<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>พัฒนาตนเอง Archives - KarnLab</title>
	<atom:link href="https://karnlab.com/tag/%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://karnlab.com/tag/พัฒนาตนเอง/</link>
	<description>Blog รีวิว หนังสือ เขียนโปรแกรม นานาสาระ</description>
	<lastBuildDate>Mon, 25 May 2020 01:41:53 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.1</generator>

<image>
	<url>https://karnlab.com/wp-content/uploads/2017/12/Logo-150x150.png</url>
	<title>พัฒนาตนเอง Archives - KarnLab</title>
	<link>https://karnlab.com/tag/พัฒนาตนเอง/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>รีวิวหนังสือ – คิดจะไปดวงจันทร์ อย่าหยุดแค่ปากซอย</title>
		<link>https://karnlab.com/review-thinkers-guide-to-the-moon/</link>
					<comments>https://karnlab.com/review-thinkers-guide-to-the-moon/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 May 2020 01:41:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[ความสำเร็จ]]></category>
		<category><![CDATA[คิดจะไปดวงจันทร์]]></category>
		<category><![CDATA[ดวงจันทร์]]></category>
		<category><![CDATA[ปากซอย]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[รวิศ]]></category>
		<category><![CDATA[รวิศ หาญอุตสาหะ]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิว]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[อย่าหยุดแค่ปากซอย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://wiki-m.com/?p=4054</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในช่วง COVID-19 ที่ผ่านมา ผมเป็นคนหนึ่งที่ต้องทำงานที่บ้าน (Work From Home) หลังจากที่หนังสือในสต็อกของผมหมดแล้ว จะไปซื้อหนังสือใหม่ที่ร้าน ร้านหนังสือก็ปิด ผมก็เลยต้องสั่งหนังสือออนไลน์ครับ ผมลองไปค้นหาหนังสือที่เว็บไซต์ของสำนักพิมพ์ WE Learn ก็เจอโปรโมชันว่า ลดทุกเล่ม 15% ผมก็เลยตัดสินใจเลือกซื้อหนังสือเลยครับ สำหรับขั้นตอนการสั่งซื้อ 1) [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-thinkers-guide-to-the-moon/">รีวิวหนังสือ – คิดจะไปดวงจันทร์ อย่าหยุดแค่ปากซอย</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ในช่วง COVID-19 ที่ผ่านมา ผมเป็นคนหนึ่งที่ต้องทำงานที่บ้าน (Work From Home) หลังจากที่หนังสือในสต็อกของผมหมดแล้ว จะไปซื้อหนังสือใหม่ที่ร้าน ร้านหนังสือก็ปิด ผมก็เลยต้องสั่งหนังสือออนไลน์ครับ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผมลองไปค้นหาหนังสือที่เว็บไซต์ของสำนักพิมพ์ <a href="https://www.welearnbook.com/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">WE Learn</a> ก็เจอโปรโมชันว่า ลดทุกเล่ม 15% ผมก็เลยตัดสินใจเลือกซื้อหนังสือเลยครับ สำหรับขั้นตอนการสั่งซื้อ 1) เลือกหนังสือที่ต้องการ 2) กรอกข้อมูลส่วนตัวและที่อยู่จัดส่ง 3) ยืนยันคำสั่งซื้อ 4) ชำระเงินผ่านบัตรเครดิต* 5) รอรับหนังสือที่บ้านได้เลย ประมาณ 2-3 วันทำการ</p>



<p class="wp-block-paragraph">(* ถ้าใครไม่มีบัตรเครดิต สามารถโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของสำนักพิมพ์ แล้วแจ้งโอนเงิน ก็ได้ครับ)</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/05/%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C-%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B8%AD%E0%B8%A2-1.jpg" alt="คิดจะไปดวงจันทร์ อย่าหยุดแค่ปากซอย 1" class="wp-image-4056"/><figcaption>คิดจะไปดวงจันทร์ อย่าหยุดแค่ปากซอย 1</figcaption></figure>



<h2 class="wp-block-heading">เกี่ยวกับหนังสือ (และผู้เขียน)</h2>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับหนังสือ <strong>คิดจะไปดวงจันทร์ อย่าหยุดแค่ปากซอย</strong> เล่มนี้ ผมซื้อตั้งแต่ชื่อหนังสือแล้วครับ ยิ่งเห็นว่าเขียนโดยคุณ<a href="https://karnlab.com/tag/%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a8-%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b0/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">รวิศ หาญอุตสาหะ</a> ผมก็ยิ่งอยากซื้อขึ้นไปอีก</p>



<p class="wp-block-paragraph">คุณรวิศเป็นเจ้าของบริษัท<a href="https://www.srichand.com/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ศรีจันทร์</a> (เครื่องสำอางค์) แต่หลายคนน่าจะรู้จักจาก Podcast: <a href="https://www.youtube.com/channel/UC9sGR_RNjzW7vEiTZKj4E_Q" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Mission to the Moon</a> หรือ Podcast: <a href="https://www.youtube.com/watch?v=HtJd0lVcgDE&amp;list=PLZ0vRaBzdrQ2NRwB9JYi3Xdmj9LkELRPy" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Super Productive</a> ก่อนหน้านี้ผมเคยอ่านาหนังสือของคุณรวิศเล่มหนึ่ง ชื่อว่า <a href="https://karnlab.com/review-the-disruptor/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">The Disruptor</a> ซึ่งผมคิดว่าเป็นหนังสือที่ดีเล่มหนึ่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">หนังสือเล่มนี้เขียนมาตั้งแต่ปี 2014 แต่ผมอ่านในปี 2020 กลับพบว่าเนื้อหาหลายตอนยังสามารถใช้ได้ในปัจจุบันครับ</p>



