<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>หนังสือภาษาอังกฤษ Archives - KarnLab</title>
	<atom:link href="https://karnlab.com/tag/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%a9/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://karnlab.com/tag/หนังสือภาษาอังกฤษ/</link>
	<description>Blog รีวิว หนังสือ เขียนโปรแกรม นานาสาระ</description>
	<lastBuildDate>Wed, 06 Feb 2019 09:45:11 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.1</generator>

<image>
	<url>https://karnlab.com/wp-content/uploads/2017/12/Logo-150x150.png</url>
	<title>หนังสือภาษาอังกฤษ Archives - KarnLab</title>
	<link>https://karnlab.com/tag/หนังสือภาษาอังกฤษ/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>รีวิวหนังสือ &#8211; Kintsugi : Embrace Your Imperfections and Find Happiness &#8211; the Japanese Way</title>
		<link>https://karnlab.com/review-kintsugi/</link>
					<comments>https://karnlab.com/review-kintsugi/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Feb 2019 09:15:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[Kintsugi]]></category>
		<category><![CDATA[ความทุกข์]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ปรัชญา]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิว]]></category>
		<category><![CDATA[สูญเสีย]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือภาษาอังกฤษ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://karnlab.com/?p=1996</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อดวงใจแตกสลาย&#8230; บนโลกที่แสนโหดร้าย&#8230; เราจะซ่อมเซมดวงใจนี้&#8230; ให้กลับมาใช้งานดังเดิมได้อย่างไร&#8230; นี่คือเรื่องราวที่จะบอกเล่าในหนังสือ Kintsugi เล่มนี้ครับ หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับอะไร แม้ว่าหนังสือเล่มนี้มีชื่อเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่ผู้เขียนเป็นนักจิตวิทยาชาวสเปนครับ ตอนแรกผมคิดว่าหนังสือจะเล่าถึงหลักปรัชญาของชาวญี่ปุ่น แต่จริงๆ แล้วเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของผู้เขียนจากประสบการณ์ในการทำงานรักษาเยียวยาผู้ป่วยโรคซึมเศร้าและผู้คนที่มีปัญหาชีวิต Kintsugi (金継ぎ) คือ การซ่อมแซมถ้วย ชาม จาน และเซรามิกที่แตกแล้ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-kintsugi/">รีวิวหนังสือ &#8211; Kintsugi : Embrace Your Imperfections and Find Happiness &#8211; the Japanese Way</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อดวงใจแตกสลาย&#8230; บนโลกที่แสนโหดร้าย&#8230; เราจะซ่อมเซมดวงใจนี้&#8230; ให้กลับมาใช้งานดังเดิมได้อย่างไร&#8230; นี่คือเรื่องราวที่จะบอกเล่าในหนังสือ Kintsugi เล่มนี้ครับ</p>
<h2>หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับอะไร</h2>
<p>แม้ว่าหนังสือเล่มนี้มีชื่อเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่ผู้เขียนเป็นนักจิตวิทยาชาวสเปนครับ ตอนแรกผมคิดว่าหนังสือจะเล่าถึงหลักปรัชญาของชาวญี่ปุ่น แต่จริงๆ แล้วเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของผู้เขียนจากประสบการณ์ในการทำงานรักษาเยียวยาผู้ป่วยโรคซึมเศร้าและผู้คนที่มีปัญหาชีวิต</p>
<p>Kintsugi (<span class="st">金継ぎ</span>) คือ การซ่อมแซมถ้วย ชาม จาน และเซรามิกที่แตกแล้ว นำมาเชื่อมต่อกันด้วยโลหะหรือทองคำ เพื่อให้จานนั้นกลับมาใช้งานได้ดังเดิม เปรียบได้กับ ดวงใจที่แตกสลายจากความเศร้า ความผิดหวัง ความทุกข์ ฯลฯ เราจะค่อยๆ เก็บชิ้นส่วนดวงใจนั้นมาซ่อมแซมและเชื่อมต่อกันให้ใช้งานได้ดังเดิม (แม้ว่าดวงใจนั้นจะไม่เหมือนเดิมก็ตาม)</p>
<figure id="attachment_1995" aria-describedby="caption-attachment-1995" style="width: 600px" class="wp-caption alignnone"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="wp-image-1995" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2019/02/Kintsugi-Book-1.jpg" alt="Kintsugi Book (1)" width="600" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-1995" class="wp-caption-text">Kintsugi Book (1)</figcaption></figure>
<h2>เนื้อหาโดยสังเขป</h2>
<p>หนังสือ Kintsugi เล่มนี้มีเนื้อหาเป็นภาษาอังกฤษ หนาประมาณ 270 หน้า มีเนื้อหาแบ่งเป็น 3 ส่วน</p>
<ul>
<li>ส่วนแรก &#8211; ว่าด้วยความทุกข์ การจัดการกับความทุกข์ และชีวิตของเราซ่อมแซมได้</li>
<li>ส่วนที่สอง &#8211; วิเคราะห์ปัญหา เรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้น ซ่อมแซมสิ่งที่เสียหาย</li>
<li>ส่วนที่สาม &#8211; กรณีศึกษาของผู้เขียนที่ได้ให้คำปรึกษากับผู้คนในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สูญเสียงาน สูญเสียความมั่นใจ สูญเสียคนรัก สูญเสียความรัก สูญเสียความหวัง สูญเสียความสุข</li>
</ul>
<p>นอกจากแต่ละบทจะมีสรุปเนื้อหาแล้ว ผมยังชอบเวลาที่ผู้เขียนเล่าถึงการจัดการกับความทุกข์ว่า เราต้องเอาตัวเองออกมาจากปัญหา แล้วมองปัญหาในภาพกว้างเสียก่อน จากนั้นมองปัญหาในมุมมองใหม่ แล้วจึงค่อยๆ ลงมือแก้ไขปัญหา หรือยอมรับและอยู่ร่วมกับปัญหานั้นให้ได้</p>
