<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ธุรกิจ Archives - KarnLab</title>
	<atom:link href="https://karnlab.com/tag/%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://karnlab.com/tag/ธุรกิจ/</link>
	<description>Blog รีวิว หนังสือ เขียนโปรแกรม นานาสาระ</description>
	<lastBuildDate>Tue, 02 Feb 2021 01:07:42 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://karnlab.com/wp-content/uploads/2017/12/Logo-150x150.png</url>
	<title>ธุรกิจ Archives - KarnLab</title>
	<link>https://karnlab.com/tag/ธุรกิจ/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>รีวิวหนังสือ ตีแตก (ดร.นิเวศน์)</title>
		<link>https://karnlab.com/review-book-teetak-niwet/</link>
					<comments>https://karnlab.com/review-book-teetak-niwet/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Feb 2021 01:07:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.นิเวศน์]]></category>
		<category><![CDATA[ตีแตก]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิว]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤต]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[เล่นหุ้น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://karnlab.com/?p=3183</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนังสือตีแตกเล่มนี้เขียนโดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร เซียนหุ้น VI ที่หลายคนน่าจะรู้จักกันดี (แต่ถ้าใครไม่รู้จัก พูดง่ายๆ ก็คือ ดร.นิเวศน์ เป็นเซียนหุ้นที่ดูปัจจัยพื้นฐานของบริษัทมากกว่าเล่นกับราคาหุ้น ดร.นิเวศน์ โด่งดังเมื่อช่วงปี 40 ที่แม้ตลาดหุ้นจะกระทบหนัก แต่เขาก็สามารถทำกำไรในตลาดหุ้นช่วงนั้นได้) ผมเห็นหนังสือเล่มนี้มานานมาก แต่เพิ่งอ่านหนังสือเมื่อปี 2564 ที่จริงหนังสือเล่มนี้เขียนมาตั้งแต่ช่วงปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-book-teetak-niwet/">รีวิวหนังสือ ตีแตก (ดร.นิเวศน์)</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หนังสือตีแตกเล่มนี้เขียนโดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร เซียนหุ้น VI ที่หลายคนน่าจะรู้จักกันดี (แต่ถ้าใครไม่รู้จัก พูดง่ายๆ ก็คือ ดร.นิเวศน์ เป็นเซียนหุ้นที่ดูปัจจัยพื้นฐานของบริษัทมากกว่าเล่นกับราคาหุ้น ดร.นิเวศน์ โด่งดังเมื่อช่วงปี 40 ที่แม้ตลาดหุ้นจะกระทบหนัก แต่เขาก็สามารถทำกำไรในตลาดหุ้นช่วงนั้นได้)</p>



<p>ผมเห็นหนังสือเล่มนี้มานานมาก แต่เพิ่งอ่านหนังสือเมื่อปี 2564 ที่จริงหนังสือเล่มนี้เขียนมาตั้งแต่ช่วงปี 2540 นับอายุหนังสือเล่มนี้ก็ 20 กว่าปีแล้ว &#8230; แน่นอนว่าเนื้อหาบางส่วนก็อาจจะล้าสมัย ใช้การไม่ได้ในปัจจุบันแล้ว แต่เนื้อหลายส่วนก็ยังคงคลาสสิคและใช้งานได้ดีในปัจจุบัน</p>



<p>เนื้อหาในหนังสือแบ่งออกเป็น 10 บท คือ</p>



<ul class="wp-block-list"><li>วิเคราะห์ธุรกิจประเภทต่างๆ</li><li>วิเคราะห์งบการเงิน</li><li>วิเคราะห์ราคาหุ้น</li><li>สไตล์การลงทุน</li><li>ตีแตก</li><li>นักลงทุนเอกของโลก</li><li>การค้นหาหุ้น</li><li>เรื่องน่าห่วงในการลงทุน</li><li>การลงทุนในทรัพย์สินอื่นๆ</li><li>สรุป</li></ul>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1000" height="750" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2021/02/ตีแตก-2.jpg" alt="ตีแตก 2" class="wp-image-3179" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2021/02/ตีแตก-2.jpg 1000w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2021/02/ตีแตก-2-300x225.jpg 300w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2021/02/ตีแตก-2-768x576.jpg 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /><figcaption>ตีแตก 2</figcaption></figure>



<h2 class="wp-block-heading">สรุปเนื้อหา</h2>



<p>หมายเหตุ: ในสรุปนี้จะมี My Notes คือ จดบันทึกของผมเอง ไม่เกี่ยวกับเนื้อหาในหนังสือนะครับ</p>



<p>บทที่ 1 – วิเคราะห์ธุรกิจประเภทต่างๆ</p>



<ul class="wp-block-list"><li>เวลาซื้อหุ้น ให้เราคิดว่า เรากำลังร่วมลงทุนเพื่อทำธุรกิจในบริษัทที่เราสนใจ</li><li>บางครั้งการซื้อหุ้น (ร่วมลงทุน) ก็ใช้เงินน้อยกว่าการเริ่มลงทุนทำธุรกิจเอง</li><li>“โอกาสมักเปิดให้กับคนที่อยู่ในตำแหน่งที่จะฉกฉวยได้เท่านั้น”</li><li>ธุรกิจแต่ละประเภทเป็นสัตว์ที่ไม่เหมือนกัน<br>( นกและปลามาวิ่งแข่งกันม้าไม่ได้ / ปลาและม้าบินแข่งกับนกไม่ได้ / ม้าและนกว่ายน้ำแข่งกับปลาไม่ได้ )</li><li>กลุ่มผู้ผูกขาดสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Monopoly) – สินค้าในก็ตามที่มีแบรนด์ติดตลาดแล้ว เหนือชั้นกว่าคู่แข่งค่อนข้างมาก ส่วนแบ่งการตลาดสูง – สามารถซื้อเก็บได้ยาวๆ</li><li>ธุรกิจสัมปทาน (License Business) &#8211; ข้อดีคือคู่แข่งมีน้อย ข้อเสียคือถูกควบคุมราคา &#8211; ดร.นิเวศน์ไม่ชอบเท่าไร เพราะการขยายธุรกิจใช้เงินลงทุนสูง (เว้นแต่ธุรกิจที่ขยายแล้วใช้เงินน้อยลงจึงจะน่าสนใจ)</li><li>ธุรกิจควบคุม / ธนาคารพาณิชย์ &#8211; ดี ใช้ได้ เพราะมีผู้เล่นเพียง 10 กว่าแห่ง &#8211; เมื่อคุณซื้อหุ้นธนาคาร คุณกำลังพนันว่าภาวะธรกิจโดยรวมของประเทศจะดีขึ้นเรื่อยๆ และคุณซื้อเหมาทั้งธุรกิจที่ดีและไม่ดีที่อยู่ในพอร์ตสินเชื่อของธนาคาร</li><li>ธุรกิจส่งออก (Exporter) &#8211; ต้องดูว่าบริษัทรับเงินเป็นเงินสกุลใด และมีหนี้ในประเทศ/ต่างประเทศมากน้อยแค่ไหน</li><li>ธุรกิจมีจุดเด่น (Niche Player) – เป็นบริษัทที่เก่งในการผลิตสินค้าหรือให้บริการเฉพาะด้าน มักไม่ใช่บริษัทใหญ่ แต่สิ่งที่บริษัทเหล่านี้ทำได้นั้น แม้แต่บริษัทใหญ่ๆ ก็สู้ไม่ได้ &#8211; เป็นธุรกิจที่ดีโดยพื้นฐาน เมื่อฟ้าเริ่มสดใสผลการดำเนินงานก็จะดีขึ้น ราคาหุ้นก็จะดีดกลับเสมอ “เหมือนคนมีวิชาดีติดตัว ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้”</li><li>ธุรกิจสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) &#8211; คุณสมบัติของสินค้าโภคภัณฑ์ คือ หน้าตาและคุณภาพของสินค้าคล้ายกัน ไม่ว่าจะผลิตมาจากโรงงานไหน / ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีการซ้อขายทั่วโลกในราคาเดียวกัน ผู้ซื้อและผู้ขายไม่สามารถกำหนดราคาได้ &#8211; หุ้นประเภทนี้เล่นไม่ยาก มีกำไรแล้วต้องถอย</li></ul>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1000" height="750" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2021/02/ตีแตก-3.jpg" alt="ตีแตก 3" class="wp-image-3180" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2021/02/ตีแตก-3.jpg 1000w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2021/02/ตีแตก-3-300x225.jpg 300w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2021/02/ตีแตก-3-768x576.jpg 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /><figcaption>ตีแตก 3</figcaption></figure>



<p>บทที่ 2 – วิเคราะห์งบการเงิน</p>



<ul class="wp-block-list"><li>งบกำไรขาดทุน<ul><li>ดูยอดขายก่อน ยิ่งยอดขายมากกว่าสินทรัพย์หลายเท่า ถือว่าดี</li></ul><ul><li>รายได้อื่นๆ ไม่เป็นจำนวนเปอร์เซ็นต์ที่มากเกินไป</li></ul><ul><li>กำไรขั้นต้น (รายได้ &#8211; ต้นทุนขาย) ควรมากกว่า 20%</li></ul><ul><li>ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร เปรียบเทียบกับ ยอดขาย และ กำไรขั้นต้น ไม่เป็นเปอร์เซ็นต์ที่มากเกินไป</li></ul><ul><li>ข้อมูลที่เราสนใจมากที่สุด คือ กำไรต่อหุ้น (EPS) (กำไรสุทธิ หารด้วย จำนวนหุ้นทั้งหมด) &#8211; ซึ่งจะนำไปใช้คำนวณ P/E Ratio (ดูว่าหุ้นถูกหรือแพง) ต่อไป</li></ul><ul><li>My Notes: มูลค่าทางบัญชี (Book Value per share) = ส่วนของผู้ถือหุ้น (สินทรัพย์ &#8211; หนี้สิน) หารด้วย จำนวนหุ้นทั้งหมด &#8211; นำไปใช้คำนวณ P/BV Ratio</li></ul><ul><li>ผลตอบแทน (กำไรสุทธิ) ต่อ ส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ประมาณ 20% ถือว่าใช้ได้</li></ul><ul><li>My Notes: แต่ถ้าธุรกิจธนาคารต้องใช้ (ROA) แทน (ROE)</li></ul></li><li>การวิเคราะห์งบดุล<ul><li>งบดุลเป็นงบแสดงฐานะการเงินของกิจการ บริษัทมีความเข็มแข็งแค่ไหน และจะฝ่าพันอุปสรรคไปได้หรือไม่ – ถ้าโครงสร้างการเงินไม่แข็งแรง เมื่อพบเจอกับความผันผวนทางธุรกิจ ธุรกิจก็อาจล้มละลายได้</li></ul><ul><li>สินทรัพย์ของบริษัท<ul><li>เงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นแสดงถึงสภาพคล่องทางการเงิน</li></ul><ul><li>ลูกหนี้การค้า &#8211; ดี หรือ ไม่ดี / ระยะเวลาเครดิต</li></ul><ul><li>สินค้าคงคลัง &#8211; ระวัง Death Stock / ระยะเวลาขายสินค้า</li></ul><ul><li>ที่ดิน โรงงาน และ เครื่องจักร</li></ul></li></ul><ul><li>หนี้สินของบริษัท<ul><li>เงินกู้ระยะสั้น</li></ul><ul><li>เจ้าหนี้การค้า</li></ul><ul><li>หนี้ระยะยาว</li></ul><ul><li>My Notes: สำหรับบริษัทเล็ก D/E ไม่ควรเกิน 1 เท่า</li></ul></li></ul></li><li>แนวโน้มผลการดำเนินงานและฐานะการเงินของกิจการ<ul><li>ดูเรื่องการเจริญเติบโตของกำไรและยอดขาย</li></ul><ul><li>ยอดหนี้ควรจะลดลงเรื่อยๆ หรือ D/E ลดลงเรื่อยๆ</li></ul><ul><li>สัดส่วนของลูกหนี้การค้าต่อยอดขายต้องไม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ (ระวังหนี้เสีย)</li></ul><ul><li>สินค้าคงคลังต่อยอดขายต้องไม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ (ระวัง Death Stock)</li></ul></li><li>สรุป<ul><li>ดูข้อมูลย้นหลังหลายๆ ปี</li></ul><ul><li>งบการเงิน ถ้ามีหมายเหตุของผู้สอบบัญชี ต้องระวังเป็นพิเศษ</li></ul><ul><li>บริษัทที่มีหนี้สูงขึ้นเรื่อยๆ เป็นอันตราย</li></ul></li></ul>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1000" height="750" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2021/02/ตีแตก-4.jpg" alt="ตีแตก 4" class="wp-image-3181" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2021/02/ตีแตก-4.jpg 1000w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2021/02/ตีแตก-4-300x225.jpg 300w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2021/02/ตีแตก-4-768x576.jpg 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /><figcaption>ตีแตก 4</figcaption></figure>