<p class="wp-block-paragraph">หนังสือ <strong>คิดจะไปดวงจันทร์ อย่าหยุดแค่ปากซอย</strong> เล่มนี้หนา 300 กว่าหน้า พิมพ์ 4 สีทั้งเล่ม มีราคาแค่ 250 บาท ถือว่าคุ้มมากๆ เลยครับ – เนื้อหาแบ่งเป็น 3 บท 35 ตอน ตอนละประมาณ 10 หน้า สามารถอ่านเพลินๆ ก่อนนอน หรือ อ่านบนรถไฟฟ้าก็ได้ โดยในแต่ละตอนจะบอกเล่าข้อความที่ผู้เขียนต้องการสื่อสารแก่ผู้อ่าน ประกอบกับเรื่องราวและกรณีศึกษาที่น่าสนใจ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผมชอบเรื่องราวที่คุณรวิศเล่ามากๆ โดยในช่วงแรก เราเหมือนนั่งฟังเรื่องราวธรรมดาของคนคนหนึ่ง แต่เมื่อเฉลยว่าเขา/เธอคือใคร บางครั้งผมถึงกับร้องว้าว และรู้สึกว่าได้รับกำลังใจอย่างเต็มเปี่ยม เช่น เรื่องราวของ Google, Starbuck, Walt Disney, AirBnB</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/05/%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C-%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B8%AD%E0%B8%A2-2.jpg" alt="คิดจะไปดวงจันทร์ อย่าหยุดแค่ปากซอย 2" class="wp-image-4057"/><figcaption>คิดจะไปดวงจันทร์ อย่าหยุดแค่ปากซอย 2</figcaption></figure>



<h2 class="wp-block-heading">เนื้อหาโดยสังเขป</h2>



<p class="wp-block-paragraph">บทที่ 1 – หรือจะหยุดแค่ปากซอย?</p>



<ul class="wp-block-list"><li>ข้ออ้างของความล้มเหลว</li><li>นักออกแบบความฝัน</li><li>ถ้ารอพร้อม 100% ชาตินี้ไม่ต้องทำอะไร</li><li>ขนาดของความฝัน</li><li>ปี 1984 จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป</li><li>ยุคทองของ People Media</li><li>หุบเหวของความเฉื่อย</li><li>ถ้าไม่เปลี่ยน เดี๋ยวมีคนมาเปลี่ยนให้</li><li>มันเป็นไป(ไม่)ได้หรอก</li></ul>



<p class="wp-block-paragraph">บทที่ 2 – เตรียมตัวไปดวงจันทร์</p>



<ul class="wp-block-list"><li>สามัญสำนึก</li><li>สมอง</li><li>พลังใจ</li><li>ปักธง</li><li>มีส่วนร่วม vs ทุ่มสุดตัว</li><li>แข่งก่อนจะเริ่มแข่งจริง</li><li>Artificial</li><li>ระวังผิดเวที</li><li>เรื่องเล่าจากเลนเขียว</li><li>อีกนิด</li><li>ดินแดนต่างดาว</li><li>เคล็ดวิชาสร้างสรรค์ผลงาน</li><li>ทำ prime time ให้ prime</li></ul>



<p class="wp-block-paragraph">บทที่ 3 &#8211; ทางลัดสู่ดวงจันทร์</p>



<ul class="wp-block-list"><li>ตีลังกา</li><li>สิ่งสำคัญ</li><li>แตกแถว</li><li>ที่ว่างที่มองไม่เห็น</li><li>ปฐมพยาบาลด้วยความคิดสร้างสรรค์</li><li>เงี่ยหูฟัง</li><li>ทำให้ยาก = ง่าย / ทำให้ง่าย = ยาก</li><li>จ่าฝูงอยู่ไหน?</li><li>พลิกตลาด</li><li>Change the game</li><li>สร้างสินค้า vs สร้างตลาด</li><li>เบื้องหลังทุกสิ่งคือมนุษย์</li><li>เดิมพันครั้งสำคัญของผม</li></ul>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/05/%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C-%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B8%AD%E0%B8%A2-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D.jpg" alt="คิดจะไปดวงจันทร์ อย่าหยุดแค่ปากซอย สารบัญ" class="wp-image-4059"/><figcaption>คิดจะไปดวงจันทร์ อย่าหยุดแค่ปากซอย สารบัญ</figcaption></figure>



<h2 class="wp-block-heading">เนื้อหาที่ผมประทับใจ</h2>



<p class="wp-block-paragraph">วิธีรักษาพลังใจให้อยู่ได้นาน</p>



<ul class="wp-block-list"><li>สร้างความพร้อมทางร่างกาย</li><li>ตัดตัวเลือกให้เหลือน้อยที่สุด</li><li>ทำเรื่องยากที่สุดก่อนเสมอ</li><li>เชื่อมโยงเป้าหมายระยะสั้นกับเป้าหมายระยะยาว</li><li>รู้จักปฏิเสธ</li><li>ทำสิ่งที่ต้องทำซ้ำๆ ให้เป็นนิสัย</li></ul>



<p class="wp-block-paragraph">วิธีการตั้งเป้าหมายที่ดี (โดยบุคคลที่ประสบความสำเร็จ)</p>



<ul class="wp-block-list"><li>เป้าหมายที่ตั้งต้องมาจากตัวเราเอง</li><li>เป้าหมายทีดีต้องมีความหมายมากกว่าความสุขส่วนตัว</li><li>ตั้งเป้าหมายที่ป้องกันคำว่า “ถ้ารู้งี้นะ ฉันจะ&#8230;”</li><li>เป้าหมายความมีความยืดหยุ่น (เพราะอนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน)</li><li>เป้าหมายต้องวัดได้และเฉพาะเจาะจง</li><li>วิธีการเพื่อบรรลุเป้าหมายต้องสัมพันธ์กับความเชื่อลึกๆ ในตัวเรา</li><li>เป้าหมายควรสอดคล้องกับมิติสำคัญๆ ในชีวิตของเรา</li></ul>



<p class="wp-block-paragraph">สิ่งที่เราควรเตรียมพร้อมตลอดเวลา</p>



<ul class="wp-block-list"><li>โฟกัส โฟกัส โฟกัส</li><li>จัดระเบียบชีวิตให้ดี</li><li>ซื่อสัตย์กับตัวเอง</li><li>รักษาสัญญา</li><li>หาแรงกระตุ้นเชิงบวก</li><li>ทำอะไร ทำให้สุด</li></ul>



<p class="wp-block-paragraph">เคล็ดวิชาสร้างสรรค์ผลงาน</p>



<ul class="wp-block-list"><li>ต้องรู้ว่าจะเอาไปให้ใครดู</li><li>ต้องรักษาตัวเองให้อยู่ใน dynamic stage (มีความพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนผลงานตลอดเวลา)</li><li>ต้องมีองค์ประกอบของความประหลาดใจ</li><li>ต้องมีความเรียบง่าย</li><li>สร้างความสงสัยแก่ผู้ชม</li><li>ต้องมีความกลมกลืน</li><li>ต้องมีจังหวะที่ถูกต้อง</li><li>ต้องมีความสวยงาม</li></ul>