<figure id="attachment_1993" aria-describedby="caption-attachment-1993" style="width: 600px" class="wp-caption alignnone"><img decoding="async" class="wp-image-1993" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2019/02/Kintsugi-Book-2.jpg" alt="Kintsugi Book (2)" width="600" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-1993" class="wp-caption-text">Kintsugi Book (2)</figcaption></figure>
<h2>ความประทับใจ</h2>
<p>หนังสือ Kintsugi เล่มนี้ผมซื้อมาเพราะว่าตอนนั้นผมกำลังอ่านหนังสือ Ikigai อยู่ เลยอยากหาปรัชญาญี่ปุ่นมาอ่านเพิ่มเติม แต่เหมือนว่าหนังสือเล่มนี้จะไม่ใช่หลักปรัชญาญี่ปุ่น แต่หนังสือเล่มนี้ก็ได้นำเสนอแนวคิด เรื่องราว และประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม สำหรับการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและพร้อมรับมือกับความทุกข์ที่จะเข้ามาในชีวิตครับ</p>
<p>หนังสือเล่มนี้ผมให้ 3 / 5 ดาว (น่าอ่านครับ) เนื้อหาดีมาก แต่ว่าภาษาที่ใช้ในหนังสือค่อนข้างอ่านยากครับ กับเนื้อหาในหนังสือเยอะและอัดแน่นมาก ต้องใช้พลังในการอ่านพอสมควรเลยครับ</p>
<figure id="attachment_1994" aria-describedby="caption-attachment-1994" style="width: 600px" class="wp-caption alignnone"><img decoding="async" class="wp-image-1994" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2019/02/Kintsugi-Book-3.jpg" alt="Kintsugi Book (3)" width="600" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-1994" class="wp-caption-text">Kintsugi Book (3)</figcaption></figure>
<h2>รายละเอียดหนังสือ</h2>
<table>
<tbody>
<tr>
<td width="123">ชื่อหนังสือ</td>
<td width="416">Kintsugi : Embrace Your Imperfections and Find Happiness &#8211; the Japanese Way</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ประเภท</td>
<td width="416">หนังสือภาษาอังกฤษ, พัฒนาตนเอง, ปรัชญา</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ผู้เขียน</td>
<td width="416">Tomas Navarro</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">สำนักพิมพ์</td>
<td width="416">Yellow Kite (UK)</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ปีที่พิมพ์</td>
<td width="416">2018</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-kintsugi/">รีวิวหนังสือ &#8211; Kintsugi : Embrace Your Imperfections and Find Happiness &#8211; the Japanese Way</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://karnlab.com/review-kintsugi/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิวหนังสือ &#8211; Goodbye Things on minimalist living</title>
		<link>https://karnlab.com/review-goodbye-things/</link>
					<comments>https://karnlab.com/review-goodbye-things/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Sep 2018 16:09:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[Goodbye]]></category>
		<category><![CDATA[Minimalism]]></category>
		<category><![CDATA[Minimalist]]></category>
		<category><![CDATA[Things]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิว]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือภาษาอังกฤษ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://karnlab.com/?p=1189</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับ? หนังสือเล่มนี้ เล่าเรื่องราวของผู้เขียนที่เปลี่ยนตัวเองจาก Maximalist เป็น Minimalist เดิมทีผู้เขียนเป็นนักเขียนที่ชอบสะสมและมีสิ่งของต่างๆ ในห้องไว้มากมาย จนกระทั่งวันหนึ่งผู้เขียนรู้สึกว่าสิ่งของต่างๆ ที่มีมันเยอะเกินไป จึงค่อยๆ นำออกไปทีละชิ้น ทีละชิ้น จนเหลือเฉพาะสิ่งของที่จำเป็น และเขาก็พบกับความสุขในแบบของเขา &#160; เนื้อหาโดยสังเขป หนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาแบ่งออกเป็น 6 ส่วน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-goodbye-things/">รีวิวหนังสือ &#8211; Goodbye Things on minimalist living</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2>หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับ?</h2>
<p>หนังสือเล่มนี้ เล่าเรื่องราวของผู้เขียนที่เปลี่ยนตัวเองจาก Maximalist เป็น Minimalist เดิมทีผู้เขียนเป็นนักเขียนที่ชอบสะสมและมีสิ่งของต่างๆ ในห้องไว้มากมาย จนกระทั่งวันหนึ่งผู้เขียนรู้สึกว่าสิ่งของต่างๆ ที่มีมันเยอะเกินไป จึงค่อยๆ นำออกไปทีละชิ้น ทีละชิ้น จนเหลือเฉพาะสิ่งของที่จำเป็น และเขาก็พบกับความสุขในแบบของเขา</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>เนื้อหาโดยสังเขป</h2>
<p>หนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาแบ่งออกเป็น 6 ส่วน</p>
<h3>0. บทนำ</h3>
<p>ผู้เขียนจะพาไปดูว่าบ้านของชาว Minimalist มีหน้าตาเป็นอย่างไร (รูปภาพ)</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>1. ทำไมต้อง Minimalism</h3>