<p>บทที่ 3 – วิเคราะห์ราคาหุ้น</p>



<ul class="wp-block-list"><li>คุณต้องรู้ก่อนว่าหุ้นบริษัทไหนดี ราคาควรจะเป็นเท่าไร เสร็จแล้วเฝ้ารอว่าเมื่อไรหุ้นตัวนั้นจะลดราคาแบบ Grand Sale</li><li>คุณภาพของหุ้น<ul><li>หุ้นคุณภาพดีนั้นวัดกันที่ความสามารถในการทำกำไร (EPS)</li></ul><ul><li>บริษัทต้องเติบโตอย่างน้อยในอีก 5 ปีข้างหน้า</li></ul><ul><li>อัตราการเติบโตของกำไร/รายได้<ul><li>น้อยกว่า 7% ต่อปี ถือว่า โตช้า</li></ul><ul><li>7-15% ต่อปี ถือว่า โตปานกลาง</li></ul><ul><li>มากกว่า 15% ต่อปี ถือว่า โตเร็ว เป็นหุ้นคุณภาพดี</li></ul></li></ul></li><li>ราคาหุ้น<ul><li>หุ้นถูกหรือแพงให้ดู P/E Ratio</li></ul><ul><li>หุ้นที่มีค่า P/E สูง ถือว่าแพง หุ้นที่มีค่า P/E ต่ำ ถือว่าถูก</li></ul><ul><li>P/E แค่ไหนเรียกว่าถูกหรือแพง &#8211; ให้เปรียบเทียบกับ P/E ของตลาด<br>เช่น ถ้า P/E ของตลาด = 15 เท่า, หุ้น A มีค่า P/E = 10 ถือว่าถูก, หุ้น B มีค่า P/E = 20 ถือว่าแพง (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจด้วย)</li></ul><ul><li>ถึงแม้ว่าหุ้นจะถูก ไม่ได้หมายความว่าเราควรซื้อ ต้องเปรียบเทียบกับคุณภาพหุ้นด้วย</li></ul></li><li>คุณภาพ vs ราคาหุ้น<ul><li>อัตราส่วนความคุ้มค่า PEG Ratio วัดจาก P/E ของหุ้นตั้ง หารด้วย Growth ของกำไรในหน่วยเปอร์เซ็นต์</li></ul><ul><li>ถ้าอัตราส่วนน้อยกว่า 1 แสดงว่าหุ้นมีราคาถูกกว่าคุณภาพ</li></ul><ul><li>แต่ถ้าอัตราส่วนมากกว่า 1 แสดงว่าหุ้นมีราคาแพงกว่าคุณภาพ</li></ul></li></ul>



<p>บทที่ 4 – สไตล์การลงทุน</p>



<p>ควรเลือกแบบใดแบบหนึ่งที่ถูกกับจริตของเรา</p>



<ul class="wp-block-list"><li>ลงทุนในหุ้นตัวเร็ว (Growth Investment) – ไม่สนใจว่าหุ้นตัวนั้นจะแพงแค่ ขอแค่มีแรงที่จะขึ้นต่อไปได้ และเราสามารถทำกำไรได้ทันก็พอแล้ว</li><li>ลงทุนในหุ้นแบกับดิน (Value Investment) &#8211; ตามแนวคิดของ เบนจามิน เกรแฮม ราคาหุ้นต้องน้อยกว่า 2 ใน 3 เท่าของ (สินทรัพย์หมุนเวียน &#8211; หนี้สินทั้งหมด) ของบริษัท / การซื้อหุ้นต้องมี Margin of Safety &#8211; ซึ่งแนวคิดนี้ถูกพัฒนาต่อโดย วอร์เรน บัฟเฟต</li><li>ลงทุนแบบเหวี่ยงแห (Passive Investment) – ซื้อหุ้นกระจายหลากหลายตัว/อุตสาหกรรม ผลตอบแทนที่เราได้ ก็จะใกล้เคียงกับผลตอบแทนของตลาด วิธีนี้ไม่ต้องเสียเวลาวิเคราะห์หุ้น / อีกทางเลือกหนึ่งคือลงทุนในกองทุนที่อ้างอิงดัชนี หรือ Index Fund</li></ul>



<p>บทที่ 5 – ตีแตก</p>



<p>ยกตัวอย่างการเล่นไพ่ตีแตก อธิบายสั้นๆ คือ เมื่อเราเห็นโอกาสชนะแน่ 80-90% ขึ้นไป เราต้องกล้าที่จะเทหมดหน้าตัก</p>



<p>บทที่ 6 – นักลงทุนเอกของโลก</p>



<p>ยกตัวอย่างเรื่องราวของนักลงทุน 3 ท่าน คือ วอร์เรน บัฟเฟตต์ / จอร์จ โซรอส / ปีเตอร์ ลินช์</p>



<p>บทที่ 7 – การค้นหาหุ้น</p>



<p>กระบวนการค้นหาหุ้นโดยใช้ตะแกรงร่อน</p>



<ol class="wp-block-list" type="1"><li>มีกำไรเพิ่มขึ้นทุกปี</li><li>ยอดขายเพิ่มขึ้นทุกปี</li><li>กำไรต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) มากกว่า 15%</li><li>มูลค่าหุ้นทั้งบริษัท (Market Cap.) สมเหตุสมผลหรือไม่</li><li>หุ้น P/E ต่ำ น่าสนใจกว่า หุ้น P/E สูง</li><li>หุ้น P/BV ต่ำ น่าสนใจกว่า หุ้น P/BV สูง</li></ol>



<p>บทที่ 8 – เรื่องน่าห่วงในการลงทุน</p>



<ol class="wp-block-list" type="1"><li>กระจายความเสี่ยง โดยการซื้อหุ้นกระจายตามกลุ่มอุตสาหกรรม 10 ตัวขึ้นไป</li><li>หุ้นแต่ละตัวมีสภาพคล่องไม่เหมือนกัน (ตัวที่ไม่ได้รับความนิยมจากนักลงทุน มักจะซื้อขายยากกว่า) &#8211; การกระจายซื้อหุ้นให้หลากหลายตัว สามารถช่วยได้</li><li>ต้องดูผู้บริหารของบริษัทด้วย ทั้งเรื่องฝีมือ พฤติกรรม/จริยธรรม/ธรรมาภิบาล</li></ol>



<p>บทที่ 9 – การลงทุนในทรัพย์สินอื่นๆ</p>



<ul class="wp-block-list"><li>เงินฝากประจำ เป็นการลงทุนที่ปลอดภัย (อย่างน้อยก็ไม่เสียเงินต้น) &#8211; ถ้าทำใจเล่นหุ้นไม่ได้ แนะนำให้ลงทุนด้วยเงินฝาก</li><li>ที่ดิน และ ทองคำ &#8211; ดร.นิเวศน์ ไม่ชอบ</li><li>ภาพเขียน งานศิลปะ พระเครื่อง เหรียญ สแตมป์ &#8211; ไม่แนะนำให้ลงทุน</li></ul>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="750" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2021/02/ตีแตก-5.jpg" alt="ตีแตก 5" class="wp-image-3182" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2021/02/ตีแตก-5.jpg 1000w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2021/02/ตีแตก-5-300x225.jpg 300w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2021/02/ตีแตก-5-768x576.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /><figcaption>ตีแตก 5</figcaption></figure>



<p>บทที่ 10 – สรุป</p>



<ol class="wp-block-list" type="1"><li>ต้องคิดว่า หุ้นเป็นกิจการหรือธุรกิจที่เราจะเข้าไปเป็นหุ้นส่วน</li><li>ก่อนซื้อหุ้น ต้องวิเคราะห์งบการเงินของบริษัทนั้น<br>กำไรต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ควรมากกว่า 15๔</li><li>ดูว่าหุ้นนั้นมีราคาถูกหรือแพง โดยเปรียบเทียบกับคุณภาพของหุ้นตัวนั้น<br>P/E ควรต่ำกว่า 5 เท่า (น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของ P/E ตลาด)<br>P/BV ควรต่ำกว่า 1 เท่า</li><li>ถ้าแนวทางหรือสไตล์การลงทุนของเราเองให้เจอ</li><li>เมื่อเจอโอกาสต้องกล้าเดิมพัน (ตีแตก)</li><li>ศึกษาจากนักลงทุนเอกของโลกบ้าง</li><li>ใช้ตะแกรงร่อนเพื่อคัดเลือกหุ้นที่จะซื้อ</li><li>กระจายความเสี่ยงโดยการซื้อหุ้นหลายตัว / ดูเรื่องสภาพคล่อง / ดูเรื่องผู้บริหาร</li></ol>



<h2 class="wp-block-heading">เกี่ยวกับหนังสือ</h2>



<ul class="wp-block-list"><li>หนังสือเล่มนี้หนานประมาณ 170 หน้า ราคา 170 บาท ถือว่าราคากลางๆ แต่ถ้าเทียบกับเนื้อหาข้างในถือว่าราคาถูกครับ</li><li>หนังสือเล่มนี้เป็นข้อความล้วนๆ ไม่มีรูปภาพกราฟฟิคใดๆ บางคนอาจจะอ่านไปแล้วเบื่อๆ ง่วงๆ ได้</li><li>คำเตือน: เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้เป็นเพียงแนวทางในการลงทุน ผู้ลงทุนต้องศึกษาข้อมูลและพร้อมรับความเสี่ยงในการตัดสินใจลงทุน</li></ul>