<p class="wp-block-paragraph">วิธีใช้เวลา prime time ให้คุ้มค่า</p>



<ul class="wp-block-list"><li>ระวังเครื่องมือสื่อสารทุกชนิด</li><li>ต้องรู้ว่างานที่ต้องทำให้เสร็จในวันนี้คืออะไร (the thing of the day)</li><li>ทำสิ่งที่ยากที่สุดก่อน</li><li>ปฏิเสธให้เป็น</li><li>ออกกำลังกายและนั่งสมาธิก่อนทำงาน</li><li>อ่านหนังสือ หรือ ฟัง Podcast ที่มีประโยชน์</li><li>นั่งในท่าที่ถูกต้อง และเดินไปเดินมาบ้าง</li><li>นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ</li></ul>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/05/%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C-%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B8%AD%E0%B8%A2-3.jpg" alt="คิดจะไปดวงจันทร์ อย่าหยุดแค่ปากซอย 3" class="wp-image-4058"/><figcaption>คิดจะไปดวงจันทร์ อย่าหยุดแค่ปากซอย 3</figcaption></figure>



<h2 class="wp-block-heading">สรุป</h2>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับใครที่กำลังมองหาหนังสือเสริมสร้างกำลังใจ หรือ กำลังตามหาเคล็ดลับสู่ความสำเร็จ ผมแนะนำให้หาหนังสือเล่มนี้มาอ่านครับ หนังสือเล่มนี้อ่านง่าย อ่านได้ทุกคนครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading">รายละเอียดหนังสือ</h2>



<figure class="wp-block-table"><table><tbody><tr><td>ชื่อหนังสือ</td><td>คิดจะไปดวงจันทร์ อย่าหยุดแค่ปากซอย</td></tr><tr><td>ผู้เขียน</td><td>รวิศ หาญอุตสาหะ</td></tr><tr><td>สำนักพิมพ์</td><td>วีเลิร์น (WE Learn)</td></tr><tr><td>ปีที่พิมพ์</td><td>2014</td></tr></tbody></table></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/05/คิดจะไปดวงจันทร์-อย่าหยุดแค่ปากซอย-rotated-1.jpg" alt="คิดจะไปดวงจันทร์ อย่าหยุดแค่ปากซอย" class="wp-image-3289"/><figcaption>คิดจะไปดวงจันทร์ อย่าหยุดแค่ปากซอย</figcaption></figure>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-thinkers-guide-to-the-moon/">รีวิวหนังสือ – คิดจะไปดวงจันทร์ อย่าหยุดแค่ปากซอย</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://karnlab.com/review-thinkers-guide-to-the-moon/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิวหนังสือ &#8211; The Law of Success (Napoleon Hill)</title>
		<link>https://karnlab.com/review-the-law-of-success-napoleon-hill/</link>
					<comments>https://karnlab.com/review-the-law-of-success-napoleon-hill/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 24 May 2020 02:23:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[Napoleon Hill]]></category>
		<category><![CDATA[The Law of Success]]></category>
		<category><![CDATA[ความสำเร็จ]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาตนเอง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://wiki-m.com/?p=4018</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือในตำนานเล่มหนึ่ง เขียนโดย Napoleon Hill เขียนมาตั้งแต่ปี 1928 (ปัจจุบันหนังสือเล่มนี้ก็อายุกว่า 90 ปี แล้ว) ผู้เขียนเดินทางไปสัมภาษณ์ผู้บริหารชั้นนำของโลกเป็นเวลาถึง 20 ปี และเขียนข้อสรุปที่ว่า &#8220;อะไรคือสิ่งที่ทำให้ผู้คนเหล่านั้นประสบความสำเร็จ&#8221; ไว้ในหนังสือเล่มนี้ หนังสือเล่มนี้หนาแค่ 60 หน้า มีแค่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-the-law-of-success-napoleon-hill/">รีวิวหนังสือ &#8211; The Law of Success (Napoleon Hill)</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือในตำนานเล่มหนึ่ง เขียนโดย Napoleon Hill เขียนมาตั้งแต่ปี 1928 (ปัจจุบันหนังสือเล่มนี้ก็อายุกว่า 90 ปี แล้ว)</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้เขียนเดินทางไปสัมภาษณ์ผู้บริหารชั้นนำของโลกเป็นเวลาถึง 20 ปี และเขียนข้อสรุปที่ว่า &#8220;อะไรคือสิ่งที่ทำให้ผู้คนเหล่านั้นประสบความสำเร็จ&#8221; ไว้ในหนังสือเล่มนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">หนังสือเล่มนี้หนาแค่ 60 หน้า มีแค่ 15 ตอน อ่านจริงจัง 2 ชั่วโมงก็จบแล้ว (เป็นหนังสือเล่มเล็กคล้ายๆ กับ Managing Oneself, How will you measure your life)</p>



<p class="wp-block-paragraph">( สำหรับใครที่สนใจหนังสือเล่มนี้ ผมจำได้ว่า Amazon Kindle มีแจกฟรีอยู่นะครับ ลองเข้าไปค้นหาในนี้ได้นะครับ <a href="https://www.amazon.com/s?k=the+law+of+success+napoleon+hill">https://www.amazon.com/s?k=the+law+of+success+napoleon+hill</a> )</p>



<figure class="wp-block-image size-large is-resized"><img fetchpriority="high" decoding="async" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/05/Napoleon-Hill.jpg" alt="Napoleon Hill" class="wp-image-3269" width="480" height="377"/><figcaption>Napoleon Hill</figcaption></figure>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับกฎแห่งความสำเร็จ 15 ข้อ มีดังนี้</p>