<ul>
<li>ผู้เขียนเล่าชีวิตแย่ๆ ของตัวเองก่อนเป็น Minimalist และชีวิตดีๆ ของตัวเองหลังเป็น Minimalist</li>
<li>เล่าถึงสิ่งของที่ตัวเองทิ้ง/ขายไป เช่น กล้องถ่ายรูป หรือ กีตาร์ไฟฟ้า ที่เคยซื้อมาเพราะอยากเล่น แต่ตอนนี้ไม่ได้ใช้แล้ว ขายไปน่าจะดีกว่า</li>
<li>ผู้เขียนเปรียบเทียบว่ามนุษย์เราก็เหมือน hardware อายุกว่า 5,000 ปี ไม่สามารถอัพเกรดได้ทันทีเหมือน iPhone แต่โลกทุกวันนี้มีข้อมูลข่าวสารมากมาย ซึ่งแน่นอนว่าเราไม่มีทางรับรู้ได้ทั้งหมด ดังนั้นเราควรเลือกรับเฉพาะสิ่งที่จำเป็นจะดีทีสุด</li>
</ul>
<figure id="attachment_1187" aria-describedby="caption-attachment-1187" style="width: 1000px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-1187" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/09/Goodbye-Things-on-minimalist-living-1.jpeg" alt="Goodbye Things on minimalist living 1" width="1000" height="750" /><figcaption id="caption-attachment-1187" class="wp-caption-text">Goodbye Things on minimalist living 1</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<h3>2. ทำไมเราถึงชอบสะสมสิ่งของต่างๆ</h3>
<p>ผู้เขียนเล่าว่ามนุษย์เรามักจะเบื่อง่าย เมื่อเราซื้อของชิ้นใหม่มาได้ 2-3 วัน เราก็จะคุ้นเคยกับสิ่งเหล่านั้น และออกแสวงหาสิ่งใหม่ไปเรื่อยๆ ถ้าเราฝึกฝนตนเองให้พอใจกับสิ่งที่มี และเลือกซื้อเฉพาะของที่จำเป็นกับชีวิต เราก็จะมีความสุขมากขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>3. 55 เคล็ดลับที่จะช่วยคุณบอกลาสิ่งของต่างๆ</h3>
<p>(จะเล่าเฉพาะเคล็ดลับที่น่าสนใจนะครับ)</p>
<ul>
<li>เริ่มจากกำจัดสิ่งของที่เป็นขยะแน่ๆ เช่น หนังสือพิมพ์เก่า, ขวดพลาสติก เป็นต้น</li>
<li>อะไรก็ตามที่เราไม่ได้ใช้งานเกิน 1 ปี นั่นแปลว่าเราอาจจะไม่ต้องการมันแล้ว (เอาไปทิ้งได้)</li>
<li>ถ้าคิดจะทำอะไรแล้ว ทำเลย! อย่ารอ &#8220;วันหลัง&#8221;</li>
<li>ลองคิดว่าถ้าเราเสียสิ่งนี้ไป เราจะซื้อมาใหม่หรือเปล่า? (ถ้าคิดว่าต้องซื้อมาใหม่แน่ๆ แสดงว่าสิ่งนั้นยังจำเป็นสำหรับเราอยู่)</li>
<li>อย่าซื้อของเพราะถูกหรือฟรี กับสิ่งที่เราไม่ได้ใช้อยู่แล้ว (เอามาก็ไม่ได้ใช้อยู่ดี)</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h3>4. 12 สิ่งที่เปลี่ยนไปตั้งแต่ผมบอกลาสิ่งของต่างๆ</h3>
<ol>
<li>มีเวลามากขึ้น</li>
<li>มีความสุขมากขึ้น</li>
<li>มีอิสระมากขึ้น</li>
<li>ไม่เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น</li>
<li>ไม่กังวลว่าคนอื่นจะมองเราอย่างไร</li>
<li>สนใจโลกรอบตัวมากขึ้น</li>
<li>มีสมาธิมากขึ้น จดจ่อกับตัวเองมากขึ้น</li>
<li>ประหยัดเงิน</li>
<li>มีสุขภาพดีขึ้น</li>
<li>มีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับคนรอบข้าง</li>
<li>อยู่กับปัจจุบัน</li>
<li>รู้สึกขอบคุณสิ่งต่างๆ</li>
</ol>
<figure id="attachment_1188" aria-describedby="caption-attachment-1188" style="width: 1000px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-1188" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/09/Goodbye-Things-on-minimalist-living-2.jpeg" alt="Goodbye Things on minimalist living 2" width="1000" height="750" /><figcaption id="caption-attachment-1188" class="wp-caption-text">Goodbye Things on minimalist living 2</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<h3>5. &#8220;รู้สึกถึง&#8221; ความสุข แทนที่ &#8220;ต้องมี&#8221; ความสุข</h3>
<p>เมื่อเรามีสิ่งของน้อยลง จนเหลือเฉพาะสิ่งที่จำเป็น เราจะสนใจตัวเองและผู้คนรอบข้าง แล้วเราก็จะพบกับความสุขในที่สุด</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>ความประทับใจ</h2>
<p>เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้จบ ทำให้ผมอยากจัดการกับข้าวของต่างๆ ภายในบ้าน และโยนทิ้งของเก่าๆ ที่ไม่จำเป็นในบ้านออกไปบ้าง ก็เหมือนกับแก้วน้ำ ถ้าเราปล่อยให้มันเต็มโดยไม่เททิ้งเสียบ้าง เราก็จะไม่มีทางรับอะไรใหม่ๆ เข้ามาในชีวิตได้เลย</p>
<p>เริ่มต้นง่ายๆ จากการเคลียร์หน้า Desktop ในคอมพิวเตอร์ดูสิครับ ผมเชื่อว่าหลายคนต้องมีไฟล์รกๆ อยู่แน่ๆ ผมลองจัดการหน้า Desktop ในคอมพิวเตอร์ของผมเองแล้ว รู้สึกสะอาดตาเวลาเปิดคอมฯ ขึ้นเยอะเลยครับ</p>
<p>หนังสือเล่มนี้ครึ่งเล่มแรกอาจจะน่าเบื่อสักหน่อย แแต่ 2 บทสุดท้าย อ่านสนุกพอควรครับ</p>
<p>คะแนน 3 / 5 ดาว (ถ้ามีเวลาว่างค่อยหามาอ่านนะครับ)</p>
<figure id="attachment_1186" aria-describedby="caption-attachment-1186" style="width: 375px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-1186" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/09/Goodbye-Things-on-minimalist-living-cover.jpg" alt="Goodbye Things on minimalist living cover" width="375" height="500" /><figcaption id="caption-attachment-1186" class="wp-caption-text">Goodbye Things on minimalist living cover</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-goodbye-things/">รีวิวหนังสือ &#8211; Goodbye Things on minimalist living</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://karnlab.com/review-goodbye-things/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวีวหนังสือ – The Little Book of IKIGAI : The Essential Japanese Way to Finding Your Purpose in Life</title>
