<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เป้าหมาย Archives - KarnLab</title>
	<atom:link href="https://karnlab.com/tag/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://karnlab.com/tag/เป้าหมาย/</link>
	<description>Blog รีวิว หนังสือ เขียนโปรแกรม นานาสาระ</description>
	<lastBuildDate>Fri, 15 Feb 2019 02:59:38 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.1</generator>

<image>
	<url>https://karnlab.com/wp-content/uploads/2017/12/Logo-150x150.png</url>
	<title>เป้าหมาย Archives - KarnLab</title>
	<link>https://karnlab.com/tag/เป้าหมาย/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>รีวิวหนังสือ &#8211; How will you measure your life? (ปัญญาวิชาชีวิต)</title>
		<link>https://karnlab.com/review-how-will-you-measure-your-life/</link>
					<comments>https://karnlab.com/review-how-will-you-measure-your-life/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 15 Feb 2019 02:57:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[Clayton M. Christensen]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Measure]]></category>
		<category><![CDATA[Open Books]]></category>
		<category><![CDATA[ความหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[จุดหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญาวิชาชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิว]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[เป้าหมาย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://karnlab.com/?p=2390</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนังสือ &#8220;ปัญญาวิชาชีวิต&#8221; เล่มนี้ แปลโดย &#8220;ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา&#8221; แปลจากหนังสือต้นฉบับที่มีชื่อว่า &#8220;How will you measure your life?&#8221; เขียนโดย &#8220;Clayton M. Christensen&#8221; จุดประสงค์หลักของหนังสือเล่มนี้ คือ การที่ผู้เขียนได้ตั้งคำถามกับผู้อ่านไว้เพียง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-how-will-you-measure-your-life/">รีวิวหนังสือ &#8211; How will you measure your life? (ปัญญาวิชาชีวิต)</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">หนังสือ &#8220;ปัญญาวิชาชีวิต&#8221; เล่มนี้ แปลโดย &#8220;ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา&#8221; แปลจากหนังสือต้นฉบับที่มีชื่อว่า &#8220;How will you measure your life?&#8221; เขียนโดย &#8220;Clayton M. Christensen&#8221;<br> จุดประสงค์หลักของหนังสือเล่มนี้ คือ การที่ผู้เขียนได้ตั้งคำถามกับผู้อ่านไว้เพียง 3 ข้อ </p>



<ul class="wp-block-list"><li>เป็นคำถามที่เราตอบตัวเอง </li><li>เป็นคำถามที่ไม่มีกำหนดส่งคำตอบ </li><li>แต่… เป็นคำถามที่เราต้องตอบให้ได้ในชีวิตนี้</li></ul>



<p class="wp-block-paragraph">เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้จะช่วยให้เราตอบคำถามเหล่านี้ได้ง่ายขึ้นครับ</p>



<p class="wp-block-paragraph">หนังสือเล่มนี้หนาประมาณ 200+ หน้า ตัวเนื้อหาจริงๆ ที่คุณ Clayton เขียนไว้มีเพียง 80 หน้า แต่คุณภิญโญได้อธิบายเพิ่มเติมไปอีก 90 หน้า รวมบทนำและบทสรุปอีก 30 หน้า &#8211; ผู้อ่านสามารถอ่านเนื้อหาหลักแล้วจึงไปอ่านบทเสริม หรือ จะอ่านเนื้อหาหลักสลับกับบทเสริมก็จะได้อีกอรรถรสในการอ่านครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading">เนื้อหาโดยย่อ</h2>



<p class="wp-block-paragraph">คุณ Clayton เปิดประเด็นด้วยข้อคิดที่น่าสนใจว่า เราควรจะสนใจ How to think? (คิดอย่างไร?) มากกว่า What to think? (คิดอะไร?)<br> จากนั้นคุณ Clayton ได้ถาม &#8220;คำถาม 3 ข้อ&#8221; แก่ผู้อ่าน เป็นคำถามง่ายๆ แต่การที่เราจะตอบให้ได้นั้น มันไม่ง่ายเลย (ซึ่งบางคำถามก็ถึงกับทำให้ผมต้องหยุดคิดพิจารณาเลยทีเดียว</p>