<ol class="wp-block-list" type="1"><li>กำหนดเป้าหมายในชีวิต</li><li>มีความมั่นใจในตนเอง (และมั่นใจในเป้าหมาย)</li><li>ประหยัดอดออม</li><li>มีความคิดริเริ่ม และ มีความเป็นผู้นำ</li><li>มีจินตนาการ</li><li>มีความกระตือรือร้น</li><li>รู้จักควบคุมตนเอง</li><li>ทำงานให้มากกว่าเงินที่ได้รับ</li><li>มีบุคลิกภาพที่ดี</li><li>มีความคิดที่ถูกต้อง</li><li>มีความตั้งใจแน่วแน่</li><li>ร่วมมือกับผู้อื่น</li><li>เรียนรู้จากความผิดพลาด</li><li>มีความอดทน</li><li>The Golden Rule ( the principle of treating others as you want to be treated. )</li></ol>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/05/Law-of-Success-Napoleon-Hill-contents.jpg" alt="Law of Success - Napoleon Hill contents" class="wp-image-3267"/><figcaption>Law of Success &#8211; Napoleon Hill contents</figcaption></figure>



<p class="wp-block-paragraph">สรุปสั้นๆ ว่า เป็นหนังสือที่ควรค่าแก่การอ่านเล่มหนึ่งเลยครับ (ใช้เวลาอ่านไม่นาน)</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/05/Law-of-Success-Napoleon-Hill.jpg" alt="Law of Success - Napoleon Hill" class="wp-image-3268"/><figcaption>Law of Success &#8211; Napoleon Hill</figcaption></figure>



<figure class="wp-block-gallery columns-2 is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" width="630" height="899" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/05/The-Law-of-Success-1.jpg" alt="" data-id="4019" data-full-url="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/05/The-Law-of-Success-1.jpg" data-link="https://wiki-m.com/?attachment_id=4019" class="wp-image-4019" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/05/The-Law-of-Success-1.jpg 630w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/05/The-Law-of-Success-1-210x300.jpg 210w" sizes="(max-width: 630px) 100vw, 630px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" width="622" height="898" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/05/The-Law-of-Success-2.jpg" alt="" data-id="4020" data-full-url="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/05/The-Law-of-Success-2.jpg" data-link="https://wiki-m.com/?attachment_id=4020" class="wp-image-4020" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/05/The-Law-of-Success-2.jpg 622w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/05/The-Law-of-Success-2-208x300.jpg 208w" sizes="(max-width: 622px) 100vw, 622px" /></figure></li></ul></figure>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-the-law-of-success-napoleon-hill/">รีวิวหนังสือ &#8211; The Law of Success (Napoleon Hill)</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://karnlab.com/review-the-law-of-success-napoleon-hill/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิวหนังสือ – Present ปัญญาจักรวาล</title>
		<link>https://karnlab.com/review-present-punya/</link>
					<comments>https://karnlab.com/review-present-punya/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 03 May 2020 02:30:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[Open Books]]></category>
		<category><![CDATA[Present]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญาจักรวาล]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิว]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://wiki-m.com/?p=3258</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผมอ่านหนังสือเล่มนี้จบหลังจากที่หนังสือออกมาได้ 1 ปีแล้ว &#8211; ตอนที่หนังสือเพิ่งออก ผมงานยุ่งมากเลยไม่ได้อ่าน ตอนนี้พอมีเวลาจึงได้อ่านจนจบ จำได้ว่ามีรุ่นน้องของผมคนหนึ่ง ไปซื้อหนังสือเล่มนี้ที่งานหนังสือ&#160; น้องเขาได้มีโอกาสเจอคุณภิญโญด้วย เมื่อน้องได้รับหนังสือจากมือของคุณภิญโญ คุณภิญโญบอกว่า “จงเลือกพระกฤษณะ” – พอได้ยินน้องเล่าเช่นนั้น ผมเลยเดาว่าหนังสือ Present เล่มนี้ ต้องมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับศาสนาแน่นอน (และผมก็เดาถูกด้วย) [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-present-punya/">รีวิวหนังสือ – Present ปัญญาจักรวาล</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/05/Present-ปัญญาจักรวาล-หน้าปก.jpeg" alt="Present ปัญญาจักรวาล - หน้าปก" class="wp-image-3256"/><figcaption>Present ปัญญาจักรวาล &#8211; หน้าปก</figcaption></figure>



<p class="wp-block-paragraph">ผมอ่านหนังสือเล่มนี้จบหลังจากที่หนังสือออกมาได้ 1 ปีแล้ว &#8211; ตอนที่หนังสือเพิ่งออก ผมงานยุ่งมากเลยไม่ได้อ่าน ตอนนี้พอมีเวลาจึงได้อ่านจนจบ</p>



<p class="wp-block-paragraph">จำได้ว่ามีรุ่นน้องของผมคนหนึ่ง ไปซื้อหนังสือเล่มนี้ที่งานหนังสือ&nbsp; น้องเขาได้มีโอกาสเจอคุณภิญโญด้วย เมื่อน้องได้รับหนังสือจากมือของคุณภิญโญ คุณภิญโญบอกว่า “จงเลือกพระกฤษณะ” – พอได้ยินน้องเล่าเช่นนั้น ผมเลยเดาว่าหนังสือ Present เล่มนี้ ต้องมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับศาสนาแน่นอน (และผมก็เดาถูกด้วย)</p>



<p class="wp-block-paragraph">หนังสือ Present ปัญญาจักรวาล เล่มนี้ คือ หนังสือเล่มสุดท้ายในซีรีส์ “ปัญญา” ของคุณภิญโญ ซึ่งประกอบไปด้วย</p>



<ul class="wp-block-list"><li><a href="https://karnlab.com/review-future-punya/">Future ปัญญาอนาคต</a></li><li><a href="https://karnlab.com/review-past-punya/">Past ปัญญาอดีต</a></li><li><a href="https://karnlab.com/review-one-million-punya/">One Million ปัญญาหนึ่งถึงร้อยหมื่น</a></li></ul>



<p class="wp-block-paragraph">ผมตามอ่านหนังสือชุดนี้มาตั้งแต่ Future ตามอ่านมาเรื่อยๆ เพราะชอบวิธีการเล่าเรื่องของคุณภิญโญ</p>



<p class="wp-block-paragraph">จุดเด่นและความประทับใจที่ผมมีต่อซีรีส์ชุดนี้คือ วิธีการเล่าเรื่องราวผ่านประวัติศาสตร์ในช่วงเวลาต่างๆ และสถานที่ต่างๆ แต่สุดท้ายก็สามารถนำมาร้อยเรียงเป็นเรื่องเดียวกันได้</p>