		<link>https://karnlab.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad-ikigai-2/</link>
					<comments>https://karnlab.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad-ikigai-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 18 Aug 2018 17:44:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[Finding]]></category>
		<category><![CDATA[IKIGAI]]></category>
		<category><![CDATA[Japan]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Purpose]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิว]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือภาษาอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[เป้าหมาย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://karnlab.com/?p=1169</guid>

					<description><![CDATA[<p>เย็นวันหนึ่งหลังเลิกงานที่แสนจะเหนื่อยล้า ผมตั้งใจไปที่ร้านหนังสือเจ้าประจำเพื่อหาซื้อนิยายออกใหม่เล่มหนึ่ง เมื่อได้นิยายที่ต้องการแล้ว ก่อนถึงเคาน์เตอร์ชำระเงิน ผมก็บังเอิญไปสะดุดตากับหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า The Little Book of IKIGAI &#8230; ก่อนหน้านี้ผมเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับ IKIGAI มาบ้างแล้ว แต่ผมรู้สึกว่าหนังสือเล่มนั้นยังสนองความต้องการใคร่รู้เกี่ยวกับ IKIGAI ของผมไม่มากพอ ดังนั้นเมื่อผมได้เจอกับหนังสือเล่มนี้ ผมจึงหยิบไปจ่ายเงินเพื่อกลับมาอ่านต่อที่บ้านอย่างไม่ลังเล และนี่คือที่มาของหนังสือที่ผมจะมาเล่าให้ฟังกันในวันนี้ครับ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad-ikigai-2/">รีวีวหนังสือ – The Little Book of IKIGAI : The Essential Japanese Way to Finding Your Purpose in Life</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เย็นวันหนึ่งหลังเลิกงานที่แสนจะเหนื่อยล้า ผมตั้งใจไปที่ร้านหนังสือเจ้าประจำเพื่อหาซื้อนิยายออกใหม่เล่มหนึ่ง เมื่อได้นิยายที่ต้องการแล้ว ก่อนถึงเคาน์เตอร์ชำระเงิน ผมก็บังเอิญไปสะดุดตากับหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า The Little Book of IKIGAI &#8230;</p>
<p>ก่อนหน้านี้ผมเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับ IKIGAI มาบ้างแล้ว แต่ผมรู้สึกว่าหนังสือเล่มนั้นยังสนองความต้องการใคร่รู้เกี่ยวกับ IKIGAI ของผมไม่มากพอ ดังนั้นเมื่อผมได้เจอกับหนังสือเล่มนี้ ผมจึงหยิบไปจ่ายเงินเพื่อกลับมาอ่านต่อที่บ้านอย่างไม่ลังเล</p>
<p>และนี่คือที่มาของหนังสือที่ผมจะมาเล่าให้ฟังกันในวันนี้ครับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับอะไร</h2>
<p>หนังสือเล่มนี้เขียนโดยชาวญี่ปุ่น อธิบายแนวคิด IKIGAI ไว้ดีมาก ซึ่งมีหลักสำคัญ 5 ประการ คือ</p>
<ol>
<li>เริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ</li>
<li>เป็นตัวของตัวเอง</li>
<li>เน้นความยั่งยืน และ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับธรรมชาติ</li>
<li>มีความสุขกับสิ่งเล็กๆ</li>
<li>อยู่กับปัจจุบัน</li>
</ol>
<p>IKIGAI (<span class="st">生き甲斐</span>) เป็นภาษาญี่ปุ่น เกิดจากการรวมกันของ 2 คำ คือ</p>
<ul>
<li>IKI (<span class="st">生き</span>) แปลว่า ชีวิต</li>
<li>GAI (<span class="st">甲斐</span>) แปลว่า เหตุผล / ผลลัพธ์ / คุณค่า</li>
</ul>
<p>เมื่อนำ 2 คำนี้มารวมกัน IKIGAI จึงหมายถึง เหตุผลที่เรามีชิวิตอยู่ / คุณค่าในชิวตของเรา</p>
<p>หนังสือเล่มนี้แตกต่างจากหนังสือเล่มก่อนหน้าที่ผมเคยอ่าน (IKIGAI : The Japanese Secret to a Long and Happy Life) แต่งโดยชาวยุโรป ซึ่งจะให้มุมมองของชาวต่างชาติที่มีต่อแนวคิด IKIGAI และหนังสือเล่มนั้นเล่าเรื่องเหมือนชาวต่างชาติไปเที่ยวแล้วชื่นยชอบวัฒนธรรมญี่ปุ่นเสียมากกว่า</p>
<figure id="attachment_922" aria-describedby="caption-attachment-922" style="width: 626px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-922" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/sakura-flower.jpg" alt="sakura flower" width="626" height="417" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/sakura-flower.jpg 626w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/sakura-flower-300x200.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 626px) 100vw, 626px" /><figcaption id="caption-attachment-922" class="wp-caption-text">sakura flower</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<h2>เนื้อหาโดยสังเขป</h2>
<p>หนังสือเล่มนี้มี ประมาณ 190 หน้า ประกอบด้วย 10 บท ได้แก่ (อธิบายเนื้อหาในแต่ละบทคร่าวๆ ไปด้วยเลยนะครับ)</p>
<p>* ชื่อบทในหนังสือเป็นภาษาอังกฤษ แต่ผมขอแปลเป็นภาษาไทยเพื่อให้อ่านเข้าใจง่ายนะครับ</p>
<ul>
<li>บทที่ 1 – IKIGAI คืออะไร</li>
<li>บทที่ 2 – เหตุผลที่คุณตื่นขึ้นมาในทุกๆ เช้า</li>