<ul class="wp-block-list"><li>ข้อแรก &#8211; เรามีความสุขกับงานที่ทำอยู่หรือเปล่า?</li><li>ข้อสอง &#8211; เรามีความสุขกับครอบครัวและคู่ชีวิตหรือเปล่า?</li><li>ข้อสาม &#8211; เรามีแนวโน้มว่าจะติดคุก/ต้องโทษหรือเปล่า?</li><li></li></ul>



<p class="wp-block-paragraph">*หมายเหตุ : คำถามในหนังสือไม่ได้เขียนแบบนี้ แต่ผมปรับภาษาเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นครับ</p>



<figure class="wp-block-image"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1000" height="750" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2019/02/How-will-you-measure-your-life-ปัญญาวิชาชีวิต-2.jpeg" alt="How will you measure your life - ปัญญาวิชาชีวิต (2)" class="wp-image-2389"/><figcaption>How will you measure your life &#8211; ปัญญาวิชาชีวิต (2)</figcaption></figure>



<p class="wp-block-paragraph">เงินไม่ใช่แรงจูงใจสูงสุดในชีวิต &#8211; (Frederick herzberg กล่าวไว้) &#8211; หากแต่เป็น โอกาสที่จะได้เรียนรู้, ความท้าทายใหม่ๆ, การได้ทำเพื่อผู้อื่น, และ ผู้อื่นชื่นชมผลงานของเรา &#8211; ดังนั้น การได้ทำงานที่มีคุณค่าและมีความหมายมากกว่าเงินตรา จะทำให้เรามีความสุขมากกว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">ใช้เวลากับครอบครัวให้มากขึ้น &#8211; การให้เวลากับครอบครัวเป็นการลงทุนระยะยาวที่เราจะละเลยไม่ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ยึดมั่นในคุณธรรม &#8211; แม้จะทำความดีมาร้อยครั้ง แต่พลาดพลั้งทำชั่วเพียงหนึ่ง ก็อาจจะทำให้ชีวิตต้องพบกับจุดจบอย่างน่าเวทนา</p>



<p class="wp-block-paragraph">จัดสรรทรัพยากรที่มีจำกัด &#8211; เวลา, กำลัง, ปัญญา &#8211; ให้สมดุลและคุ้มค่าที่สุด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้บริหารที่ยิ่งใหญ่ล้วนมีความอ่อนน้อมถ่อมตน และยินดีที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ</p>



<h2 class="wp-block-heading">แนวคิดที่ชอบ</h2>



<p class="wp-block-paragraph">Age of Disruption &#8211; ยุคที่เทคโนโลยีมาพร้อมกับผู้เล่นหน้าใหม่ ที่พร้อมจะเข้ามาทำลายล้างธุรกิจแบบเดิม … เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยสามก๊ก (ประวัติศาสตร์จีน) … เราต้องดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท และเตรียมตัวให้พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ</p>



<p class="wp-block-paragraph">Do What You Love &#8211; การได้ทำงานในสิ่งที่เรารักถือเป็นความสุขอย่างหนึ่งในชีวิต ดังที่ Steve Jobs ได้กล่าวไว้</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" width="760" height="450" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2019/02/Steve-Jobs-Do-What-You-Love.jpg" alt="" class="wp-image-2391"/></figure>