<ul class="wp-block-list"><li>Future – เล่าถึงความกล้าหาญที่จะเปลี่ยนแปลงและการเผชิญหน้ากับอนาคต</li><li>Past – เล่าถึงจิตวิญญาณแห่งยุคสมัยต่าง</li><li>One Million – เล่าถึงการเตรียมตัวสู่การเปลี่ยนแปลงจากสิ่งต่างๆ ที่มิอาจคาดเดา</li></ul>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วน Present นั้น เล่าถึงการเปลี่ยนแปลงภายในจิตใจ &#8211; บอกตามตรงเลยว่า มีเนื้อหาบางส่วนที่ผมไม่อิน เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับศาสนาและปรัชญาอินเดีย โดยเฉพาะมหาภารตยุทธ โชคดีที่ผมได้ฟังผ่านหูได้อ่านผ่านตามาบ้าง แต่ถ้าใครไม่รู้จัก อาจจะไม่เข้าใจในเนื้อหาบางส่วนได้ (ส่วนตัว ผมอินกับสามก๊กมากกว่า)</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับการเล่าเรื่องราวในเล่มที่สี่นี้ ผมแอบรู้สึกว่า การร้อยเรียงเรื่องราวไม่สนุกเหมือน 3 เล่มก่อน แต่เล่มนี้ก็ยังเต็มไปด้วยเนื้อหาที่ผู้เขียนอยากสื่อสารให้ผู้อ่าน</p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้ว่าบทที่ 1-4 ผมจะอ่านแล้ว เข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง แต่สำหรับบทที่ 5 ถือว่าเป็นการปิดซีรีส์ที่ดีเลยครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading">เกี่ยวกับหนังสือ</h2>



<p class="wp-block-paragraph">หนังสือ Present ปัญญาจักรวาล เล่มนี้หนาประมาณ 270 หน้า แต่ถ้าตัดรูปภาพและอื่นๆ จะเหลือเนื้อหาจริงๆ 200 หน้า สามารถอ่านรวดเดียวจบได้ในเวลา 2-4 ชั่วโมง (แต่ผมแนะนำให้ค่อยๆ อ่าน ค่อยๆ ทำความเข้าใจครับ)</p>



<p class="wp-block-paragraph">หนังสือเล่มนี้มีราคา 400 บาท พูดตรงๆ ก็คือว่าราคาแพงครับ แต่คุณค่าที่ผมได้รับถือว่าคุ้มค่าครับ (แต่ละคนให้ค่าแต่ละสิ่งไม่เท่ากัน ส่วนราคาที่ต้องจ่ายเพื่อให้ได้รับคุณค่านั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่ง)</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/05/Present-%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A5-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D.jpg" alt="Present ปัญญาจักรวาล - สารบัญ" class="wp-image-3255"/><figcaption>Present ปัญญาจักรวาล &#8211; สารบัญ</figcaption></figure>



<h2 class="wp-block-heading">เนื้อหาโดยสังเขป</h2>



<p class="wp-block-paragraph">บทที่ 1 สุริยะปัญญา (Who are we?)</p>



<ul class="wp-block-list"><li>เล่าถึงความเชื่อเกี่ยวกับเทพเจ้าของชาวญี่ปุ่น (สุริยะเทพี)</li><li>การเปิดใจ ทิ้งสิ่งเก่า รับสิ่งใหม่</li><li>ค้นหาความหมายและคุณค่าของตนเองให้เจอ</li></ul>



<p class="wp-block-paragraph">บทที่ 2 ปราณเมฆา (What is luxury?)</p>



<ul class="wp-block-list"><li>เล่าถึงชีวิตนักธุรกิจของเจ้าสัวซีพี</li><li>คุณค่าและความสำคัญของเวลา</li><li>การมีสติและสมาธิเป็นสิ่งสำคัญต่อชีวิต</li></ul>



<p class="wp-block-paragraph">บทที่ 3 คีตากฤษณะ (What should we choose?)</p>



<ul class="wp-block-list"><li>เล่าถึงพระกฤษณะจากเรื่องมหาภารตยุทธ</li><li>การเลือกความสงบสุขภายในมากกว่าสิ่งมายาภายนอก</li></ul>



<p class="wp-block-paragraph">บทที่ 4 เยซูโยคะ (Subtle body)</p>



<ul class="wp-block-list"><li>เล่าถึงประวัติพระเยซู</li><li>โยคะของอินเดีย</li></ul>



<p class="wp-block-paragraph">บทที่ 5 จักระพุทธะ (Spiritual moment)</p>



<ul class="wp-block-list"><li>เล่าถึงพระพุทธเจ้า</li><li>สรุปเรื่องราวของซีรีส์ชุดปัญญา</li></ul>



<h2 class="wp-block-heading">ประโยคที่ประทับใจ</h2>



<p class="wp-block-paragraph">บทที่ 1</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>โลกใบใหม่จะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อจินตนาการใหม่เกิดขึ้นเท่านั้น</p></blockquote>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>ฟ้ารังแกตนยังพอทน แต่ตนรังแกตน ยากจะธำรงตนอยู่ได้</p></blockquote>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>มนูษย์คือสิ่งใด? เกิดมาเพื่ออะไร? และมีความหมายใดต่อจักรวาล?</p></blockquote>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>เราคือใคร? คุณค่าที่แท้จริงของมนุษย์คืออะไร? และเราเกิดมาทำไม?</p></blockquote>



<p class="wp-block-paragraph">บทที่ 2</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>จากสูงสุด สู่ต่ำสุด / จากมากสุด สู่น้อยสุด / จากความมี สู่ความไร้ / โลกล้วนเป็นไปเช่นนี้</p></blockquote>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>ไม่มีถูก ไม่มีผิด / ขึ้นอยู่กับว่า เราจะให้ค่า ให้เวลา กับสิ่งใด</p></blockquote>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>เราเป็นใคร? เกิดมาเพื่อสิ่งใด? และต้องการมอบความหมายใดให้กับโลก</p></blockquote>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>กลยุทธ์ในการดำเนินชีวิตของเรา คือ เราจะใช้ &#8220;เวลา&#8221; &#8220;ปัญญา&#8221; และ &#8220;พลังงาน&#8221; ของชีวิตที่มี ไปกับสิ่งใด</p></blockquote>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>กลยุทธ์เป็นสิ่งที่ขึ้นอยู่กับเป้าหมาย เป้าหมายแตกต่าง กลยุทธ์ย่อมแตกต่าง</p></blockquote>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>ช่วงหลังผมเริ่มปลง กังวลไปก็เท่านั้น แบกภาระมากไปก็เท่านั้น ทำได้แค่ไหน ก็ทำแค่นั้น เมื่อไม่คิดว่าต้องแบก ก็เริ่มเบาลง</p></blockquote>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>เราต้องฝึกละวางความแค้น ให้อภัยผู้คน และไม่ถือโกรธผู้ใด</p></blockquote>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>แม้ข้าวชาม น้ำกระบอก อาศัยอยู่ในตรอกแคบ ก็ยังมีความสุขได้</p></blockquote>