<li>บทที่ 3 – Kodawari และประโยชน์ของการคิดเล็กๆ</li>
<li>บทที่ 4 – ความสวยงามของ IKIGAI</li>
<li>บทที่ 5 – Flow และ ความคิดสร้างสรรค์</li>
<li>บทที่ 6 – IKIGAI และ ความยั่งยืน</li>
<li>บทที่ 7 – ค้นหาเป้าหมายในชีวิต</li>
<li>บทที่ 8 – อะไรที่ฆ่าคุณไม่ตาย จะทำให้คุณแกร่งขึ้น</li>
<li>บทที่ 9 – IKIGAI และ ความสุข</li>
<li>บทที่ 10 – ยอมรับในสิ่งที่คุณเป็น</li>
</ul>
<p>สิ่งที่ผมชอบอย่างหนึ่งในหนังสือเล่มนี้คือ ในแต่ละบทจะสอดแทรกเรื่องราวที่น่าประทับใจให้เราได้อ่านกันด้วยครับ เช่น</p>
<ul>
<li>พ่อครัวซูชิ และ นักขายปลา</li>
<li>ช่างทำถ้วยชาม ที่สืบทอดกันมาถึงรุ่นที่ 9</li>
<li>หญิงรับใช้ ผู้สังเกตสิ่งรอบตัว จนเขียนเป็นหนังสือ The Pillow Book</li>
<li>ผู้ก่อตั้ง Studio Ghibli กับความสุขในการทำงานในทุกๆ วัน<br />
(ผมสังเกตว่าหนังสือเล่มไหนก็ตาม ที่กล่าวถึงงานอนิเมะจากญี่ปุ่น จะไม่กล่าวถึง Studio Ghibli คงเป็นไปไม่ได้)</li>
<li>วัดแห่งหนึ่งที่จะต้องบูรณะทุกๆ 20 ปี แม้ฟังดูจะเป็นเรื่องที่ฟุ่มเฟือยเงินทองและเสียเวลา หากแต่แฝงไปด้วยแนวคิดที่จะสืบทอดงานศิลปะและการก่อสร้างให้แก่ลูกหลายสืบไป</li>
<li>ความพยายามที่เท่ากันของนักซูโม่ แต่ทำไมผลลัพธ์ถึงแตกต่างกัน</li>
<li>งาน Comiket เป็นงานที่เปิดให้นักวาดมังงะ (การ์ตูน) มือสมัครเล่นได้มาขายมังงะของตัวเอง และก็จะมีเหล่าโอตาคุ (แฟนการ์ตูน) จำนวนมากมาหาซื้อมังงะที่ตนเองชอบ นอกจากนี้ยังมีนักคอสเพลย์มาสร้างสีสันให้กับงานนี้ด้วย แม้ว่าพวกเขาจะดูแปลกประหลาดในสายตาผู้อื่น แต่สิ่งที่พวกเขามีเหมือนกัน ก็คือความชอบในสิ่งที่รัก แม้จะเป็นพื้นที่เล็กๆ แต่พื้นที่เล็กๆ นี้ก็ทำให้ชีวิตของคนๆ หนึ่งมีความสุขได้อย่างไม่น่าเชื่อ (ผมเพิ่งเคยเห็นหนังสือแนวปรัชญายกตัวอย่างงาน Comiket ก็เล่มนี้ละครับ)</li>
</ul>
<figure id="attachment_1173" aria-describedby="caption-attachment-1173" style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-1173" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/08/Comiket.jpg" alt="Comiket" width="600" height="398" /><figcaption id="caption-attachment-1173" class="wp-caption-text">Comiket</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<h2>แนวคิดที่น่าสนใจจากหนังสือเล่มนี้</h2>
<p>ผมชอบเนื้อหาใน บทที่ 3 และ บทที่ 7 มากเป็นพิเศษครับ</p>
<p>บทที่ 3 เล่าถึง ช่างปั้นดินเผาที่สืบทอดการทำถ้วยชามมากว่า 9 รุ่น เขา(และบรรพบุรุษ)ตั้งใจที่จะสร้าง Yohen Tenmoku ถ้วยชาในตำนานขึ้นมากอีกครั้ง</p>
<p>Yohen Tenmoku เป็นถ้วยชาถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 ในประเทศจีน และปัจจุบันมีเหลือแค่ 3 ชิ้นเท่านั้น (ถ้วยใบนี้สวยขนาดไหน ดูได้ที่รูปประกอบด้านล่างครับ)</p>
<p>ด้วยความพยายามกว่าหลายสิบปี และการทดลองกว่าหลายพันครั้ง&#8230;</p>
<p>เขาก็ยังไม่สามารถสร้าง Yohen Tenmoku ที่เหมือนกับของจริงได้ แม้ว่าจะน่าผิดหวัง แต่พวกเขาก็ยังพยายามทำสิ่งนี้ต่อไป เพราะการได้พยายามสร้าง Yohen Tenmoku ขึ้นมาอีกครั้ง คือเป้าหมายในชีวิตของเขา</p>
<figure id="attachment_1171" aria-describedby="caption-attachment-1171" style="width: 400px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-1171" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/08/Yohen_Tenmoku.jpg" alt="Yohen Tenmoku" width="400" height="414" /><figcaption id="caption-attachment-1171" class="wp-caption-text">Yohen Tenmoku</figcaption></figure>
<p>บทที่ 7 เล่าถึง ซูโม่ กีฬามวยปล้ำของญี่ปุ่น ซึ่งหลายคนอาจจะไม่รู้ว่ามีระบบ Ranking ด้วย ผู้เขียนได้ไปพูดคุยกับนักซูโม่ 3 คน</p>
<p>คนแรกเป็นนักซูโม่อันดับต้นๆ (ถ้าผมจำไม่ผิด น่าจะอันดับ 7) เขาพยายามฝึกฝนตนเองให้เก่งกว่าเดิม เพื่อที่จะขึ้นเป็นอันดับ 1 ให้ได้ แน่นอนว่าเขามีความสุขทุกครั้งที่ได้เล่นซูโม่</p>
<p>คนที่สองเป็นนักซูโม่อันดับกลางๆ (ชนะ 50% แพ้ 50%) และตอนนี้อายุของเขาก็เข้าใกล้วัยที่จะต้องเลิกเล่นซูโม่แล้ว แต่เขาก็มีความสุขทุกครั้งที่ได้เล่นซูโม่</p>
<p>คนที่สามเป็นนักซูโม่ท้ายตาราง (ชนะ 2 แพ้ 100 กว่าครั้ง) เขาอายุยังน้อยและยังมีเวลาให้ฝึกฝน ซึ่งแน่นอนว่าเขาเลือกที่จะพยายามต่อไป เพราะเขามีความสุขทุกครั้งที่ได้เล่นซูโม่</p>
<figure id="attachment_1172" aria-describedby="caption-attachment-1172" style="width: 600px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-1172" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/08/Sumo.jpg" alt="Sumo" width="600" height="401" /><figcaption id="caption-attachment-1172" class="wp-caption-text">Sumo</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<h2>ความประทับใจกับหนังสือเล่มนี้</h2>
<p>ผมชอบสไตล์การเล่าเรื่องแบบญี่ปุ่น คือ ในแต่ละบท ผู้เขียนจะมีการเล่าเรื่องก่อน (ยกตัวอย่างเรื่องราวในชีวิตจริง) แล้วค่อยโยงเข้าสู่แนวคิดที่ต้องการนำเสนอ และเนื้อหาในแต่ละบทก็เชื่อมต่อกัน ให้ความรู้สึกเหมือนอ่านนิยาย / ดูอนิเมะของญี่ปุ่นเลยครับ</p>