<h2 class="wp-block-heading">คำคมโดนใจ</h2>



<ul class="wp-block-list"><li>ความปรารถนา/เป้าหมายในชีวิตของเราคืออะไร?</li><li>ถ้าเราใช้เวลาในการค้นหาจุดหมายหรือความปรารถนาในชีวิต เมื่อเรามองย้อนกลับมา เราจะพบว่านี่เป็นวิชาที่สำคัญที่สุดในชีวิต (วิชาค้นพบตนเอง)</li><li>หากปราศจากเป้าหมาย ชีวิตของมนุษย์ย่อมว่างเปล่า</li><li>การตัดสินใจว่าจะจัดสรร เวลา/กำลัง/ปัญญา ของเราไปกับสิ่งใด คือหัวใจสูงสุดของกลยุทธ์การใช้ชีวิต</li><li>การวางตัวเองไว้กับวิธีคิดในอดีต ถือเป็นการกระทำที่ผิดพลาด</li><li>เราต้องค้นให้พบว่าจะยืนหยัดเพื่อหลักการไหน แล้วขีดเส้นให้ชัดลงไป ว่านี่คือเขตปลอดภัยในชีวิต</li><li>ถ้าเราคิดว่ามีแต่คนฉลาดเท่านั้นที่จะเป็นครูของเราได้ โอกาสในการเรียนรู้ของเราจะถูกจำกัดเป็นอย่างมาก</li><li>ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีผู้คนเท่าใด ที่คุณช่วยให้พวกเขาเป็นมนุษย์ที่ดีขึ้น</li><li>ดับไฟต้องทำเมื่อเห็นควัน มิใช่ทำเมื่อไฟลุกไหม้แล้ว</li><li>ไม่ใส่ใจ ไม่ปรับปรุง ไม่เปลี่ยนแปลง เป็นหนทางสู่ความวิบัติทั้งธุรกิจและชีวิต</li><li>การมีแนวคิดและทัศนคติที่ดี ไม่ต่างอะไรกับการมีเข็มทิศ ที่จะช่วยนำทางชีวิตเราไปให้ถึงฝั่ง ในวันที่เราต้องแล่นเรือผ่านมรสุมชีวิต</li><li>เมื่อเกิดวิกฤต จงอย่าถามหาคำตอบจากปราชญ์ หากจงเรียนรู้วิธีคิดจากปราชญ์เหล่านั้น</li><li>เงินไม่ใช่ปัจจัยสูงสุดในการสร้างแรงบันดาลใจให้มนุษย์</li><li>หัวใจสำคัญของกลยุทธ์ คือการวางเป้าหมายใหญ่ แล้วตอบให้ได้ว่า เราจะไปถึงเป้าหมายนั้นได้อย่างไร</li><li>เมื่อจิตใจไม่สงบ ย่อมมิอาจเรียนรู้เรื่องราวที่ลึกซึ้งได้</li><li>ชีวิตมนุษย์เราจะมีความหมาย ก็ต่อเมื่อ เราใช้ชีวิตและทำงานเพื่อให้เกิดประโยชน์และสร้างความสุขให้แก่ผู้อื่น</li><li>ขงจื่อกล่าวไว้ หัวใจของปราชญ์ คือ การฟัง (ฟังแล้วคิด)</li><li>จวงจื่อกล่าวไว้ เราจะพบกับความสุขทันที เมื่อเราหยุดแสดงหาความสุข (รู้จักพอ)</li></ul>



<h2 class="wp-block-heading">สรุป</h2>



<p class="wp-block-paragraph">หนังสือ &#8220;ปัญญาวิชาชีวิต&#8221; เล่มนี้มีราคาแพง (280 บาท) เมื่อเทียบกับจำนวนหน้า (220 หน้า) แต่ผมว่าคุณค่าที่ผู้อ่านจะได้จากหนังสือเล่มนี้นั้น มากกว่ามูลค่าหนังสือเล่มนี้แน่นอนครับ &#8211; หนังสือเล่มนี้ ผมให้ 4 / 5 ดาว (น่าอ่าน)</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่สำหรับใครที่เคยอ่าน <a href="https://karnlab.com/review-managing-oneself/">Managing Oneself (ปัญญางาน จัดการตน)</a> ผลงานของ Peter F. Drucker ที่คุณภิญโญเคยแปลไว้เมื่อปีที่แล้ว จะพลาด How will you measure your life? (ปัญญาวิชาชีวิต) เล่มนี้ไม่ได้ครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading">เพิ่มเติม</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ผมบังเอิญไปเจอคลิปที่คุณ Clayton พูดไว้ในงาน TED x Boston &#8211; ถ้าเพื่อนๆ มีเวลาว่าง ลองไปดูคลิปนี้นะครับ</p>