<h2 class="wp-block-heading">สรุป</h2>



<p>ใครที่คิดจะลงทุน(หรือแม้แต่เทรดเก็งกำไร)ในตลาดหุ้น ควรอ่านหนังสือเล่มนี้สักนิด ก่อนที่จะเริ่มซื้อขายจริงในตลาดหลักทรัพย์ครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading">รายละเอียดหนังสือ</h2>



<figure class="wp-block-table"><table><tbody><tr><td>ชื่อหนังสือ</td><td>ตีแตก กลยุทธ์การเล่นหุ้นในภาวะวิกฤต</td></tr><tr><td>ผู้เขียน</td><td>ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร</td></tr><tr><td>สำนักพิมพ์</td><td>ซีเอ็ด</td></tr><tr><td>ปีที่พิมพ์</td><td>2008</td></tr></tbody></table></figure>



<p><a href="https://blog.settrade.com/blog/nivate/">https://blog.settrade.com/blog/nivate/</a></p>



<p><a href="https://www.se-ed.com/product/%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B8%81-%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%95.aspx?no=9789742126810">https://www.se-ed.com/product/%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B8%81-%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%95.aspx?no=9789742126810</a></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="750" height="1000" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2021/02/ตีแตก-1.jpg" alt="ตีแตก 1" class="wp-image-3178" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2021/02/ตีแตก-1.jpg 750w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2021/02/ตีแตก-1-225x300.jpg 225w" sizes="auto, (max-width: 750px) 100vw, 750px" /><figcaption>ตีแตก 1</figcaption></figure>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-book-teetak-niwet/">รีวิวหนังสือ ตีแตก (ดร.นิเวศน์)</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://karnlab.com/review-book-teetak-niwet/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิวหนังสือ ทำอาชีพให้เป็นมืออาชีพ (Startup Easily) – อีกหนึ่งเรื่องราวเสื่อผืนหมอนใบ</title>
		<link>https://karnlab.com/review-startup-easily-book/</link>
					<comments>https://karnlab.com/review-startup-easily-book/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 31 Dec 2020 06:10:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[Easily]]></category>
		<category><![CDATA[SME]]></category>
		<category><![CDATA[Startup]]></category>
		<category><![CDATA[จีน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[มืออาชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิว]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[เสื่อผืนหมอใบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://karnlab.com/?p=3151</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องราวของผู้เขียนเองที่เป็นชาวจีน แล้วมาทำงานที่ประเทศไทย เริ่มต้นจากการเป็นลูกจ้างสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจ (จะเรียกว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวของคนจีนเสื่อผืนหมอนใบก็ว่าได้) ในหนังสือเล่าเรื่องราวการทำธุรกิจของผู้เขียนที่มีทั้งประสบความสำเร็จและล้มเหลว สอดแทรกไปด้วยแนวคิดการทำธุรกิจที่เราสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างดีเลยครับ (แม้ผู้เขียนจะบอกว่าตัวเองเป็น Startup แต่ผมว่าแนวคิดและวิธีการทำธุรกิจของผู้เขียนเป็นแบบ SME มากกว่าครับ) เนื้อหาโดยสังเขป หนังสือเล่มนี้หนาประมาณ 250 หน้า มีทั้งหมด 19-20 บทครับ บทนำ ** [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-startup-easily-book/">รีวิวหนังสือ ทำอาชีพให้เป็นมืออาชีพ (Startup Easily) – อีกหนึ่งเรื่องราวเสื่อผืนหมอนใบ</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องราวของผู้เขียนเองที่เป็นชาวจีน แล้วมาทำงานที่ประเทศไทย เริ่มต้นจากการเป็นลูกจ้างสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจ (จะเรียกว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวของคนจีนเสื่อผืนหมอนใบก็ว่าได้)</p>



<p>ในหนังสือเล่าเรื่องราวการทำธุรกิจของผู้เขียนที่มีทั้งประสบความสำเร็จและล้มเหลว สอดแทรกไปด้วยแนวคิดการทำธุรกิจที่เราสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างดีเลยครับ (แม้ผู้เขียนจะบอกว่าตัวเองเป็น Startup แต่ผมว่าแนวคิดและวิธีการทำธุรกิจของผู้เขียนเป็นแบบ SME มากกว่าครับ)</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="750" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/12/ทำอาชีพ-ให้เป็นมืออาชีพ-Startup-Easily-1.jpg" alt="ทำอาชีพ ให้เป็นมืออาชีพ Startup Easily - 1" class="wp-image-3149" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/12/ทำอาชีพ-ให้เป็นมืออาชีพ-Startup-Easily-1.jpg 1000w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/12/ทำอาชีพ-ให้เป็นมืออาชีพ-Startup-Easily-1-300x225.jpg 300w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/12/ทำอาชีพ-ให้เป็นมืออาชีพ-Startup-Easily-1-768x576.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /><figcaption>ทำอาชีพ ให้เป็นมืออาชีพ Startup Easily &#8211; 1</figcaption></figure>



<h2 class="wp-block-heading">เนื้อหาโดยสังเขป</h2>



<p>หนังสือเล่มนี้หนาประมาณ 250 หน้า มีทั้งหมด 19-20 บทครับ</p>



<ul class="wp-block-list"><li>บทนำ **<ul><li>ข้อคิดแด่นักธุรกิจมือใหม่<ul><li>ความสำเร็จต้องเริ่มจากความฝันหรือแรงบันดาลใจ</li></ul><ul><li>พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ</li></ul><ul><li>ลงมือทำทีละก้าว สะสมความรู้และประสบการณ์ไปเรื่อยๆ</li></ul><ul><li>มีความมุ่งมั่นอดทนจนกว่าประสบความสำเร็จ</li></ul></li></ul><ul><li>เส้นทางธุรกิจ<ul><li>ทางที่ 1 – เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย เข้าสู่สายอาชีพได้เร็ว (แต่ก็มีความเสี่ยงจากการขาดความรู้หรือประสบการณ์)</li></ul><ul><li>ทางที่ 2 – เรียนให้จบก่อน ทำงานในบริษัทไปสักระยะ แล้วค่อยเปิดธุรกิจ (รอให้มีความพร้อมเต็มที่ ก่อนเผชิญความเสี่ยงด้วยตนเอง)</li></ul><ul><li>ทางที่ 3 &#8211; เรียนจบแล้ว (หรือระหว่างเรียน) เจอโอกาสครั้งสำคัญ (อันนี้ขึ้นอยู่กับโชคชะดาของแต่ละคน)</li></ul><ul><li>ทางที่ 4 &#8211; ร่วมลงทุนกับผู้อื่น</li></ul><ul><li>ทางที่ 5 &#8211; ซื้อแฟรนไชส์มาเปิดกิจการ</li></ul></li></ul><ul><li>ก่อนจะเป็นเจ้าของธุรกิจ ควรถามตัวเองก่อนว่า<ul><li>พร้อมที่จะลำบากสู้งานหนักไหม?</li></ul><ul><li>เราคิดเป็น ทำเป็น วางแผนเป็นไหม?</li></ul><ul><li>เรารู้จักการทำธุรกิจดีแค่ไหน?</li></ul><ul><li>เราต้องใช้เงินทุนเท่าไร และจากหาเงินจากไหน?</li></ul><ul><li>หากธุรกิจเกิดปัญหา เราจะขอความช่วยเหลือจากใครได้บ้าง?</li></ul></li></ul></li></ul>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="750" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/12/ทำอาชีพ-ให้เป็นมืออาชีพ-Startup-Easily-2.jpg" alt="ทำอาชีพ ให้เป็นมืออาชีพ Startup Easily - 2" class="wp-image-3150" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/12/ทำอาชีพ-ให้เป็นมืออาชีพ-Startup-Easily-2.jpg 1000w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/12/ทำอาชีพ-ให้เป็นมืออาชีพ-Startup-Easily-2-300x225.jpg 300w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/12/ทำอาชีพ-ให้เป็นมืออาชีพ-Startup-Easily-2-768x576.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /><figcaption>ทำอาชีพ ให้เป็นมืออาชีพ Startup Easily &#8211; 2</figcaption></figure>



<ul class="wp-block-list"><li>บทที่ 1 2 3 4 – บอกเล่าเรื่องราวชีวิตวัยเด็กของผู้เขียนในขณะที่ยังอยู่ประเทศจีน</li><li>บทที่ 5 6 7 8 9 – ได้มีโอกาสมาทำงานที่ประเทศไทย เก็บเกี่ยวประสบการณ์และความรู้ด้านธุรกิจจากการทำงาน</li><li>บทที่ 10 11 ** – เปิดธุรกิจของตัวเอง ประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ</li><li>บทที่ 12 13 ** &#8211; ขยายธุรกิจเกินกำลังของตนเอง สุดท้ายหมุนเงินไม่ทันจนเป็นหนี้ &#8230; แต่ก็สามารถกอบกู้ธุรกิจกลับมาได้</li><li>บทที่ 14 – บทนี้รวบรวมทฤษฎีในการทำธุรกิจที่ผู้เขียนได้มาจากการเรียน ควรอ่านไว้เป็นความรู้มากๆ เลยครับ</li><li>บทที่ 15 &#8211; ว่าด้วยการออกกำลังกาย (มวยจีน)</li><li>บทที่ 16 17 18 &#8211; บทส่งท้าย</li></ul>



<p>** บทที่ผมชอบมาก ได้แก่ บทนำ บทที่ 10 11 12</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="750" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/12/ทำอาชีพ-ให้เป็นมืออาชีพ-Startup-Easily-Content.jpg" alt="ทำอาชีพ ให้เป็นมืออาชีพ Startup Easily - Content" class="wp-image-3148" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/12/ทำอาชีพ-ให้เป็นมืออาชีพ-Startup-Easily-Content.jpg 1000w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/12/ทำอาชีพ-ให้เป็นมืออาชีพ-Startup-Easily-Content-300x225.jpg 300w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/12/ทำอาชีพ-ให้เป็นมืออาชีพ-Startup-Easily-Content-768x576.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /><figcaption>ทำอาชีพ ให้เป็นมืออาชีพ Startup Easily &#8211; Content</figcaption></figure>



<h2 class="wp-block-heading">สรุป</h2>



<p>หนังสือเล่มบอกเล่าเรื่องราวการทำธุรกิจของชายคนหนึ่งได้น่าสนใจ มีทั้งสำเร็จและล้มเหลว มีบทเรียนที่เราสามารถศึกษาได้จากผู้เขียน ใครที่จะเริ่มทำธุรกิจของตัวเอง อ่านหนังสือเล่มนี้ก่อนก็ไม่เสียหาย ไม่เสียเวลาครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading">รายละเอียดหนังสือ</h2>



<figure class="wp-block-table"><table><tbody><tr><td>ชื่อหนังสือ</td><td>Startup Easily ทำอาชีพให้เป็นมืออาชีพ</td></tr><tr><td>ผู้เขียน</td><td>Zengyang Xing</td></tr><tr><td>สำนักพิมพ์</td><td>วิช (Wish Books)</td></tr><tr><td>ปีที่พิมพ์</td><td>2020</td></tr></tbody></table></figure>