<p>IKIGAI ไม่ใช่แค่แผนภาพวงกลม 4 วงซ้อนกัน ตามที่เราเคยเห็นกันเท่านั้น แต่มันคือแนวคิดในการใช้ชีวิตอย่างมีความหมายและมีความสุขครับ <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/17.0.2/72x72/1f642.png" alt="🙂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p>หนังสือเล่มนี้ผมให้ 5 / 5 ดาว (ควรอ่านเป็นอย่างยิ่ง)</p>
<p>หมายเหตุ: ผมเคยเห็นจากเว็บไซต์ว่ามีสำนักพิมพ์ไทยแปลหนังสือเล่มนี้จำหน่ายด้วย แต่ผมยังไม่เคยอ่าน จึงไม่ทราบว่าฉบับแปลไทยเป็นอย่างไรบ้างนะครับ</p>
<figure id="attachment_921" aria-describedby="caption-attachment-921" style="width: 600px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-921" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/ikigai-diagram-1024x968.jpg" alt="ikigai diagram" width="600" height="567" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/ikigai-diagram-1024x968.jpg 1024w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/ikigai-diagram-300x284.jpg 300w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/ikigai-diagram-768x726.jpg 768w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/ikigai-diagram.jpg 1124w" sizes="auto, (max-width: 600px) 100vw, 600px" /><figcaption id="caption-attachment-921" class="wp-caption-text">ikigai diagram</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<h2>รายละเอียดหนังสือ</h2>
<table>
<tbody>
<tr>
<td width="123">ชื่อหนังสือ</td>
<td width="416">The Little Book of IKIGAI : The Essential Japanese Way to Finding Your Purpose in Life</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ประเภท</td>
<td width="416">หนังสือภาษาอังกฤษ, พัฒนาตนเอง, ปรัชญา</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ผู้เขียน</td>
<td width="416">Ken Mogi</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">สำนักพิมพ์</td>
<td width="416">Quercus Books (UK)</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ปีที่พิมพ์</td>
<td width="416">2017</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<figure id="attachment_1170" aria-describedby="caption-attachment-1170" style="width: 300px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-1170" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/08/The-Little-Book-of-IKIGAI.jpg" alt="The Little Book of IKIGAI" width="300" height="400" /><figcaption id="caption-attachment-1170" class="wp-caption-text">The Little Book of IKIGAI</figcaption></figure>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad-ikigai-2/">รีวีวหนังสือ – The Little Book of IKIGAI : The Essential Japanese Way to Finding Your Purpose in Life</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://karnlab.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad-ikigai-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวีวหนังสือ &#8211; IKIGAI : The Japanese Secret to a Long and Happy Life</title>
		<link>https://karnlab.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad-ikigai/</link>
					<comments>https://karnlab.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad-ikigai/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 14 Jul 2018 18:46:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[Happy]]></category>
		<category><![CDATA[IKIGAI]]></category>
		<category><![CDATA[Japan]]></category>
		<category><![CDATA[Long Life]]></category>
		<category><![CDATA[Secret]]></category>
		<category><![CDATA[ความสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิว]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือภาษาอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[อายุยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เคล็ดลับ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://karnlab.com/?p=923</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป็นหนังสือของผู้เขียนชาวยุโรปนามว่า Hector Garcia และ Francesc Miralles พวกเขาเดินทางไปยังหมู่บ้าน Ogimi หมู่เกาะ Okinawa (หมู่เกาะทางใต้สุด) ประเทศญี่ปุ่น หมู่บ้านนี้ได้ชื่อว่า Centenarian Village เพราะเป็นหมู่บ้านที่มีอายุเฉลี่ยของประชากรมากที่สุดในโลก ด้วยความอยากรู้ว่าชาว Ogimi มีเคล็บลับในการมีอายุที่ยืนยาวอย่างมีความสุขและสุขภาพดีได้อย่างไร? เขาทั้งสองจึงได้สัมภาษณ์ชาวบ้าน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad-ikigai/">รีวีวหนังสือ &#8211; IKIGAI : The Japanese Secret to a Long and Happy Life</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เป็นหนังสือของผู้เขียนชาวยุโรปนามว่า Hector Garcia และ Francesc Miralles พวกเขาเดินทางไปยังหมู่บ้าน Ogimi หมู่เกาะ Okinawa (หมู่เกาะทางใต้สุด) ประเทศญี่ปุ่น หมู่บ้านนี้ได้ชื่อว่า Centenarian Village เพราะเป็นหมู่บ้านที่มีอายุเฉลี่ยของประชากรมากที่สุดในโลก</p>