<figure class="wp-block-embed-youtube wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="How Will You Measure Your Life? Clay Christensen at TEDxBoston" width="1200" height="675" src="https://www.youtube.com/embed/tvos4nORf_Y?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-how-will-you-measure-your-life/">รีวิวหนังสือ &#8211; How will you measure your life? (ปัญญาวิชาชีวิต)</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://karnlab.com/review-how-will-you-measure-your-life/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวีวหนังสือ – The Little Book of IKIGAI : The Essential Japanese Way to Finding Your Purpose in Life</title>
		<link>https://karnlab.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad-ikigai-2/</link>
					<comments>https://karnlab.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad-ikigai-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 18 Aug 2018 17:44:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[Finding]]></category>
		<category><![CDATA[IKIGAI]]></category>
		<category><![CDATA[Japan]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Purpose]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิว]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือภาษาอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[เป้าหมาย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://karnlab.com/?p=1169</guid>

					<description><![CDATA[<p>เย็นวันหนึ่งหลังเลิกงานที่แสนจะเหนื่อยล้า ผมตั้งใจไปที่ร้านหนังสือเจ้าประจำเพื่อหาซื้อนิยายออกใหม่เล่มหนึ่ง เมื่อได้นิยายที่ต้องการแล้ว ก่อนถึงเคาน์เตอร์ชำระเงิน ผมก็บังเอิญไปสะดุดตากับหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า The Little Book of IKIGAI &#8230; ก่อนหน้านี้ผมเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับ IKIGAI มาบ้างแล้ว แต่ผมรู้สึกว่าหนังสือเล่มนั้นยังสนองความต้องการใคร่รู้เกี่ยวกับ IKIGAI ของผมไม่มากพอ ดังนั้นเมื่อผมได้เจอกับหนังสือเล่มนี้ ผมจึงหยิบไปจ่ายเงินเพื่อกลับมาอ่านต่อที่บ้านอย่างไม่ลังเล และนี่คือที่มาของหนังสือที่ผมจะมาเล่าให้ฟังกันในวันนี้ครับ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad-ikigai-2/">รีวีวหนังสือ – The Little Book of IKIGAI : The Essential Japanese Way to Finding Your Purpose in Life</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เย็นวันหนึ่งหลังเลิกงานที่แสนจะเหนื่อยล้า ผมตั้งใจไปที่ร้านหนังสือเจ้าประจำเพื่อหาซื้อนิยายออกใหม่เล่มหนึ่ง เมื่อได้นิยายที่ต้องการแล้ว ก่อนถึงเคาน์เตอร์ชำระเงิน ผมก็บังเอิญไปสะดุดตากับหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า The Little Book of IKIGAI &#8230;</p>
<p>ก่อนหน้านี้ผมเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับ IKIGAI มาบ้างแล้ว แต่ผมรู้สึกว่าหนังสือเล่มนั้นยังสนองความต้องการใคร่รู้เกี่ยวกับ IKIGAI ของผมไม่มากพอ ดังนั้นเมื่อผมได้เจอกับหนังสือเล่มนี้ ผมจึงหยิบไปจ่ายเงินเพื่อกลับมาอ่านต่อที่บ้านอย่างไม่ลังเล</p>
<p>และนี่คือที่มาของหนังสือที่ผมจะมาเล่าให้ฟังกันในวันนี้ครับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับอะไร</h2>
<p>หนังสือเล่มนี้เขียนโดยชาวญี่ปุ่น อธิบายแนวคิด IKIGAI ไว้ดีมาก ซึ่งมีหลักสำคัญ 5 ประการ คือ</p>
<ol>