<p><a href="https://www.wishbookmaker.com/product/40081-43604/startup-easily-%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%9E">https://www.wishbookmaker.com/product/40081-43604/startup-easily-%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%9E</a></p>



<p><a href="https://www.se-ed.com/product/Startup-Easily-%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%9E-%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%9E.aspx?no=9786168056516">https://www.se-ed.com/product/Startup-Easily-%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%9E-%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%9E.aspx?no=9786168056516</a></p>



<p><a href="https://www.naiin.com/product/detail/515169">https://www.naiin.com/product/detail/515169</a></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="750" height="1000" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/12/ทำอาชีพ-ให้เป็นมืออาชีพ-Startup-Easily-Cover.jpg" alt="ทำอาชีพ ให้เป็นมืออาชีพ Startup Easily - Cover" class="wp-image-3147" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/12/ทำอาชีพ-ให้เป็นมืออาชีพ-Startup-Easily-Cover.jpg 750w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/12/ทำอาชีพ-ให้เป็นมืออาชีพ-Startup-Easily-Cover-225x300.jpg 225w" sizes="auto, (max-width: 750px) 100vw, 750px" /><figcaption>ทำอาชีพ ให้เป็นมืออาชีพ Startup Easily &#8211; Cover</figcaption></figure>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-startup-easily-book/">รีวิวหนังสือ ทำอาชีพให้เป็นมืออาชีพ (Startup Easily) – อีกหนึ่งเรื่องราวเสื่อผืนหมอนใบ</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://karnlab.com/review-startup-easily-book/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แนะนำหนังสือ &#8211; 50 เครื่องมือ แก้ปัญหายากๆ ให้เป็นเรื่องง่าย</title>
		<link>https://karnlab.com/book-9789744144485/</link>
					<comments>https://karnlab.com/book-9789744144485/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 Feb 2019 17:01:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[แนะนำหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[บริหาร]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[แนะนำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://karnlab.com/?p=2491</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากเราต้องการทำสิ่งต่างๆ ให้สำเร็จมากขึ้นกว่าเดิม เราจำเป็นต้องทำเรื่องง่าย และนั่นต้องอาศัยการใช้แผนภาพดีๆ ซึ่งสามารถแสดงกลยุทธ์ ความคิด หรือไอเดีย ออกมาให้เข้าใจได้ง่ายๆ เครื่องมือนี้จะช่วยให้เราทำสิ่งต่างๆ ได้สำเร็จมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดรวมอยู่ในหนังสือ 50 เครื่องมือ แก้ปัญหายากๆ ให้เป็นเรื่องง่าย เล่มนี้ คนเราจำข้อมูลที่อ่านได้แค่เพียง 10% แต่จำสิ่งที่พวกเขามองเห็นได้ถึง 30% [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/book-9789744144485/">แนะนำหนังสือ &#8211; 50 เครื่องมือ แก้ปัญหายากๆ ให้เป็นเรื่องง่าย</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หากเราต้องการทำสิ่งต่างๆ ให้สำเร็จมากขึ้นกว่าเดิม เราจำเป็นต้องทำเรื่องง่าย และนั่นต้องอาศัยการใช้แผนภาพดีๆ ซึ่งสามารถแสดงกลยุทธ์ ความคิด หรือไอเดีย ออกมาให้เข้าใจได้ง่ายๆ เครื่องมือนี้จะช่วยให้เราทำสิ่งต่างๆ ได้สำเร็จมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดรวมอยู่ในหนังสือ 50 เครื่องมือ แก้ปัญหายากๆ ให้เป็นเรื่องง่าย เล่มนี้</p>



<p>คนเราจำข้อมูลที่อ่านได้แค่เพียง 10% แต่จำสิ่งที่พวกเขามองเห็นได้ถึง 30% รูปภาพต่าง ๆ จึงมีข้อได้เปรียบเหนือกว่าถ้อยคำแต่ธุรกิจส่วนใหญ่กลับยังคงมุ่งเน้นไปที่ถ้อยคำที่ถูกเขียนขึ้นมาให้อ่าน แต่ถ้อยคำมักจะทำให้เกิดความเข้าใจผิด เพราะเรามีแนวโน้มที่จะเขียนมากเกินไปและอาจจะยิ่งทำให้คนอื่นเข้าใจยาก แผนภาพอาจถูกทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้เช่นกัน แต่ก็ไม่เท่ากับการใช้ถ้อยคำ การคิดเป็นภาพได้จะช่วยทำให้ความคิดไม่ซับซ้อน</p>



<p>คุณสมบัติของรูปทรงและแผนภาพทำให้ทุก ๆ คนทั่วโลกสามารถเข้าใจเรื่องราวต่าง ๆ ได้เหมือนกัน นี่เป็นคุณสมบัติที่สำคัญมากโดยเฉพาะในยุคโลกาภิวัตน์ซึ่งกำลังมีผลกระทบต่อพวกเราอย่างมากมาย คนที่อยู่ในธุรกิจระดับโลกย่อมต้องการให้ความคิดของตนถูกนำไปใช้ได้ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศไหน และการจะทำเช่นนั้นได้ ทุก ๆ คนจะต้องมองเห็นความคิดนั้นเป็นภาพเดียวกันได้</p>



<h2 class="wp-block-heading">สารบัญ</h2>



<ul class="wp-block-list"><li>เครื่องมือแก้ปัญหา สามเหลี่ยมและพีระมิด</li><li>เครื่องมือแก้ปัญหา สี่เหลี่ยมและแกน</li><li>เครื่องมือแก้ปัญหา วงกลมและกราฟวงกลม</li><li>เครื่องมือแก้ปัญหา ไทม์ไลน์</li><li>เครื่องมือแก้ปัญหา แผนผังกับแนวคิด</li></ul>