<p>ด้วยความอยากรู้ว่าชาว Ogimi มีเคล็บลับในการมีอายุที่ยืนยาวอย่างมีความสุขและสุขภาพดีได้อย่างไร? เขาทั้งสองจึงได้สัมภาษณ์ชาวบ้าน และเราจะได้รู้ความลับของพวกเขาในหนังสือเล่มนี้</p>
<p>(สาเหตุที่ผมซื้อหนังสือเล่มนี้) จำได้ว่าช่วงนั้นผมไปอ่านเจอบทความเกี่ยวกับ IKIGAI และได้เห็นแผนภาพนี้ ผมก็เลยอยากหาหนังสืออ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ ไปไปมามาก็เจอกับหนังสือเล่มนี้ แต่พออ่านไปเรื่อยๆ จนจบเล่มก็รู้สึกว่า หนังสือเล่มนี้ไม่ได้อธิบายอะไรเกี่ยวกับแผนภาพนี้เลย</p>
<figure id="attachment_921" aria-describedby="caption-attachment-921" style="width: 800px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-921" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/ikigai-diagram-1024x968.jpg" alt="ikigai diagram" width="800" height="756" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/ikigai-diagram-1024x968.jpg 1024w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/ikigai-diagram-300x284.jpg 300w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/ikigai-diagram-768x726.jpg 768w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/ikigai-diagram.jpg 1124w" sizes="auto, (max-width: 800px) 100vw, 800px" /><figcaption id="caption-attachment-921" class="wp-caption-text">ikigai diagram</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<h2>เนื้อหาโดยสังเขป</h2>
<p>หนังสือเล่มนี้ต้นฉบับเป็นภาษาสเปน ตีพิมพ์เมื่อปี 2016 และแปลเป็นภาษาอังกฤษในปี 2017 โดย Heather Cleary</p>
<p>หนังสือเล่มนี้มี ประมาณ 180 หน้า ประกอบด้วย 9 บท ได้แก่ (อธิบายเนื้อหาในแต่ละบทคร่าวๆ ไปด้วยเลยนะครับ)</p>
<p>บทที่ 1 Ikigai –  บทนี้อธิบายถึงแนวคิดกว้างๆ ของ Ikigai, 5 สถานที่ที่มีค่าเฉลี่ยอายุของประชากรมากที่สุด, และที่มาของการเดินทางตามหาเคล็ดลับในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข</p>
<p>บทที่ 2 Antiaging Secrets</p>
<ul>
<li>หากจิตใจของเรายังกระตือรือร้น (active) ร่างการของเราก็จะยังคงความหนุ่มสาว (youth) ไว้ได้</li>
<li>ความเครียดที่มากเกิดไปส่งผลกระทบต่อสุขภาพ แต่ความเครียดที่พอดีถือเป็นความท้าทายในชีวิต</li>
<li>อย่านั่งทำงานหรือนั่งเฉยๆ เป็นเวลานาน ควรลุกขึ้นมาเดินทุกๆ 1-2 ชั่วโมง</li>
</ul>
<p>บทที่ 3 From Logotherapy to Ikigai – บทนี้พูดถึง Logotherapy คือ การค้นหาความหมายให้กับชีวิต เมื่อเรารู้สึกว่างเปล่า ผิดหวัง หรือวิตกกังวล เราอาจขาดเป้าหมายของการใช้ชีวิต การมีเป้าหมายในชีวิตจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ นอกจากนี้ยังพูดถึง Morita Therapy คือ การยอมรับอารมณ์ความรู้สึกของเรา ทำในสิ่งที่เราควรทำ และค้นหาเป้าหมายในชีวิต</p>
<p>บทที่ 4 Find Flow in Everything You Do – Flow หมายถึง การที่เราทำงานอย่างมีความสุข สิ่งมีเคล็ดลับง่ายๆ เช่น</p>
<ul>
<li>เลือกทำงานที่ท้าทาย (งานที่ยากขึ้น แต่ต้องไม่ยากจนเกินไป)</li>
<li>มีเป้าหมายที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม</li>
<li>จดจ่อแค่ทีละหนึ่งงาน</li>
</ul>
<blockquote><p>ช่างฝีมือ วิศวกร อัจฉริยะ และโอตาคุ มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นคือ ความคลั่งไคล้ในสิ่งที่พวกเขารักนั่นเอง</p></blockquote>
<p>บทที่ 5 Master of Longevity – บทนี้รวบรวมบทสัมภาษณ์ของผู้คนที่มีอายุมากกว่า 100 ปี เพื่อหาว่าพวกเขามีเคล็ดลับในการมีอายุยืนอย่างไรบ้าง</p>
<p>บทที่ 6 Lesson from Japan&#8217;s Centenarian – บทสรุปเคล็ดลับที่เราได้จากการสัมภาษณ์ในบทที่แล้ว</p>
<ul>
<li>อย่าวิตกกังวล</li>
<li>ปลูกฝังลักษณะนิสัยที่ดี</li>
<li>ปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนๆ ทุกวัน</li>
<li>ใช้ชีวิตไม่ต้องเร่งรีบ</li>
<li>มองโลกในแง่ดี</li>
</ul>
<p>บทที่ 7 The Ikigai Diet – บทนี้ว่าด้วยเคล็ดลับการทานอาหาร โดยทานแค่พออิ่ม เมื่อใกล้จะอิ่มก็หยุดกิน (กินแค่ 80% ก็พอ)</p>
<p>บทที่ 8 Gentle Movement, Longer Life – บทนี้ว่าด้วยวิธีการออกกำลังกาย (เบาๆ) แบบต่างๆ เช่น Yoga, Tai Chi, Qi gong เป็นต้น</p>
<p>บทที่ 9 Resilience and Wabi-sabi – บทนี้ว่าด้วยการบริหารจิตใจให้เตรียมพร้อมรับกับความไม่แน่นอนในชีวิต โดยอ้างอิงทั้งหลัก Buddhism, Taoism, Confucianism ซึ่งเรามีวิธีรับมือกับความไม่แน่นอนง่ายๆ คือ</p>
<ul>
<li>สร้างทางเลือกให้มากขึ้น</li>
<li>จำกัดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น</li>
<li>กำจัดสิ่งที่จะทำให้เราอ่อนแอ</li>
</ul>
<figure id="attachment_922" aria-describedby="caption-attachment-922" style="width: 626px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-922" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/sakura-flower.jpg" alt="sakura flower" width="626" height="417" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/sakura-flower.jpg 626w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/sakura-flower-300x200.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 626px) 100vw, 626px" /><figcaption id="caption-attachment-922" class="wp-caption-text">sakura flower</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<h2>แนวคิดที่น่าสนใจจากหนังสือเล่มนี้</h2>