<li>เริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ</li>
<li>เป็นตัวของตัวเอง</li>
<li>เน้นความยั่งยืน และ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับธรรมชาติ</li>
<li>มีความสุขกับสิ่งเล็กๆ</li>
<li>อยู่กับปัจจุบัน</li>
</ol>
<p>IKIGAI (<span class="st">生き甲斐</span>) เป็นภาษาญี่ปุ่น เกิดจากการรวมกันของ 2 คำ คือ</p>
<ul>
<li>IKI (<span class="st">生き</span>) แปลว่า ชีวิต</li>
<li>GAI (<span class="st">甲斐</span>) แปลว่า เหตุผล / ผลลัพธ์ / คุณค่า</li>
</ul>
<p>เมื่อนำ 2 คำนี้มารวมกัน IKIGAI จึงหมายถึง เหตุผลที่เรามีชิวิตอยู่ / คุณค่าในชิวตของเรา</p>
<p>หนังสือเล่มนี้แตกต่างจากหนังสือเล่มก่อนหน้าที่ผมเคยอ่าน (IKIGAI : The Japanese Secret to a Long and Happy Life) แต่งโดยชาวยุโรป ซึ่งจะให้มุมมองของชาวต่างชาติที่มีต่อแนวคิด IKIGAI และหนังสือเล่มนั้นเล่าเรื่องเหมือนชาวต่างชาติไปเที่ยวแล้วชื่นยชอบวัฒนธรรมญี่ปุ่นเสียมากกว่า</p>
<p><figure id="attachment_922" aria-describedby="caption-attachment-922" style="width: 626px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-922" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/sakura-flower.jpg" alt="sakura flower" width="626" height="417" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/sakura-flower.jpg 626w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/sakura-flower-300x200.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 626px) 100vw, 626px" /><figcaption id="caption-attachment-922" class="wp-caption-text">sakura flower</figcaption></figure></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>เนื้อหาโดยสังเขป</h2>
<p>หนังสือเล่มนี้มี ประมาณ 190 หน้า ประกอบด้วย 10 บท ได้แก่ (อธิบายเนื้อหาในแต่ละบทคร่าวๆ ไปด้วยเลยนะครับ)</p>
<p>* ชื่อบทในหนังสือเป็นภาษาอังกฤษ แต่ผมขอแปลเป็นภาษาไทยเพื่อให้อ่านเข้าใจง่ายนะครับ</p>
<ul>
<li>บทที่ 1 – IKIGAI คืออะไร</li>
<li>บทที่ 2 – เหตุผลที่คุณตื่นขึ้นมาในทุกๆ เช้า</li>
<li>บทที่ 3 – Kodawari และประโยชน์ของการคิดเล็กๆ</li>
<li>บทที่ 4 – ความสวยงามของ IKIGAI</li>
<li>บทที่ 5 – Flow และ ความคิดสร้างสรรค์</li>
<li>บทที่ 6 – IKIGAI และ ความยั่งยืน</li>
<li>บทที่ 7 – ค้นหาเป้าหมายในชีวิต</li>
<li>บทที่ 8 – อะไรที่ฆ่าคุณไม่ตาย จะทำให้คุณแกร่งขึ้น</li>
<li>บทที่ 9 – IKIGAI และ ความสุข</li>
<li>บทที่ 10 – ยอมรับในสิ่งที่คุณเป็น</li>
</ul>
<p>สิ่งที่ผมชอบอย่างหนึ่งในหนังสือเล่มนี้คือ ในแต่ละบทจะสอดแทรกเรื่องราวที่น่าประทับใจให้เราได้อ่านกันด้วยครับ เช่น</p>
<ul>
<li>พ่อครัวซูชิ และ นักขายปลา</li>
<li>ช่างทำถ้วยชาม ที่สืบทอดกันมาถึงรุ่นที่ 9</li>
<li>หญิงรับใช้ ผู้สังเกตสิ่งรอบตัว จนเขียนเป็นหนังสือ The Pillow Book</li>
<li>ผู้ก่อตั้ง Studio Ghibli กับความสุขในการทำงานในทุกๆ วัน<br />
(ผมสังเกตว่าหนังสือเล่มไหนก็ตาม ที่กล่าวถึงงานอนิเมะจากญี่ปุ่น จะไม่กล่าวถึง Studio Ghibli คงเป็นไปไม่ได้)</li>
<li>วัดแห่งหนึ่งที่จะต้องบูรณะทุกๆ 20 ปี แม้ฟังดูจะเป็นเรื่องที่ฟุ่มเฟือยเงินทองและเสียเวลา หากแต่แฝงไปด้วยแนวคิดที่จะสืบทอดงานศิลปะและการก่อสร้างให้แก่ลูกหลายสืบไป</li>
<li>ความพยายามที่เท่ากันของนักซูโม่ แต่ทำไมผลลัพธ์ถึงแตกต่างกัน</li>