<p class="wp-block-paragraph">บทที่ 3</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>เรียนรู้โดยไม่คิดนั้นสูญเปล่า คิดโดยไม่เรียนรู้นั้นอันตราย</p></blockquote>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>เมื่ออยากเปลี่ยนแปลงสิ่งใด จงเริ่มต้นที่ตนเองก่อน</p><p>(&#8230; เปลี่ยนใจเธอไม่ง่าย เปลี่ยนตัวเองก็ได้ &#8230;)</p></blockquote>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>หลายครั้งเราต้องตัดสินใจว่า จะเลือกคุณค่าที่แท้ภายในใจ หรือจะเลือกสิ่งมายาภายนอก</p></blockquote>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>ขอให้พวกเขามีโอกาส ค้นพบศักยภาพที่ซ่อนอยู่ แม้เติบโตมาจากแหล่งมืดมิด มีชีวิตอันมืดมน แต่เด็กทุกคนจะเปล่งแสง เจิดจรัสบนฟากฟ้าได้</p></blockquote>



<p class="wp-block-paragraph">บทที่ 4</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>การผจญภัยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชีวิต คือการใช้ชีวิตตามความฝัน</p></blockquote>



<p class="wp-block-paragraph">บทที่ 5</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>มนุษย์ผู้หนึ่งจะยิ่งใหญ่ได้ หาใช่เกิดมายิ่งใหญ่ หากแต่มนุษย์ยิ่งใหญ่ ด้วยสิ่งที่เขาสร้างไว้ให้ผู้อื่น</p></blockquote>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>เราไม่อาจเคลื่อนย้ายขุนเขาโดยง่ายฉันใด เราย่อมไม่อาจบลล้างคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ได้ฉันนั้น</p></blockquote>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>อำนาวร่วงหล่นได้โดยพลัน แต่ความดีนั้น สถิตอยู่นิรันดร์</p></blockquote>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>สงครามในโลกสมัยใหม่ไม่มีเวลา เรารบกันอย่างไร้กติกา ไร้เวลา และไร้อนาคต</p></blockquote>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>เรามีความสุขในการสร้างส่วนเกิน โดยไม่เคยตระหนักรู้ว่า เท่าที่มีอยู่ก็เกินพอ</p></blockquote>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>โลกมีทรัพยากรเพียงพอสำหรับทุกคน แต่ไม่เพียงพอสำหรับคนโลภเพียงหนึ่งคน</p></blockquote>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>ศรัทธาอันยิ่งใหญ่ ไม่ว่าต่อสิ่งใด ย่อมนำมาสู่การสร้างงานที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งสร้างสรรค์จากหัวใจที่งดงาม</p></blockquote>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/05/Present-%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A5-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%95.jpg" alt="Present ปัญญาจักรวาล - อาร์ต" class="wp-image-3257"/><figcaption>Present ปัญญาจักรวาล &#8211; อาร์ต</figcaption></figure>



<h2 class="wp-block-heading">สรุป</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ถ้าใครติดตามซีรีส์นี้มาตั้งแต่ต้น จะไม่หาซื้อเล่มจบมาอ่านได้อย่างไร? แต่ถ้าใครเพิ่งเห็นหนังสือเล่มนี้ แนะนำให้ลองอ่าน Future / Past / One Million สัก 1 เล่มก่อน แล้วถ้าชอบก็ค่อยตามซื้อหาอ่านทั้งหมดจะดีกว่าครับ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปล. ในซีรีส์นี้ผมชอบ One Million &gt; Past &gt; Future &gt; Present</p>



<h2 class="wp-block-heading">รายละเอียดหนังสือ</h2>



<figure class="wp-block-table"><table><tbody><tr><td>ชื่อหนังสือ</td><td>Present ปัญญาจักรวาล</td></tr><tr><td>ผู้เขียน</td><td>ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา</td></tr><tr><td>สำนักพิมพ์</td><td>Open Books</td></tr><tr><td>ปีที่พิมพ์</td><td>2019</td></tr></tbody></table></figure>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-present-punya/">รีวิวหนังสือ – Present ปัญญาจักรวาล</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://karnlab.com/review-present-punya/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิวหนังสือ – The Disruptor</title>
		<link>https://karnlab.com/review-the-disruptor/</link>
					<comments>https://karnlab.com/review-the-disruptor/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Apr 2020 06:43:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[Disruptor]]></category>
		<category><![CDATA[บริหารธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[รวิศ หาญอุตสาหะ]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิว]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://wiki-m.com/?p=3195</guid>

					<description><![CDATA[<p>The Disruptor เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้น 50 เรื่อง (เรื่องละ 3-7 หน้า) เขียนโดยคุณรวิศ หาญอุตสาหะ ที่อ่านได้อย่างเพลินๆ ชิวๆ เหมาะสำหรับอ่านยามว่างระหว่างรอเพื่อนหรือรอรถโดยสาร มีไฮไลต์ประเด็น/สาระสำคัญให้ด้วย ทำให้อ่านง่ายได้อีก เนื้อหาในหนังสือหลากหลายมาก ตั้งแต่การพัฒนาตนเอง บริหารธุรกิจ กรณีศึกษาของบุคคลต่างๆ ไปจนถึงเรื่องราวสัพเพเหระ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-the-disruptor/">รีวิวหนังสือ – The Disruptor</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">The Disruptor เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้น 50 เรื่อง (เรื่องละ 3-7 หน้า) เขียนโดยคุณรวิศ หาญอุตสาหะ ที่อ่านได้อย่างเพลินๆ ชิวๆ เหมาะสำหรับอ่านยามว่างระหว่างรอเพื่อนหรือรอรถโดยสาร มีไฮไลต์ประเด็น/สาระสำคัญให้ด้วย ทำให้อ่านง่ายได้อีก</p>