<p>หากสนใจหนังสือเล่มนี้ สามารถสั่งซื้อจากร้านนายอินทร์ โดยคลิกที่ <a href="https://click.accesstrade.in.th/adv.php?rk=0006ss00092k&amp;url=https%3A%2F%2Fwww.naiin.com%2Fproduct%2Fdetail%2F474009">Link </a>นี้ได้เลยครับ</p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/book-9789744144485/">แนะนำหนังสือ &#8211; 50 เครื่องมือ แก้ปัญหายากๆ ให้เป็นเรื่องง่าย</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://karnlab.com/book-9789744144485/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิวหนังสือ – Start with Why (ทำไมต้องเริ่มด้วย “ทำไม”)</title>
		<link>https://karnlab.com/review-start-with-why/</link>
					<comments>https://karnlab.com/review-start-with-why/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Mar 2018 17:18:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[Simon Sinek]]></category>
		<category><![CDATA[Start with Why]]></category>
		<category><![CDATA[WE Learn]]></category>
		<category><![CDATA[ทำไม]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิว]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[เริ่มต้น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://karnlab.com/?p=656</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนังสือ Start with Why เล่มนี้ นำเสนอแนวคิดที่ว่า เราควรตั้งคำถามด้วยจุดมุ่งหมายเสียก่อน (ทำไม?) แล้วจึงคิดถึงวิธีการเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมาย (อย่างไร? และ อะไร?) หนังสือเล่มนี้เล่าถึง พี่น้องตระกูลไรท์ ผู้ที่สามารถสร้างเครื่องบินได้สำเร็จเป็นทีมแรก ทั้งๆ ที่ทั้งคู่ก็ไม่ได้มีทรัพยากรอะไรมากมาย แต่พวกเขามีความฝันที่แน่นแน่ว่าวันหนึ่งมนุษย์จะบินได้ หนังสือเล่มนี้เล่าถึง สตีฟ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-start-with-why/">รีวิวหนังสือ – Start with Why (ทำไมต้องเริ่มด้วย “ทำไม”)</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หนังสือ Start with Why เล่มนี้ นำเสนอแนวคิดที่ว่า เราควรตั้งคำถามด้วยจุดมุ่งหมายเสียก่อน (ทำไม?) แล้วจึงคิดถึงวิธีการเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมาย (อย่างไร? และ อะไร?)</p>
<p>หนังสือเล่มนี้เล่าถึง พี่น้องตระกูลไรท์ ผู้ที่สามารถสร้างเครื่องบินได้สำเร็จเป็นทีมแรก ทั้งๆ ที่ทั้งคู่ก็ไม่ได้มีทรัพยากรอะไรมากมาย แต่พวกเขามีความฝันที่แน่นแน่ว่าวันหนึ่งมนุษย์จะบินได้</p>
<p>หนังสือเล่มนี้เล่าถึง สตีฟ จ็อบส์ และ สตีฟ วอซเนียก ที่เรารู้จักกันในฐานะผู้ก่อตั้งบริษัท Apple (เจ้าของ MacBook, iPhone, etc.) ทั้งคู่เชื่อในความแตกต่างและต้องการจะปฏิวัติสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน (หนังสือเล่มนี้จะยกกรณีตัวอย่างของแอปเปิลค่อนข้างบ่อยทีเดียว)</p>
<p>หนังสือเล่มนี้เล่าถึง บิล เกตต์ ผู้พัฒนาโปรแกรม Windows, Office เจ้าของบริษัท Microsoft ผู้ที่เชื่อว่าคนทั่วไปก็สามารถมีประสิทธิภาพในการทำงานเทียบเท่ากับองค์กรใหญ่ๆ ได้ด้วยซอฟท์แวร์ที่เขาเป็นผู้พัฒนา</p>
<p>หนังสือเล่มนี้เล่าถึง มาร์ติน ลูเธอร์ คิง นักต่อสู้เพื่อสิทธิพลเมืองและความเท่าเทียมของคนผิวสีในอเมริกา ผู้ฝันถึงสังคมที่มีความเท่าเทียมกันของคนทุกเชื้อชาติ</p>
<p>หนังสือเล่มนี้เล่าถึง สายการบินเซาท์เวสต์ที่เป็นผู้บุกเบิกสายการบินราคาประหยัดในอเมริกา ในยุคการเดินทางด้วยเครื่องบินเป็นสิ่งที่คนทั่วไปเกินกว่าจะไขว่คว้า (ราคาแพงมาก)</p>
<p>หากคุณอยากรู้ว่าความสำคัญของจุดมุ่งหมายหรือการถามตัวเองว่า “ทำไม” นั้นสำคัญอย่างไร? สามารถหาคำตอบได้จากหนังสือเล่มนี้ครับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>เนื้อหาโดยสังเขป</h2>
<p>หนังสือ Start with Why เล่มนี้ มีทั้งหมด 262 หน้า แบ่งเป็น 14 บท (6 ส่วน) ดังนี้ครับ</p>
<ul>
<li>บทนำ: ทำไมต้องเริ่มด้วยการถามว่าทำไม</li>
<li>ส่วนที่ 1 – โลกที่ไม่ได้เริ่มต้นจากการถามว่าทำไม
<ul>
<li>บทที่ 1 – ข้อสรุป</li>
<li>บทที่ 2 – รางวัลและการลงโทษ</li>
</ul>
</li>
<li>ส่วนที่ 2 – ทางเลือกอื่น
<ul>
<li>บทที่ 3 – ทำไมฮอนด้าถึงเจ๋งกว่าเฟอร์รารี่</li>
<li>บทที่ 4 – ทำไมเราถึงไม่ค่อยใช้เหตุผลในการตัดสินใจ</li>
<li>บทที่ 5 – ทำไมการทำธุรกิจถึงเหมือนกับการออกเดต</li>
</ul>
</li>
<li>ส่วนที่ 3 – ผู้นำต้องมีผู้ตาม
<ul>
<li>บทที่ 6 – ทำไมต้องสร้างความเชื่อใจ</li>
<li>บทที่ 7 – ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงเอาใจยากนัก</li>
</ul>
</li>
<li>ส่วนที่ 4 – หาแนวร่วม
<ul>
<li>บทที่ 8 – ทำไมคนเดียวถึงหัวหาย</li>
<li>บทที่ 9 – ทำไมแอปเปิลถึงแตกต่าง</li>
<li>บทที่ 10 – ทำไมคนถึงสักรูปโลโก้ของฮาร์เลย์-เดวิดสัน</li>
</ul>
</li>
<li>ส่วนที่ 5 – ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือความสำเร็จ
<ul>
<li>บทที่ 11 – ทำไมวอลมาร์ตถึงตกสวรรค์</li>
<li>บทที่ 12 – ทำไมความสำเร็จถึงไม่ใช่เรื่องดีอย่างที่คิด</li>
</ul>
</li>
<li>ส่วนที่ 6 – โลกที่เริ่มต้นจากการถามว่าทำไม
<ul>
<li>บทที่ 13 – จุดมุ่งหมายมาจากไหน</li>
<li>บทที่ 14 – การแข่งขันครั้งใหม่</li>
</ul>
</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h2>แนวคิดที่น่าสนใจจากหนังสือเล่มนี้</h2>
<p>หนังสือเล่มนี้ได้นำเสนอ 2 ทฤษฎีที่น่าสนใจ คือ</p>
<p>ทฤษฎีวงแหวนทองคำ (Golden Circle) กล่าวว่า เวลาเราจะทำอะไรควรเริ่มด้วยจากการตั้งคำถามว่าทำไม? (จุดมุ่งหมาย) จากนั้นค่อยคิดว่าจะทำให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างไร? (วิธีการ) และต้องทำอะไรบ้าง? (สิ่งที่ต้องทำ)</p>
<p><figure id="attachment_657" aria-describedby="caption-attachment-657" style="width: 296px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-medium wp-image-657" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/03/Start-with-Why-–-Golden-Circle-296x300.png" alt="Start with Why – Golden Circle" width="296" height="300" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/03/Start-with-Why-–-Golden-Circle-296x300.png 296w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/03/Start-with-Why-–-Golden-Circle.png 673w" sizes="auto, (max-width: 296px) 100vw, 296px" /><figcaption id="caption-attachment-657" class="wp-caption-text">Start with Why – Golden Circle</figcaption></figure></p>
<p>การทดสอบขึ้นฉ่าย (Celery Test) [ผมชอบเรื่องนี้มาก] เรื่องมีอยู่ว่า ในงานสัมมนาแห่งหนึ่ง คุณได้พบกับนักธุรกิจมากมาย</p>
<ul>
<li>คนที่ 1 บอกว่า ตอนนี้ M&amp;M กำลังขายดี</li>
<li>คนที่ 2 บอกว่า ตอนนี้ Oreo กำลังขายดี</li>
<li>คนที่ 3 บอกว่า ตอนนี้ เค้ก กำลังขายดี</li>
<li>คนที่ 4 บอกว่า ตอนนี้ น้ำเต้าหู้ กำลังขายดี</li>
<li>คนที่ 5 บอกว่า ตอนนี้ ผักขึ้นฉ่าย กำลังขายดี</li>
</ul>
<p>เมื่อคุณไปที่ Supermarket คุณก็เลยซื้อทุกอย่างที่ทุกคนบอกว่าดี เมื่อชำระเงินแต่ละคนที่มองคุณไม่มีทางรู้เลยว่าคุณมีจุดยืนอย่างไร?</p>
<p>แต่ถ้าคุณมีความตั้งใจว่าจะซื้อของที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเท่านั้น คราวนี้ในตะกร้าของคุณก็จะมีแค่ น้ำเต้าหู้ และ ผักขึ้นฉ่าย คราวนี้คนอื่นๆ เมื่อเห็นตะกร้าของคุณก็จะรู้ได้ทันทีเลยว่า คุณเป็นคนรักสุขภาพ</p>
<p>เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เวลาที่เราทำอะไรแล้วมีจุดมุ่งหมาย การตัดสินใจจะง่ายขึ้นเยอะเลยครับ</p>
<p><figure id="attachment_658" aria-describedby="caption-attachment-658" style="width: 300px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-medium wp-image-658" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/03/Start-with-Why-–-Celery-Test-300x200.jpg" alt="Start with Why – Celery Test" width="300" height="200" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/03/Start-with-Why-–-Celery-Test-300x200.jpg 300w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/03/Start-with-Why-–-Celery-Test.jpg 600w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" /><figcaption id="caption-attachment-658" class="wp-caption-text">Start with Why – Celery Test</figcaption></figure></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>ความประทับใจกับหนังสือเล่มนี้</h2>
<p>หนังสือ Start with Why เป็นหนังสือที่นำเสนอแนวคิด ให้เราเริ่มการตั้งคำถามจาก ทำไม? อย่างไร? อะไร? ได้ดีมากครับ แต่เนื้อหาในหนังสือค่อนข้างอัดแน่นไปหน่อย อ่านไปนานๆ อาจจะเบื่อและเหนื่อยได้</p>
<p>แต่หากใครกำลังต้องการพัฒนาตนเอง อยากทำอะไรด้วยวิธีที่จะบรรลุเป้าหมายได้มากขึ้น โดยเฉพาะใครที่มีไอเดียจะสร้างธุรกิจ จะพลาดหนังสือเล่มนี้ไม่ได้ครับ</p>
<p>คะแนน 9 / 10</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>รายละเอียดหนังสือ</h2>
<table>
<tbody>
<tr>
<td width="123">ชื่อหนังสือ</td>
<td width="416">Start with Why (ทำไมต้องเริ่มด้วย “ทำไม”)</p>
<p>** ตีพิมพ์ครั้งแรกในชื่อ “ตั้งคำถามเพียง 1 ข้อ ก็พลิกจากตามขึ้นมานำ”</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ผู้เขียน</td>
<td width="416">Simon Sinek</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ผู้แปล</td>
<td width="416">วิญญู กิ่งหิรัญวัฒนา</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">สำนักพิมพ์</td>
<td width="416">WE Learn (วีเลิร์น)</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ปีที่พิมพ์</td>
<td width="416">ต้นฉบับ 2009</p>