<li>งาน Comiket เป็นงานที่เปิดให้นักวาดมังงะ (การ์ตูน) มือสมัครเล่นได้มาขายมังงะของตัวเอง และก็จะมีเหล่าโอตาคุ (แฟนการ์ตูน) จำนวนมากมาหาซื้อมังงะที่ตนเองชอบ นอกจากนี้ยังมีนักคอสเพลย์มาสร้างสีสันให้กับงานนี้ด้วย แม้ว่าพวกเขาจะดูแปลกประหลาดในสายตาผู้อื่น แต่สิ่งที่พวกเขามีเหมือนกัน ก็คือความชอบในสิ่งที่รัก แม้จะเป็นพื้นที่เล็กๆ แต่พื้นที่เล็กๆ นี้ก็ทำให้ชีวิตของคนๆ หนึ่งมีความสุขได้อย่างไม่น่าเชื่อ (ผมเพิ่งเคยเห็นหนังสือแนวปรัชญายกตัวอย่างงาน Comiket ก็เล่มนี้ละครับ)</li>
</ul>
<p><figure id="attachment_1173" aria-describedby="caption-attachment-1173" style="width: 600px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-1173" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/08/Comiket.jpg" alt="Comiket" width="600" height="398" /><figcaption id="caption-attachment-1173" class="wp-caption-text">Comiket</figcaption></figure></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>แนวคิดที่น่าสนใจจากหนังสือเล่มนี้</h2>
<p>ผมชอบเนื้อหาใน บทที่ 3 และ บทที่ 7 มากเป็นพิเศษครับ</p>
<p>บทที่ 3 เล่าถึง ช่างปั้นดินเผาที่สืบทอดการทำถ้วยชามมากว่า 9 รุ่น เขา(และบรรพบุรุษ)ตั้งใจที่จะสร้าง Yohen Tenmoku ถ้วยชาในตำนานขึ้นมากอีกครั้ง</p>
<p>Yohen Tenmoku เป็นถ้วยชาถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 ในประเทศจีน และปัจจุบันมีเหลือแค่ 3 ชิ้นเท่านั้น (ถ้วยใบนี้สวยขนาดไหน ดูได้ที่รูปประกอบด้านล่างครับ)</p>
<p>ด้วยความพยายามกว่าหลายสิบปี และการทดลองกว่าหลายพันครั้ง&#8230;</p>
<p>เขาก็ยังไม่สามารถสร้าง Yohen Tenmoku ที่เหมือนกับของจริงได้ แม้ว่าจะน่าผิดหวัง แต่พวกเขาก็ยังพยายามทำสิ่งนี้ต่อไป เพราะการได้พยายามสร้าง Yohen Tenmoku ขึ้นมาอีกครั้ง คือเป้าหมายในชีวิตของเขา</p>
<p><figure id="attachment_1171" aria-describedby="caption-attachment-1171" style="width: 400px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-1171" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/08/Yohen_Tenmoku.jpg" alt="Yohen Tenmoku" width="400" height="414" /><figcaption id="caption-attachment-1171" class="wp-caption-text">Yohen Tenmoku</figcaption></figure></p>
<p>บทที่ 7 เล่าถึง ซูโม่ กีฬามวยปล้ำของญี่ปุ่น ซึ่งหลายคนอาจจะไม่รู้ว่ามีระบบ Ranking ด้วย ผู้เขียนได้ไปพูดคุยกับนักซูโม่ 3 คน</p>
<p>คนแรกเป็นนักซูโม่อันดับต้นๆ (ถ้าผมจำไม่ผิด น่าจะอันดับ 7) เขาพยายามฝึกฝนตนเองให้เก่งกว่าเดิม เพื่อที่จะขึ้นเป็นอันดับ 1 ให้ได้ แน่นอนว่าเขามีความสุขทุกครั้งที่ได้เล่นซูโม่</p>
<p>คนที่สองเป็นนักซูโม่อันดับกลางๆ (ชนะ 50% แพ้ 50%) และตอนนี้อายุของเขาก็เข้าใกล้วัยที่จะต้องเลิกเล่นซูโม่แล้ว แต่เขาก็มีความสุขทุกครั้งที่ได้เล่นซูโม่</p>
<p>คนที่สามเป็นนักซูโม่ท้ายตาราง (ชนะ 2 แพ้ 100 กว่าครั้ง) เขาอายุยังน้อยและยังมีเวลาให้ฝึกฝน ซึ่งแน่นอนว่าเขาเลือกที่จะพยายามต่อไป เพราะเขามีความสุขทุกครั้งที่ได้เล่นซูโม่</p>
<p><figure id="attachment_1172" aria-describedby="caption-attachment-1172" style="width: 600px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-1172" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/08/Sumo.jpg" alt="Sumo" width="600" height="401" /><figcaption id="caption-attachment-1172" class="wp-caption-text">Sumo</figcaption></figure></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>ความประทับใจกับหนังสือเล่มนี้</h2>
<p>ผมชอบสไตล์การเล่าเรื่องแบบญี่ปุ่น คือ ในแต่ละบท ผู้เขียนจะมีการเล่าเรื่องก่อน (ยกตัวอย่างเรื่องราวในชีวิตจริง) แล้วค่อยโยงเข้าสู่แนวคิดที่ต้องการนำเสนอ และเนื้อหาในแต่ละบทก็เชื่อมต่อกัน ให้ความรู้สึกเหมือนอ่านนิยาย / ดูอนิเมะของญี่ปุ่นเลยครับ</p>