<p class="wp-block-paragraph">เนื้อหาในหนังสือหลากหลายมาก ตั้งแต่การพัฒนาตนเอง บริหารธุรกิจ กรณีศึกษาของบุคคลต่างๆ ไปจนถึงเรื่องราวสัพเพเหระ ภายในหนังสือยังมีแนะนำหนังสือดีๆ เล่มอื่นๆ ให้ไปตามอ่านกันต่ออีกหลายเล่มเลยครับ</p>



<p class="wp-block-paragraph">หนังสือ The Disruptor เล่มนี้ ผมให้คะแนน 4 / 5 ดาว = น่าอ่านครับ (แต่สำหรับผมยังไม่ถึงขั้นประทับใจ)</p>



<p class="wp-block-paragraph">เพิ่มเติม: เท่าที่ผมสังเกตมา หนังสือแนวพัฒนาตนเอง แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ รวมเรื่องสั้น และ เรื่องเล่าแบบนิยาย</p>



<h2 class="wp-block-heading">หัวข้อที่น่าสนใจในหนังสือ The Disruptor</h2>



<ul class="wp-block-list"><li>[5] Don’t be good, be great – มุ่งพัฒนาในสิ่งที่ตนเองถนัด</li><li>[11] มาร์ชเมลโลว์กับการเก็บเตียง – การมีวินัยในตนเอง</li><li>[17] สุดยอดอย่าง Supreme – กรณีศึกษาแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดัง</li><li>[18] คุณเริ่มหรือยัง? – การออมและการวางแผนการเงิน</li><li>[26] Life is like a marathon – ข้อคิดที่น่าสนใจ<ul><li>ทุกอย่างในชีวิตมีมุมสนุกของมัน</li></ul><ul><li>การวางแผนเป็นเรื่องสำคัญ</li></ul><ul><li>การแข่งขันที่แท้จริงวัดกันที่ใจ</li></ul><ul><li>อย่าเอาชีวิตเราไปเปรียบเทียบกับใคร</li></ul></li><li>[27] Phantom Burnout – ภาวะหมดไฟชั่วคราว</li><li>[31] Productivity Hacks – เคล็ดลับการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน<ul><li>แบ่งงานใหญ่ๆ เป็นงานย่อยๆ</li></ul><ul><li>ให้เวลากับครอบครัว</li></ul><ul><li>อ่านหนังสือ</li></ul><ul><li>อย่าหงุดหงิดกับปัญหาเล็กๆ</li></ul><ul><li>หาเวลา deep work ทุกวัน</li></ul><ul><li>รวบรวม/บันทึกไอเดียต่างๆ</li></ul></li><li>[32] 24 ชั่วโมงที่ไม่เท่ากัน – เคล็ดลับในการบริหารเวลา<ul><li>เวลา prime time ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน</li></ul><ul><li>ดูแลร่างกายให้ดี</li></ul><ul><li>โฟกัสทำงานทีละเรื่อง</li></ul><ul><li>ใช้เวลาไปกับสิ่งที่ถนัดที่สุด</li></ul><ul><li>อย่าปล่อยเวลาว่างไปอย่างเปล่าประโยชน์</li></ul><ul><li>เวลามีคุณค่ามากกว่าเงิน</li></ul></li><li>[36] เปลี่ยนบาดแผลเป็นปัญญา</li><li>[39] คำถามเพื่อการสัมภาษณ์งาน</li><li>[42] อยู่รอดท่ามกลางวิกฤต – ค้นหาจุดเด่นของตนเองให้เจอ</li><li>[45] ลูกค้าของคุณคือใคร?</li><li>[47] จะตัดสินใจให้ดีขึ้นได้อย่างไร? – การตัดสินใจเชิงรุก / เชิงรับ / อย่างมีกลยุทธ์</li></ul>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/04/IMG_3222-rotated.jpg" alt="หนังสือ The Disruptor (รวิศ)" class="wp-image-3193"/><figcaption>หนังสือ The Disruptor (รวิศ)</figcaption></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2020/04/IMG_3224.jpg" alt="หนังสือ The Disruptor (รวิศ)" class="wp-image-3194"/><figcaption>หนังสือ The Disruptor (รวิศ)</figcaption></figure>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-the-disruptor/">รีวิวหนังสือ – The Disruptor</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://karnlab.com/review-the-disruptor/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิวหนังสือ – Mindset ใช้ความคิด เอาชนะโชคชะตา (ตอนที่ 3)</title>
		<link>https://karnlab.com/review-mindset-book-3/</link>
					<comments>https://karnlab.com/review-mindset-book-3/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Apr 2019 04:41:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[Mindset]]></category>
		<category><![CDATA[กรอบคิด]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[สรุป]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://karnlab.com/?p=3051</guid>

					<description><![CDATA[<p>บทที่ 7 &#8211; พ่อแม่ ครู และโค้ช : กรอบคิดมาจากไหน การชื่นชมสติปัญญาของเด็กเป็นอันตรายต่อแรงจูงใจในการเรียนรู้และผลงานของพวกเขา ถ้าพ่อแม่อยากให้ของขวัญลูก สิ่งที่ดีที่สุดที่พวกเข้าทำได้คือ สอนให้ลูกรักความท้าทาย รู้จักใช้ความผิดพลาดเป็นแรงกระตุ้น สนุกกับการพยายาม และหมั่นเรียนรู้อยู่ตลอด วิธีนี้ช่วยให้ลูกไม่ตกเป็นทาสของคำชม พวกเขาจะรู้จักวิธีสร้างและซ่อมแซมความมั่นใจไปตลอดชีวิต เราสามารถชื่นชมพวกเข้าได้มากเท่าที่ต้องการ ตราบใดที่มันเป็นคำชมเรื่องกระบวนการที่เน้นการพัฒนา ซึ่งหมายถึงสิ่งที่พวกเขาทำสำเร็จด้วยการฝึกฝน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-mindset-book-3/">รีวิวหนังสือ – Mindset ใช้ความคิด เอาชนะโชคชะตา (ตอนที่ 3)</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h2 class="wp-block-heading">บทที่ 7
&#8211; พ่อแม่ ครู และโค้ช : กรอบคิดมาจากไหน</h2>