<p>แปลไทย 2015, 2017</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<p><figure id="attachment_651" aria-describedby="caption-attachment-651" style="width: 225px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-medium wp-image-651" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/03/Start-with-Why-–-ทำไมต้องเริ่มด้วยทำไม-225x300.jpg" alt="Start with Why – ทำไมต้องเริ่มด้วยทำไม" width="225" height="300" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/03/Start-with-Why-–-ทำไมต้องเริ่มด้วยทำไม-225x300.jpg 225w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/03/Start-with-Why-–-ทำไมต้องเริ่มด้วยทำไม.jpg 750w" sizes="auto, (max-width: 225px) 100vw, 225px" /><figcaption id="caption-attachment-651" class="wp-caption-text">Start with Why – ทำไมต้องเริ่มด้วยทำไม</figcaption></figure></p>
<p>** เคยซื้อหนังสือเล่มหนึ่งจากสำนักพิมพ์ WE Learn (วีเลิร์น) ชื่อหนังสือ <a href="https://karnlab.com/review-rework/">Rework (ยกเครื่องความคิด)</a> เมื่อนานมาแล้ว</p>
<p>คราวนี้พอสำนักพิมพ์พิมพ์เล่มวางขายใหม่ แต่เปลี่ยนชื่อไทยเป็น Rework (จงทิ้งทุกอย่างที่คุณรู้ก่อนเริ่มทำธุรกิจ) ผมก็นึกว่าเป็นคนละเล่มกัน พอถึงบ้านกลับมาเทียบกับเล่มเก่า เนื้อหาข้างในเหมือนกันเลยครับ T^T</p>
<p>เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าถ้าจะซื้อหนังสือแปลไทย ให้สังเกตชื่อต้นฉบับจะดีที่สุดครับ เพราะชื่อไทยตีพิมพ์แต่ละครั้งอาจจะไม่เหมือนกันก็ได้ (จะได้ไม่พลาดเหมือนผมอีก)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-start-with-why/">รีวิวหนังสือ – Start with Why (ทำไมต้องเริ่มด้วย “ทำไม”)</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://karnlab.com/review-start-with-why/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิวหนังสือ &#8211; Remote (สร้างธุรกิจที่ดีได้ไม่ต้องมีออฟฟิศ)</title>
		<link>https://karnlab.com/review-remote/</link>
					<comments>https://karnlab.com/review-remote/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 07 Jan 2018 16:01:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[David Hansson]]></category>
		<category><![CDATA[Jason Fried]]></category>
		<category><![CDATA[Remote]]></category>
		<category><![CDATA[WE Learn]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิว]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://karnlab.com/?p=269</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับอะไร หนังสือ Remote เล่มนี้เขียนโดยผู้เขียนคนเดียวกับ Rework (เจ้าของบริษัท 37Signals บริษัทเล็กๆ แห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา เจ้าของโปรแกรม BaspCamp และ HighRise) ตอนแรกผมคิดว่าเล่มนี้เป็นเล่มสองต่อจาก Rework แต่จริงๆ แล้ว Remote เล่มนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย หนังสือเล่มนี้เล่าถึงการทำงานทางไกล [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-remote/">รีวิวหนังสือ &#8211; Remote (สร้างธุรกิจที่ดีได้ไม่ต้องมีออฟฟิศ)</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3>หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับอะไร</h3>
<p>หนังสือ Remote เล่มนี้เขียนโดยผู้เขียนคนเดียวกับ <a href="//karnlab.com/review-rework/">Rework</a> (เจ้าของบริษัท 37Signals บริษัทเล็กๆ แห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา เจ้าของโปรแกรม BaspCamp และ HighRise) ตอนแรกผมคิดว่าเล่มนี้เป็นเล่มสองต่อจาก Rework แต่จริงๆ แล้ว Remote เล่มนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย หนังสือเล่มนี้เล่าถึงการทำงานทางไกล ซึ่งเป็นการทำงานแบบใหม่ที่สามารถรวมหลายคนจากทั่วโลกให้สามารถทำงานร่วมกันได้</p>
<p>ผู้เขียนเล่าถึงการทำงานทางไกลซึ่งบริษัท 37Signals ก็ใช้วิธีการทำงานแบบนี้อยู่ บริษัทนี้มีพนักงาน 36 คน (ณ ตอนที่ผู้เขียนเขียน) จากทั่วทุกมุมโลก เวลาการทำงานของคนก็แตกต่างกัน ทั้งหมดแทบไม่เคยเจอหน้ากัน แต่พวกเขาทำงานร่วมกันได้อย่างไร หนังสือเล่มนี้มีอธิบายไว้ครับ</p>
<h3>เนื้อหาโดยสังเขป</h3>
<p>หนังสือ Remote เล่มนี้แบ่งเนื้อหาออกเป็น 7 บทหลักๆ แต่ละบทจะมีตอนย่อยๆ ให้อ่าน ซึ่งผมบอกเลยว่าแค่ชื่อตอนก็ชวนให้ผู้อ่านเกิดคำถามจนต้องเปิดหนังสือเข้าไปอ่านได้เลย ต่อไปนี้เป็นชื่อบท และตัวอย่างตอนเด็ดๆ ที่ผมอยากให้อ่านครับ</p>
<ol>
<li>ถึงยุคของการทำงานทางไกลแล้ว – ทำไมทำงานที่ออฟฟิศแล้วไม่ได้งาน, หยุดเสียเวลาไปกับการเดินทาง, ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์สิ</li>
<li>รับมือกับข้อโต้แย้ง – ถ้าไม่เห็นหน้าพนักงาน&#8230;แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าพวกเขาทำงานอยู่จริง, ในบ้านมีเรื่องที่ทำให้เสียสมาธิได้มากมาย, มีแต่ออฟฟิศเท่านั้นที่ปลอดภัย</li>
<li>วิธีการทำงานทางไกลร่วมกัน – ช่วงเวลาทำงานต้องคาบเกี่ยวกันบ้าง, มุมคุยเล่นออนไลน์, สิ่งสำคัญคือเนื้องาน</li>
<li>ข้อควรระวัง – โรคเหงา, เข้างาน&#8230;เลิกงาน, ความโดดเดี่ยว, การทำงานกับลูกค้า</li>
<li>จ้างคนเก่งและให้เขาอยู่กับเราไปนานๆ – โลกนี้กว้างใหญ่ไพศาล, ชีวิตต้องเดินต่อ, ชิ้นงานทดลอง, นัดเจอตัวจริง</li>
<li>บริหารพนักงานทางไกล – นัดรวมพลกันบ้าง, บทเรียนจาก Open-Source, คุยกันตัวต่อตัว, ระวังพนักงานทำงานมากไป&#8230;ไม่ใช่น้อยไป</li>
<li>ชีวิตพนักงานทางไกล – สร้างกิจวัตรประจำวัน, ทำตัวให้กระตือรือร้นเสมอ, ไม่มีพื้นที่ทำงานในบ้าน, เวลาของครอบครัว</li>
</ol>
<h2>ความยากง่ายในการอ่าน</h2>
<p>หนังสือ Remote เล่มนี้อ่านง่ายมากครับ สำนวนการเขียนเป็นการบอกเล่าแบบตรงๆ เนื้อหาแบ่งออกเป็นตอนๆ ตอนละ 2-3 หน้า ค่อยๆ อ่านยามว่าง ระหว่างนั่งรถไฟฟ้า ระหว่างเข้าห้องน้ำได้สบายครับ</p>
<h2>ความประทับใจกับหนังสือเล่มนี้</h2>
<p>สไตล์การเขียนของหนังสือ Remote เล่มนี้ยังเหมือนเดิม เหมือนกับ Rework ที่ใช้การเขียนเล่าเรื่องอย่างตรงไปตรงมาและวิจารณ์แนวคิดแบบดั้งเดิมอย่างเผ็ดร้อน แต่ก็ต้องยอมรับว่าการทำงานทางไกลยังเป็นเรื่องที่ใหม่มาก แม้ว่าในอเมริกาหรือยุโรปจะมีให้เห็นกันบ้างแล้ว แต่ในไทยผมยังไม่เห็นบริษัทที่รู้จักทำงานทางไกลกันเท่าไรครับ</p>
<p>หากคุณมีความสนใจหรือมีความคิดอยากจะเปลี่ยนรูปแบบการทำงานมาเป็นการทำงานทางไกลบ้าง คุณควรจะหาหนังสือ Rework เล่มนี้มาอ่านครับ คุณจะได้ให้มุมมองและแนวคิดใหม่ๆ ที่ไม่เคยเห็นจากหนังสือเล่มไหนๆ แน่นอน (เวลาอ่านหนังสือประเภทนี้ ผมแนะนำว่าเราควรจะปรับใช้แนวคิดจากหนังสือให้เข้ากับสไตล์ของเรา ไม่ควรเอาแนวคิดที่เขานำเสนอมาใช้ทั้งหมดครับ)</p>
<p>คะแนน 8 / 10</p>
<p>ตัวอย่างแนวคิดที่ผมชอบ</p>
<ul>
<li>ทำไมทำงานที่ออฟฟิศแล้วไม่ได้งาน เพราะที่ออฟฟิศคุณมักจะถูกขัดจังหวะการทำงานตลอดเวลา คอยรับโทรศัพท์ลูกค้า ช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน หรือแม้กระทั่งการประชุมยาวนานที่อาจไม่อาจหาข้อสรุปได้ ดังนั้นหากคุณอยากจดจ่อทำงานหนึ่งๆ ให้เสร็จจริงๆ โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้สมาธิและความคิดสร้างสรรค์ คุณต้องการสถานที่ที่วุ่นวายน้อยกว่าอย่างเช่น ห้องสมุด ร้านกาแฟ หรือที่บ้าน</li>
<li>หนีจากระบบ 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น – เวลาการทำงานที่ยืดหยุ่นเหมาะกับทุกคนตั้งแต่คนชอบตื่นเช้า คนชอบอยู่ดึก แม้กระทั่งคนที่ต้องรับส่งลูกไปโรงเรียน ช่วงเวลาที่แต่ละคนมีประสิทธิภาพในการทำงานนั้นไม่เหมือนกัน หากแต่ละคนได้ทำงานในช่วงเวลาที่เหมาะสมกับตนเอง จะทำให้งานนั้นเกิดประสิทธิภาพสูงสุด</li>
</ul>
<p><figure id="attachment_242" aria-describedby="caption-attachment-242" style="width: 225px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-medium wp-image-242" src="//karnlab.com/wp-content/uploads/2018/01/Remote-225x300.jpg" alt="Remote" width="225" height="300" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/01/Remote-225x300.jpg 225w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/01/Remote.jpg 750w" sizes="auto, (max-width: 225px) 100vw, 225px" /><figcaption id="caption-attachment-242" class="wp-caption-text">Remote</figcaption></figure></p>
<h2>รายละเอียดหนังสือ</h2>
<table>
<tbody>
<tr>
<td width="123">ชื่อหนังสือ</td>
<td width="416">Remote – สร้างธุรกิจที่ดีได้ไม่ต้องมีออฟฟิศ</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ผู้เขียน</td>
<td width="416">Jason Fried, David Hansson</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ผู้แปล</td>
<td width="416">อาสยา ฐกัดกุล</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">สำนักพิมพ์</td>
<td width="416">WE Learn</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ปีที่พิมพ์</td>
<td width="416">ต้นฉบับ 2010 / แปลไทย 2016</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-remote/">รีวิวหนังสือ &#8211; Remote (สร้างธุรกิจที่ดีได้ไม่ต้องมีออฟฟิศ)</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://karnlab.com/review-remote/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิวหนังสือ &#8211; Rework (จงทิ้งทุกอย่างที่คุณรู้ก่อนเริ่มทำธุรกิจ, ยกเครื่องความคิด)</title>
		<link>https://karnlab.com/review-rework/</link>
					<comments>https://karnlab.com/review-rework/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 07 Jan 2018 15:57:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[David Hansson]]></category>
		<category><![CDATA[Jason Fried]]></category>
		<category><![CDATA[Rework]]></category>