<p>IKIGAI ไม่ใช่แค่แผนภาพวงกลม 4 วงซ้อนกัน ตามที่เราเคยเห็นกันเท่านั้น แต่มันคือแนวคิดในการใช้ชีวิตอย่างมีความหมายและมีความสุขครับ <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/17.0.2/72x72/1f642.png" alt="🙂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p>หนังสือเล่มนี้ผมให้ 5 / 5 ดาว (ควรอ่านเป็นอย่างยิ่ง)</p>
<p>หมายเหตุ: ผมเคยเห็นจากเว็บไซต์ว่ามีสำนักพิมพ์ไทยแปลหนังสือเล่มนี้จำหน่ายด้วย แต่ผมยังไม่เคยอ่าน จึงไม่ทราบว่าฉบับแปลไทยเป็นอย่างไรบ้างนะครับ</p>
<p><figure id="attachment_921" aria-describedby="caption-attachment-921" style="width: 600px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-921" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/ikigai-diagram-1024x968.jpg" alt="ikigai diagram" width="600" height="567" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/ikigai-diagram-1024x968.jpg 1024w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/ikigai-diagram-300x284.jpg 300w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/ikigai-diagram-768x726.jpg 768w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/07/ikigai-diagram.jpg 1124w" sizes="auto, (max-width: 600px) 100vw, 600px" /><figcaption id="caption-attachment-921" class="wp-caption-text">ikigai diagram</figcaption></figure></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>รายละเอียดหนังสือ</h2>
<table>
<tbody>
<tr>
<td width="123">ชื่อหนังสือ</td>
<td width="416">The Little Book of IKIGAI : The Essential Japanese Way to Finding Your Purpose in Life</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ประเภท</td>
<td width="416">หนังสือภาษาอังกฤษ, พัฒนาตนเอง, ปรัชญา</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ผู้เขียน</td>
<td width="416">Ken Mogi</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">สำนักพิมพ์</td>
<td width="416">Quercus Books (UK)</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ปีที่พิมพ์</td>
<td width="416">2017</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><figure id="attachment_1170" aria-describedby="caption-attachment-1170" style="width: 300px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-1170" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/08/The-Little-Book-of-IKIGAI.jpg" alt="The Little Book of IKIGAI" width="300" height="400" /><figcaption id="caption-attachment-1170" class="wp-caption-text">The Little Book of IKIGAI</figcaption></figure></p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad-ikigai-2/">รีวีวหนังสือ – The Little Book of IKIGAI : The Essential Japanese Way to Finding Your Purpose in Life</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://karnlab.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad-ikigai-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>

<!--
Performance optimized by W3 Total Cache. Learn more: https://www.boldgrid.com/w3-total-cache/?utm_source=w3tc&utm_medium=footer_comment&utm_campaign=free_plugin

Page Caching using Disk: Enhanced 

Served from: karnlab.com @ 2026-07-13 07:40:57 by W3 Total Cache
-->