<p>ผมชอบแนวคิดในบทที่ 4 ที่เล่าถึง Flow – Flow คือสภาวะที่เรามีความสุขกับงานที่เราทำ (จนบางครั้งเราก็ลืมเวลาไปเลย) หากงานที่เราทำอยู่ทุกวันเป็นเช่นนี้ แสดงว่า งานนี้เป็นงานที่มีคุณค่าและงานที่ใช้สำหรับเรา และสิ่งนี้จะทำให้ทุกวันของเรามีความหมาย (เพราะเราได้ทำในสิ่งที่เรารัก)</p>
<p>นอกจากนี้ยังมี Microflow คือ การทำให้งานบ้าน/งานประจำของเราน่าสนุกขึ้น โดยการเพิ่มความท้าทายใหม่ๆ ให้กับงานที่แสนจะน่าเบื่อ เช่น ถ้าเราทำความสะอาดบ้านโดยใช้เวลา 3 ชั่วโมง ลองพยายามทำให้เสร็จเร็วขึ้นอีก 15 นาที หรือ ถ้าเราทำอาหารอย่างหนึ่งเป็นประจำ ลองใส่วัตถุดิบ/ส่วนผสมใหม่ๆ เผื่อว่าเราจะได้อาหารรสชาติใหม่ๆ ไม่ซ้ำเดิม</p>
<p>และผมก็ชอบแนวคิดในบทที่ 9 ที่เล่าถึง Resilience – Resilience แปลตรงๆ คือ ความยืดหยุ่น แต่ในหนังสือนี้หมายถึง การที่เราสามารถปรับตัว/ยอมรับกับความไม่แน่นอนต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตได้</p>
<p>ในชีวิตคนเราต้องพบกับความไม่แน่นอนอยู่เสมอ มีทั้งสิ่งที่เราควบคุมได้และสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ เราต้องเตรียมใจยอมรับและปรับตัวกับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ และทำให้ดีที่สุดในสิ่งที่เราควบคุมได้</p>
<p>เมื่อเราผ่านเหตุการณ์เลวร้ายในชีวิตมาได้ เราจะเข้มแข็งและแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งในหนังสือใช้คำว่า Antifragile (เหมือนกับประโยคหนึ่งที่ผมเคยได้ยินมาว่า อะไรที่ฆ่าเราไม่ตาย จะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น)</p>
<blockquote><p>จงอยู่กับปัจจุบัน อย่ายึดติดกับอดีต และอย่ากังวลกับอนาคต</p></blockquote>
<p>&nbsp;</p>
<h2>ความประทับใจกับหนังสือเล่มนี้</h2>
<p>แม้ว่าจะเป็นหนังสือเล่มเล็ก แต่ก็อัดแน่นไปด้วยแนวคิดในการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ที่เราสามารถนำไปต่อยอดเพิ่มเติมได้</p>
<p>ถ้าให้ผมตั้งชื่อหนังสือเล่มนี้เป็นภาษาไทย ผมคงตั้งชื่อว่า &#8220;บันทึกการเดินทาง ค้นหาความสุขและความหมายของชีวิต ที่หมู่บ้านโอกิมิ&#8221;</p>
<p>ยอมรับว่าหนังสือเล่มนี้ ราคา 500 บาท ค่อนข้างแพงครับ แต่ถ้าภาษาอังกฤษไม่ใช่ปัญหา และอยากหาหนังสือ feel good สักเล่มมาติดบ้านไว้อ่านยามว่าง ผมแนะนำหนังสือเล่มนี้เลยครับ</p>
<p>หนังสือเล่มนี้ผมให้ 4 / 5 ดาว (ควรอ่านสักครั้ง)</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>รายละเอียดหนังสือ</h2>
<table>
<tbody>
<tr>
<td width="123">ชื่อหนังสือ</td>
<td width="416">IKIGAI : The Japanese Secret to a Long and Happy Life</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ประเภท</td>
<td width="416">หนังสือภาษาอังกฤษ, พัฒนาตนเอง, ปรัชญา</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ผู้เขียน</td>
<td width="416">Hector Garcia และ Francesc Miralles</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ผู้แปล</td>
<td width="416">Heather Cleary</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">สำนักพิมพ์</td>
<td width="416">Penguin Books</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ปีที่พิมพ์</td>
<td width="416">ต้นฉบับ (สเปน) 2016 / แปล (อังกฤษ) 2017</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_920" aria-describedby="caption-attachment-920" style="width: 225px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-medium wp-image-920" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/ikigai-the-japanese-secret-to-a-long-and-happy-life-225x300.jpg" alt="ikigai - the japanese secret to a long and happy life" width="225" height="300" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/ikigai-the-japanese-secret-to-a-long-and-happy-life-225x300.jpg 225w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/ikigai-the-japanese-secret-to-a-long-and-happy-life.jpg 750w" sizes="auto, (max-width: 225px) 100vw, 225px" /><figcaption id="caption-attachment-920" class="wp-caption-text">ikigai &#8211; the japanese secret to a long and happy life</figcaption></figure>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad-ikigai/">รีวีวหนังสือ &#8211; IKIGAI : The Japanese Secret to a Long and Happy Life</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://karnlab.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad-ikigai/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>

<!--
Performance optimized by W3 Total Cache. Learn more: https://www.boldgrid.com/w3-total-cache/?utm_source=w3tc&utm_medium=footer_comment&utm_campaign=free_plugin

Page Caching using Disk: Enhanced 

Served from: karnlab.com @ 2026-07-13 06:48:25 by W3 Total Cache
-->