		<category><![CDATA[WE Learn]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิว]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://karnlab.com/?p=267</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับอะไร หนังสือ Rework เล่มนี้เป็นหนังสือธุรกิจที่ไม่เหมือนเล่มอื่นๆ Rework นำเสนอแนวคิดการทำธุรกิจจากเจ้าของบริษัท 37Signals (บริษัทเล็กๆ แห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา) เจ้าของโปรแกรม BaspCamp และ HighRise ซึ่งเป็นแนวคิดในมุมมองบริษัทธรรมดาเล็กๆ จึงมีหลายประเด็นที่อาจจะขัดกับหลักการบริหารของบริษัทขนาดใหญ่ เนื้อหาโดยสังเขป หนังสือ Rework เล่มนี้แบ่งเนื้อหาออกเป็น 10 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-rework/">รีวิวหนังสือ &#8211; Rework (จงทิ้งทุกอย่างที่คุณรู้ก่อนเริ่มทำธุรกิจ, ยกเครื่องความคิด)</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3>หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับอะไร</h3>
<p>หนังสือ Rework เล่มนี้เป็นหนังสือธุรกิจที่ไม่เหมือนเล่มอื่นๆ Rework นำเสนอแนวคิดการทำธุรกิจจากเจ้าของบริษัท 37Signals (บริษัทเล็กๆ แห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา) เจ้าของโปรแกรม BaspCamp และ HighRise ซึ่งเป็นแนวคิดในมุมมองบริษัทธรรมดาเล็กๆ จึงมีหลายประเด็นที่อาจจะขัดกับหลักการบริหารของบริษัทขนาดใหญ่</p>
<h3>เนื้อหาโดยสังเขป</h3>
<p>หนังสือ Rework เล่มนี้แบ่งเนื้อหาออกเป็น 10 บทหลักๆ แต่ละบทจะมีตอนย่อยๆ ให้อ่าน ซึ่งผมบอกเลยว่าแค่ชื่อตอนก็ชวนให้ผู้อ่านเกิดคำถามจนต้องเปิดหนังสือเข้าไปอ่านได้เลย ต่อไปนี้เป็นชื่อบท และตัวอย่างตอนเด็ดๆ ที่ผมอยากให้อ่านครับ</p>
<ol>
<li>ชำแหละธุรกิจ – อย่าสนใจโลกแห่งความจริง, การเรียนรู้จากความผิดพลาด&#8230;มันไม่ได้มีค่าอะไรขนาดนั้นหรอก, การวางแผนคือการคาดเดา</li>
<li>ออกตัว – เริ่มต้นลงมือทำอะไรสักอย่าง, ข้อความพันธกิจที่เป็นไปไม่ได้ (จะมีไปทำไม?), คุณไม่จำเป็นต้องมีอะไรต่อมิอะไรมากอย่างที่คุณคิด, สร้างเพื่อขายคือเริ่มเพื่อจบ</li>
<li>เดินหน้า – สร้างให้เสร็จครึ่งหนึ่ง&#8230;ดีกว่าสินค้าที่เสร็จสมบูรณ์แต่ไม่ได้เรื่อง, อย่าสนใจรายละเอียดในช่วงเริ่มต้น</li>
<li>สร้างงาน – การขัดจังหวะเป็นศัตรูของผลผลิต, การประชุมก็เหมือนยาพิษ, แค่ใช้ได้ก็พอแล้ว, อย่าทำตัวเป็นฮีไร่</li>
<li>คู่แข่ง – อย่าสนใจว่าคนอื่นทำอะไร</li>
<li>เจริญเติบโต – ปฏิเสธไว้ก่อน, อย่าจด</li>
<li>ประชาสัมพันธ์ – เอาอย่างเชฟ, เปิดเผยเบื้องหลัง, ไม่มีใครชอบดอกไม้พลาสติก, ข่าวประชาสัมพันธ์คือขยะ</li>
<li>ว่าจ้าง – ปล่อยให้คนเก่งผ่านไป, เรซูเม่เป็นเรื่องไร้สาระ, อย่าสนใจประวัติการศึกษา</li>
<li>ควบคุมความเสียหาย – ความเร็วคือหัวใจสำคัญ, วิธีขอโทษ</li>
<li>วัฒนธรรม – การตัดสินใจเป็นแค่เรื่องชั่วคราว, พนักงานของคุณไม่ใช่เด็กอายุ 13, ASAP คือยาพิษ</li>
</ol>
<h3>ความยากง่ายในการอ่าน</h3>
<p>หนังสือ Rework เล่มนี้อ่านง่ายมากครับ สำนวนการเขียนเป็นการบอกเล่าแบบตรงๆ เนื้อหาแบ่งออกเป็นตอนๆ ตอนละ 2-3 หน้า ค่อยๆ อ่านยามว่าง ระหว่างนั่งรถไฟฟ้า ระหว่างเข้าห้องน้ำได้สบายครับ</p>
<h3>ความประทับใจกับหนังสือเล่มนี้</h3>
<p>ผมสัมผัสได้ว่าแนวคิดหลายๆ ข้อจากหนังสือ Rework ค่อนข้างขัดแนวคิดดั้งเดิมของผมพอสมควรเลย สำนวนการเขียนที่ผู้เขียนใช้ก็เป็นการวิจารณ์แนวคิดรูปแบบเก่าบางอย่างรุนแรง แต่ผมก็ชอบนะ เพราะเป็นการพูดออกมาแบบตรงประเด็นไม่ต้องอ้อมค้อม แต่ก็ต้องยอมรับว่าหลายๆ แนวคิดผมก็ไม่เห็นด้วยกับผู้เขียนเหมือนกัน</p>
<p>หากคุณอยากหาไอเดียในการเปิดธุรกิจควรจะหาหนังสือ Rework เล่มนี้มาอ่านด้วยครับ คุณจะได้ให้มุมมองและแนวคิดใหม่ๆ ที่ไม่เคยเห็นจากหนังสือเล่มไหนๆ แน่นอน (เวลาอ่านหนังสือประเภทนี้ ผมแนะนำว่าเราควรจะปรับใช้แนวคิดจากหนังสือให้เข้ากับสไตล์ของเรา ไม่ควรเอาแนวคิดที่เขานำเสนอมาใช้ทั้งหมดครับ)</p>
<p>คะแนน 9 / 10</p>
<p>ตัวอย่างแนวคิดที่ผมชอบ</p>
<ul>
<li>อย่าเสียเวลาวางแผนธุรกิจนานจนเกินไป เพราะการวางแผนคือการคาดเดา สิ่งสำคัญคือการลงมือปฏิบัติ</li>
<li>การประชุมเหมือนยาพิษ หลายบริษัทมีการประชุมแทบจะทุกสัปดาห์ แต่การประชุมนั้นกลับไม่มีความคืบหน้าหรือข้อสรุปอะไรเลย สู้เอาเวลาไปทุ่มเทกับการทำงานของพนักงานแต่ละคนจะดีกว่า</li>
<li>จงปฏิเสธลูกค้าบ้าง เพราะลูกค้าบางคนอาจจะสร้างปัญหามากกว่าสร้างรายได้ให้บริษัท การปฏิเสธเสียบ้างจะทำให้ผลลัพธ์ออกมาดีขึ้น</li>
<li>ถ้าอยากให้ธุรกิจเติบโต อย่ารีบขยายธุรกิจ เพราะการเติบโตออย่างรวดเร็วเกินไป อาจทำให้การทำงานความประสิทธิภาพ การควบคุมไม่ทั่วถึง ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาตามมาได้</li>
</ul>
<p><figure id="attachment_243" aria-describedby="caption-attachment-243" style="width: 225px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-medium wp-image-243" src="http://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/01/Rework-225x300.jpg" alt="Rework" width="225" height="300" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/01/Rework-225x300.jpg 225w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/01/Rework.jpg 750w" sizes="auto, (max-width: 225px) 100vw, 225px" /><figcaption id="caption-attachment-243" class="wp-caption-text">Rework</figcaption></figure></p>
<h2>รายละเอียดหนังสือ</h2>
<table>
<tbody>
<tr>
<td width="123">ชื่อหนังสือ</td>
<td width="416">Rework – จงทิ้งทุกอย่างที่คุณรู้ก่อนเริ่มทำธุรกิจ (ยกเครื่องความคิด)</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ผู้เขียน</td>
<td width="416">Jason Fried, David Hansson</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ผู้แปล</td>
<td width="416">อาสยา ฐกัดกุล</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">สำนักพิมพ์</td>
<td width="416">WE Learn</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ปีที่พิมพ์</td>
<td width="416">ต้นฉบับ 2010 / แปลไทย 2012, 2016</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-rework/">รีวิวหนังสือ &#8211; Rework (จงทิ้งทุกอย่างที่คุณรู้ก่อนเริ่มทำธุรกิจ, ยกเครื่องความคิด)</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://karnlab.com/review-rework/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>2</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิวหนังสือ &#8211; The Lean Startup (สร้างธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ต้องเริ่มตอนที่ไม่พร้อม)</title>
		<link>https://karnlab.com/review-the-lean-startup/</link>
					<comments>https://karnlab.com/review-the-lean-startup/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Jan 2018 10:51:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[Eric Ries]]></category>
		<category><![CDATA[Lean Startup]]></category>
		<category><![CDATA[WE Learn]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิว]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://karnlab.com/?p=255</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับอะไร หนังสือเล่มนี้เล่าถึงแนวคิดในการดำเนินธุรกิจแบบ Lean Startup ที่ผู้เขียนได้คิดค้นขึ้นมา ซึ่งสามารถใช้ได้กับบริษัททุกขนาด แนวคิดสำคัญที่หนังสือเล่มนี้นำเสนอคือ การทำธุรกิจก็เหมือนกับการทดลอง วัดผล และเรียนรู้ เราทดลองว่าสมมุติฐานในการทำธุรกิจของเราถูกต้องหรือไม่? จากนั้นก็วัดผลว่าสิ่งที่เราทำที่เราคิดถูกต้องหรือไม่? และเราจะเดินหน้าต่อหรือหยุดไว้เพียงเท่านี้ นอกจากนี้ผู้เขียนยังบอกอีกว่าแนวคิดนี้จะเป็นการวางรากฐานที่สำคัญให้กับบริษัทในยุคปัจจุบัน เนื้อหาโดยสังเขป หนังสือเล่มนี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วน 12 บท [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-the-lean-startup/">รีวิวหนังสือ &#8211; The Lean Startup (สร้างธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ต้องเริ่มตอนที่ไม่พร้อม)</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3>หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับอะไร</h3>
<p>หนังสือเล่มนี้เล่าถึงแนวคิดในการดำเนินธุรกิจแบบ Lean Startup ที่ผู้เขียนได้คิดค้นขึ้นมา ซึ่งสามารถใช้ได้กับบริษัททุกขนาด แนวคิดสำคัญที่หนังสือเล่มนี้นำเสนอคือ การทำธุรกิจก็เหมือนกับการทดลอง วัดผล และเรียนรู้ เราทดลองว่าสมมุติฐานในการทำธุรกิจของเราถูกต้องหรือไม่? จากนั้นก็วัดผลว่าสิ่งที่เราทำที่เราคิดถูกต้องหรือไม่? และเราจะเดินหน้าต่อหรือหยุดไว้เพียงเท่านี้ นอกจากนี้ผู้เขียนยังบอกอีกว่าแนวคิดนี้จะเป็นการวางรากฐานที่สำคัญให้กับบริษัทในยุคปัจจุบัน</p>
<h3>เนื้อหาโดยสังเขป</h3>
<p>หนังสือเล่มนี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วน 12 บท ได้แก่</p>
<ol>
<li>วิสัยทัศน์ (เริ่มต้น นิยาม เรียนรู้ ทดลอง)</li>
<li>บังคับทิศทาง (ตั้งสมมุติฐาน ทดสอบ วัดผล เปลี่ยนทิศ)</li>
<li>เร่งความเร็ว (ขนาด ปรับตัว เติบโต สร้างนวัตกรรม)</li>
</ol>
<p>ส่วนแรก “วิสัยทัศน์” ผู้เขียนจะเล่าถึงที่มาของแนวคิด Lean Startup นิยามของผู้ประกอบการ และบริษัท Startup การเรียนรู้จากธุรกิจทั้งประสบความสำเร็จและล้มเหลว การทดลองไอเดียธุรกิจใหม่ๆ สามารถเกิดขึ้นกับองค์กรทุกระดับ เราสามารถเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ ก่อน เมื่อประสบความสำเร็จ จึงค่อยๆ ขยายให้ใหญ่ขึ้น</p>
<p>ส่วนที่สอง “บังคับทิศทาง” ผู้เขียนได้นำเสนอวงจร “สร้าง-วัดผล-เรียนรู้” ซึ่งเป็นแนวคิดสำคัญของ Lean Startup เลย ผู้เขียนยังได้ยก Case Study ต่างๆ ประกอบการอธิบายในส่วนนี้ด้วย ให้ความรู้สึกเหมือนอ่าน Case Study การดำเนินธุรกิจของบริษัทต่างๆ ด้วย ที่สำคัญการเลือกใช้ตัวชี้วัดก็สำคัญ เราต้องใช้ตัวชี้วัดที่สะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจของเราจริงๆ อย่าใช้ตัวชี้วัดที่ฉาบฉวย และเมื่อดำเนินธุรกิจมาถึงจุดหนึ่งเราก็ต้องตัดสินใจว่าจะเดินหน้าต่อหรือหยุดการเดินทางไว้เพียงเท่านี้</p>
<p>ส่วนที่สาม &#8220;เร่งความเร็ว&#8221; เป็นเคล็ดลับในการดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จครับ เช่น การค่อยๆ ทำทีละน้อย (อย่าทำมากๆ ในคราวเดียว) การเติบโตแบบต่างๆ การปรับตัวขององค์กร การถามว่าทำไม 5 ครั้ง (&lt;&lt; ผมว่าแนวคิดนี้แปลกดี แต่ก็น่าจะได้ผลดีด้วย)</p>
