัณฑ์ (โถส้วม/ชักโครก) ของญี่ปุ่น</p>
<p>https://www.youtube.com/watch?v=-jBjCQOSErM</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตอนที่ 2 &#8211; Manga<br />
ตอนนี้จะพาไปดูขั้นตอนการเขียนการ์ตูนของญี่ปุ่น และเทคนิคการวาดการ์ตูนแบบต่างๆ</p>
<p>https://www.youtube.com/watch?v=cr7M99csqBA</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตอนที่ 3 &#8211; Sushi<br />
ตอนนี้จะพาไปรู้จักกับซูชิแบบต่างๆ ขั้นตอนการทำและการเตรียมวัตถุดิบ</p>
<p>https://www.youtube.com/watch?v=8IaJmD2pD1k</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตอนที่ 4 &#8211; Train Stations<br />
ตอนนี้จะพาไปรู้จักกับระบบรถไฟของญี่ปุ่น โดยเฉพาะขั้นตอนต่างๆ ในสถานีรถไฟ</p>
<p>https://www.youtube.com/watch?v=wbCBA8aQJTw</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><figure id="attachment_425" aria-describedby="caption-attachment-425" style="width: 300px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-medium wp-image-425" src="//karnlab.com/wp-content/uploads/2018/02/Japangle-EP1-300x169.png" alt="Japangle EP1" width="300" height="169" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/02/Japangle-EP1-300x169.png 300w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/02/Japangle-EP1-768x432.png 768w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/02/Japangle-EP1-1024x576.png 1024w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/02/Japangle-EP1.png 1600w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" /><figcaption id="caption-attachment-425" class="wp-caption-text">Japangle EP1</figcaption></figure></p>
<p><figure id="attachment_426" aria-describedby="caption-attachment-426" style="width: 300px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-medium wp-image-426" src="//karnlab.com/wp-content/uploads/2018/02/Japangle-EP2-300x169.png" alt="Japangle EP2" width="300" height="169" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/02/Japangle-EP2-300x169.png 300w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/02/Japangle-EP2-768x432.png 768w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/02/Japangle-EP2-1024x576.png 1024w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/02/Japangle-EP2.png 1600w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" /><figcaption id="caption-attachment-426" class="wp-caption-text">Japangle EP2</figcaption></figure></p>
<p><figure id="attachment_427" aria-describedby="caption-attachment-427" style="width: 300px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-medium wp-image-427" src="//karnlab.com/wp-content/uploads/2018/02/Japangle-EP3-300x169.png" alt="Japangle EP3" width="300" height="169" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/02/Japangle-EP3-300x169.png 300w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/02/Japangle-EP3-768x432.png 768w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/02/Japangle-EP3-1024x576.png 1024w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/02/Japangle-EP3.png 1600w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" /><figcaption id="caption-attachment-427" class="wp-caption-text">Japangle EP3</figcaption></figure></p>
<p><figure id="attachment_428" aria-describedby="caption-attachment-428" style="width: 300px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-medium wp-image-428" src="//karnlab.com/wp-content/uploads/2018/02/Japangle-EP4-300x169.png" alt="Japangle EP4" width="300" height="169" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/02/Japangle-EP4-300x169.png 300w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/02/Japangle-EP4-768x432.png 768w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/02/Japangle-EP4-1024x576.png 1024w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/02/Japangle-EP4.png 1600w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" /><figcaption id="caption-attachment-428" class="wp-caption-text">Japangle EP4</figcaption></figure></p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/introduce-japangle/">แนะนำสารคดี Japangle เกร็ดน่ารู้ของประเทศญี่ปุ่น</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://karnlab.com/introduce-japangle/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>

<!--
Performance optimized by W3 Total Cache. Learn more: https://www.boldgrid.com/w3-total-cache/?utm_source=w3tc&utm_medium=footer_comment&utm_campaign=free_plugin

Page Caching using Disk: Enhanced 

Served from: karnlab.com @ 2026-05-29 01:48:00 by W3 Total Cache
-->