<h3>ความยากง่ายในการอ่าน</h3>
<p>หนังสือเล่มนี้อ่านง่ายครับ แต่ละบทไม่ยาวจนเกินไป มีรูปภาพประกอบเนื้อหา ภาษาที่ใช้เข้าใจง่าย อ่านได้เรื่อยๆ ไม่น่าเบื่อครับ (สไตล์การเขียนหนังสือของอเมริกาจะเป็นแบบนี้ครับ)</p>
<h3>ความประทับใจกับหนังสือเล่มนี้</h3>
<p>ผมชอบแนวคิดที่ผู้เขียนนำเสนอแนะนำ เพราะจากที่อ่านมาแล้วคิดว่าสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง และเรื่องราวที่ยกมาเล่าก็ไม่เกินจริงเหมือนหนังสือเล่มอื่นๆ เพราะเชื่อว่าแนวคิด “Lean Startup” นี้ จะเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจในทศวรรษนี้ (2010 &#8211; 2019) ต่อไปครับ</p>
<p>คะแนน 10 / 10</p>
<p>หนังสือเล่มนี้ติดอันดับ Best-seller จาก New York Times และได้รับการจัดอันดับจาก Amazon.com ให้เป็นหนังสือธุรกิจที่ดีที่สุด ในปี 2011 ด้วยครับ</p>
<p><figure id="attachment_244" aria-describedby="caption-attachment-244" style="width: 225px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-medium wp-image-244" src="//karnlab.com/wp-content/uploads/2018/01/The-Lean-Startup-225x300.jpg" alt="The Lean Startup" width="225" height="300" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/01/The-Lean-Startup-225x300.jpg 225w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/01/The-Lean-Startup.jpg 750w" sizes="auto, (max-width: 225px) 100vw, 225px" /><figcaption id="caption-attachment-244" class="wp-caption-text">The Lean Startup</figcaption></figure></p>
<h2>รายละเอียดหนังสือ</h2>
<table>
<tbody>
<tr>
<td width="123">ชื่อหนังสือ</td>
<td width="416">The Lean Startup – สร้างธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ต้องเริ่มตอนที่ไม่พร้อม</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ผู้เขียน</td>
<td width="416">Eric Ries</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ผู้แปล</td>
<td width="416">วิญญู กิ่งหิรัญวัฒนา</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">สำนักพิมพ์</td>
<td width="416">WE Learn</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ปีที่พิมพ์</td>
<td width="416">ต้นฉบับ 2011 / แปลไทย 2014</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-the-lean-startup/">รีวิวหนังสือ &#8211; The Lean Startup (สร้างธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ต้องเริ่มตอนที่ไม่พร้อม)</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://karnlab.com/review-the-lean-startup/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิวหนังสือ &#8211; Zero to One (จากศูนย์เป็นหนึ่ง)</title>
		<link>https://karnlab.com/review-zero-to-one/</link>
					<comments>https://karnlab.com/review-zero-to-one/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Jan 2018 10:43:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[Peter Thiel]]></category>
		<category><![CDATA[WE Learn]]></category>
		<category><![CDATA[Zero to One]]></category>
		<category><![CDATA[จากศูนย์เป็นหนึ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิว]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://karnlab.com/?p=252</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับอะไร ผู้เขียนได้ให้นิยามไว้ว่า 0 ไป 1 หมายถึง การสร้างสิ่งใหม่ที่ไม่มีใครคิดมาก่อน นั่นคือ “นวัตกรรม” ส่วน 1 ไป n หมายถึง การทำตามสิ่งที่คนอื่นเคยทำมาแล้ว “โลกาภิวัฒน์” สิ่งสำคัญคือโลกปัจจุบันของเราจะถูกขับเคลื่อนด้วย “นวัตกรรม” ไม่ใช่ “โลกาภิวัฒน์” [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-zero-to-one/">รีวิวหนังสือ &#8211; Zero to One (จากศูนย์เป็นหนึ่ง)</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3>หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับอะไร</h3>
<p>ผู้เขียนได้ให้นิยามไว้ว่า 0 ไป 1 หมายถึง การสร้างสิ่งใหม่ที่ไม่มีใครคิดมาก่อน นั่นคือ “นวัตกรรม” ส่วน 1 ไป n หมายถึง การทำตามสิ่งที่คนอื่นเคยทำมาแล้ว “โลกาภิวัฒน์” สิ่งสำคัญคือโลกปัจจุบันของเราจะถูกขับเคลื่อนด้วย “นวัตกรรม” ไม่ใช่ “โลกาภิวัฒน์” อีกต่อไป</p>
<p>หนังสือเล่มนี้เล่าถึงแนวคิดการสร้างนวัตกรรมและสิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ โดยผู้เขียนซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง Paypal และนักลงทุนใน Silicon Valley มีประสบการณ์ในแวดวงธุรกิจ Technology มากกว่า 10 ปี</p>
<p>หนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณรู้ว่า การทำตามคนอื่น จะทำให้คุณประสบความสำเร็จได้พอประมาณ แต่ถ้าคุณอยากประสบความสำเร็จระดับตำนาน “คุณต้องกล้าที่จะทำสิ่งใหม่” ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนบนโลกใบนี้</p>
<h3>เนื้อหาโดยสังเขป</h3>
<p>หนังสือเล่มนี้แบ่งออกเป็น 14 บท</p>
<ol>
<li>ความท้าทายแห่งอนาคต – เป็นการโน้มน้าวว่าทำไมเราจึงต้องสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ</li>
<li>ฉลองให้สุดเหวี่ยงเหมือนปี 1999 – เล่าประวัตศาสตร์ในยุคที่อินเตอร์เน็ตในอเมริการุ่งเรืองและล่มสลาย</li>
<li>บริษัทที่มีความสุขล้วนแตกต่างกัน – บอกเล่าถึงความจริงที่ว่าในโลกธุรกิจมีการแข่งขันและการผูกขาดอยู่เสมอ</li>
<li>อุดมการณ์ของการแข่งขัน – การแข่งขันทำให้เกิดสิ่งใหม่ๆ</li>
<li>ความได้เปรียบของผู้มาหลังสุด – ผู้ที่ชนะการแข่งขันจะกลายเป็นผู้ผูกขาด</li>
<li>คุณไม่ใช่ลอตเตอรี่ – อนาคตเป็นสิ่งที่แน่นอนและคุณสามารถควบคุมมันได้ (ผมชอบบทนี้ในแง่การสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสิ่งใหม่ๆ ครับ)</li>
<li>ตามรอยเงินไป –การลงทุน กำไรและขาดทุน</li>
<li>ความลับ – โลกนี้ยังมีความลับอีกมากมายรอการค้นหา และสามารถเป็นโอกาสทางธุรกิจได้</li>
<li>รากฐาน – การวางโครงสร้างบริษัทและการดำเนินงานอย่างยั่งยืน</li>
<li>กลไกของมาเฟีย – พูดถึงกลุ่มผู้ก่อตั้งบริษัท</li>
<li>ถ้าคุณสร้างมันมา เดี๋ยวก็มีคนซื้อ – ว่าด้วยเทคนิคการขายและการตลาด</li>
<li>คน VS คอมพิวเตอร์ – บทนี้หยิบยกประเด็นนี้มาเล่าได้อย่างน่าสนใจครับว่า คอมพิวเตอร์จะช่วยให้มนุษย์ทำงานง่ายขึ้น แม้ว่าคอมพิวเตอร์ในอนาคนจะมีความสามารถมากกว่าคน แต่เราจะขาดคนในการสร้างนวัตกรรมและสิ่งใหม่ๆ ไม่ได้ครับ</li>
<li>โลกสีเขียว</li>
<li>บุคลิกสองขั้วของผู้ก่อตั้งบริษัท</li>
</ol>
<h3>ความยากง่ายในการอ่าน</h3>
<p>หนังสือเล่มนี้อ่านง่ายครับ แต่ละบทไม่ยาวจนเกินไป มีรูปภาพประกอบเนื้อหา ภาษาที่ใช้เข้าใจง่าย อ่านได้เรื่อยๆ ไม่น่าเบื่อครับ (สไตล์การเขียนหนังสือของอเมริกาจะเป็นแบบนี้ครับ)</p>
<h3>ความประทับใจกับหนังสือเล่มนี้</h3>
<p>หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้จบ ขอยกให้เป็นหนังสือที่ต้องอ่านในทศวรรษนี้เลย (2010-2019)</p>
<p>ไม่ใช่แค่คนที่อยู่ในวงการ IT หรือ Startup ที่ควรอ่าน ทุกคนควรอ่านหนังสือเล่มนี้จริงๆ เพราะหนังสือเล่มนี้นอกจากจะเล่าการทำธุรกิจด้าน IT ทั้งในแง่ธุรกิจและในแง่เทคนิคที่ทุกคนควรรู้แล้ว ยังได้เสนอไอเดียเกี่ยวกับการเข้ามาแทนที่คนของเทคโนโลยีได้อย่างน่าสนใจด้วย</p>
<p>หนังสือเล่มนี้เขียนมาตั้งแต่ปี 2014 แต่ปัจจุบันปี 2017 หนังสือเล่มนี้ก็ยังอยู่ใน Recommendation List อยู่เลย เอาเป็นว่าใครอยากหาหนังสือดีๆ สักเล่มอ่านในปีนี้ หนังสือเล่มนี้เป็นตัวเลือกที่ดีมากๆ ครับ</p>
<p>คะแนน 10 / 10</p>
<p>ตอนจบของหนังสือเล่มนี้ ได้ทิ้งข้อความไว้อย่างน่าสนใจมากเลยครับ นั่นคือ</p>
<p>“เราต้องมองโลกราวกับว่ามันเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อนเท่านั้น จึงจะสร้างโลกใบใหม่ขึ้นมาและรักษาไว้ให้คงอยู่ต่อไปในอนาคตได้”</p>
<p>ซึ่งสามารถสรุปได้ง่ายๆ ว่า “โลกของเราทุกวันนี้อยู่ได้ด้วยนวัตกรรม”</p>
<p><figure id="attachment_246" aria-describedby="caption-attachment-246" style="width: 225px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-medium wp-image-246" src="//karnlab.com/wp-content/uploads/2018/01/Zero-to-One-225x300.jpg" alt="Zero to One" width="225" height="300" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/01/Zero-to-One-225x300.jpg 225w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/01/Zero-to-One.jpg 750w" sizes="auto, (max-width: 225px) 100vw, 225px" /><figcaption id="caption-attachment-246" class="wp-caption-text">Zero to One</figcaption></figure></p>
<h2>รายละเอียดหนังสือ</h2>
<table>
<tbody>
<tr>
<td width="123">ชื่อหนังสือ</td>
<td width="416">Zero to One – จากศูนย์เป็นหนึ่ง</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ผู้เขียน</td>
<td width="416">Peter Thiel</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ผู้แปล</td>
<td width="416">วิญญู กิ่งหิรัญวัฒนา</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">สำนักพิมพ์</td>
<td width="416">WE Learn</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ปีที่พิมพ์</td>
<td width="416">ต้นฉบับ 2014 / แปลไทย 2015</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-zero-to-one/">รีวิวหนังสือ &#8211; Zero to One (จากศูนย์เป็นหนึ่ง)</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://karnlab.com/review-zero-to-one/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>

<!--
Performance optimized by W3 Total Cache. Learn more: https://www.boldgrid.com/w3-total-cache/?utm_source=w3tc&utm_medium=footer_comment&utm_campaign=free_plugin

Page Caching using Disk: Enhanced 

Served from: karnlab.com @ 2026-04-15 18:04:25 by W3 Total Cache
-->