<ul class="wp-block-list"><li>การชื่นชมสติปัญญาของเด็กเป็นอันตรายต่อแรงจูงใจในการเรียนรู้และผลงานของพวกเขา</li><li>ถ้าพ่อแม่อยากให้ของขวัญลูก
สิ่งที่ดีที่สุดที่พวกเข้าทำได้คือ สอนให้ลูกรักความท้าทาย
รู้จักใช้ความผิดพลาดเป็นแรงกระตุ้น สนุกกับการพยายาม และหมั่นเรียนรู้อยู่ตลอด
วิธีนี้ช่วยให้ลูกไม่ตกเป็นทาสของคำชม
พวกเขาจะรู้จักวิธีสร้างและซ่อมแซมความมั่นใจไปตลอดชีวิต</li><li>เราสามารถชื่นชมพวกเข้าได้มากเท่าที่ต้องการ
ตราบใดที่มันเป็นคำชมเรื่องกระบวนการที่เน้นการพัฒนา
ซึ่งหมายถึงสิ่งที่พวกเขาทำสำเร็จด้วยการฝึกฝน การศึกษา ความุ่งมั่น
และการมีกลยุทธ์ที่ดี</li><li>“จงปกป้องพวกเขาจากความล้มเหลว”
ถึงแม้มันอาจจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องความผิดหวังของเด็กๆ ได้ในทันที
แต่มันก็เป็นอันตรายในระยะยาว</li><li>เด็กๆ
จำเป็นต้องได้ข้อมูลป้อนกลับที่จริงใจและเป็นไปในเชิงสร้างสรรค์ ถ้าเด็กๆ
ถูกปกป้องจากข้อมูลป้อนกลับเหล่านี้ พวกเขาจะเรียนรู้ได้ไม่ดีนัก</li><li>จำไว้ว่าอย่าตัดสิน แต่จงสอน
เพราะมันเป็นกระบวนการเรียนรู้อย่างหนึ่ง</li><li>เรามักคิดว่าการใช้ความรุนแรงจะถูกส่งต่อไปยังคนอื่นก็ต่อเมื่อเหยื่อของความรุนแรงนั้นเติบโตไปเป็นพ่อแม่
แต่จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่า เด็กเรียนรู้บทเรียนตั้งแต่เล็กและลงมือทำตามนั้น</li><li>ครั้งต่อไปที่ต้องลงโทษลูกๆ
ให้คุณถามตัวเองก่อนว่า อะไรคือสารที่ฉันกำลังจะส่งออกไป ฉันจะตัดสินและลงโทษลูก
หรือจะช่วยให้ลูกรู้จักคิดและเรียนรู้</li><li>นักศึกษาที่ประสบความสำเร็จคือคนที่มีเป้าหมายหลักเป็นการขยายขอบเขตองค์ความรู้
รวมถึงวิธีคิด และวิธีสำรวจโลกใบนี้ พวกเขาไม่ได้มองว่าคะแนนคือจุดสิ้นสุดของอะไรบางอย่าง
แต่มองว่ามันคือสิ่งที่จะช่วยให้พวกเขาพัฒนาตนเอง</li><li>“ครูที่ดีคือครูที่ยังเรียนรู้ไปพร้อมกับนักเรียน”</li><li>ในแต่ละวัน
คุณต้องพยายามให้ตัวเองเก่งขึ้นทีละนิด
เมื่อคุณพยายามทำสิ่งที่จะทำให้คุณเก่งขึ้นทีละนิดติดต่อกัน คุณก็จะกลายเป็นคนที่เก่งขึ้นมาก</li><li>คำถามที่ว่าฉันชนะหรือแพ้
ล้วนเป็นคำถามที่ผิด คำถามที่ถูกต้องคิด ฉันพยายามเต็มที่แล้วหรือยัง</li><li>ครูที่ยอดเยี่ยมเชื่อในเรื่องการพัฒนาพรสวรรค์และสติปัญญา
แถมยังหลงใหลในกระบวนการเรียนรู้ด้วย</li><li>แทนที่จะขอให้พวกเขาทำโดยไม่ผิดพลาด
จงขอให้พวกเขาทุ่มเทอย่างเจ็มที่ และพยายามสุดความสามารถ</li></ul>



<h2 class="wp-block-heading">บทที่ 8
&#8211; เปลี่ยนกรอบคิด</h2>



<ul class="wp-block-list"><li>เมื่อก่อนแม็กกี้คิดว่า อย่าลงมือทำ
อย่าเรียนวิชาการเขียน อย่าเอางานเขียนของเธอให้คนอื่นอ่าน
มันไม่คุ้มที่จะเสี่ยงหรอก ความฝันของเธออาจถูกทำลายได้ เพราะฉะนั้นจงปกป้องมันไว้
&#8230; แต่ตอนนี้เธอกลับคิดว่า ลุยเลย ทำให้ฝันของเธอเป็นจริง จงพัฒนาทักษะ
และไล่ตามความฝันของตัวเอง</li><li>ไม่ต้องกังวลเรื่องการเป็นคนฉลาดให้มากนัก
ไม่ต้องกังวลเรื่องการหลีกเลี่ยงความล้มเหลว นั่นเป็นการทำลายตัวเอง มาเริ่มทำงาน
มาเริ่มอ่านหนังสือ นอนให้เต็มอิ่ม และใช้ชีวิตตามปกติดีกว่า</li><li>เมื่อเราเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
การเชื่อมโยงเล็กๆ ในสมองจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวและแข็งแกร่งขึ้น
ยิ่งคุณท้าทายสมองให้เรียนรู้มากเท่าไร เซลล์สมองก็ยิ่งเติบโตมากขึ้นเท่านั้น</li><li>ฉันอยากให้คุณลองนึกถึงสิ่งที่ต้องทำ
สิ่งที่อยากเรียนรู้ หรือปัญหาที่ต้องเผชิญ แล้วลองเขียนแผนการที่เป็นรูปธรรมออกมา
โดยระบุว่าจะทำตามแผนการนั้นเมื่อไร จะทำมันที่ไหน และจำทำมันอย่างไร
คุณต้องนึกถึงแผนการดังกล่าวแบบลงรายละเอียดชัดเจน</li><li>ก้าวไปข้างหน้าด้วยกรอบคิดแบบพัฒนาได้
&#8211; ลองนึกถึงเป้าหมายของคุณและดูว่า คุณจะทำอะไรได้บ้างเพื่อให้เป้าหมายนั้นกลายเป็นจริง
คุณสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อให้ตัวเองประสบความสำเร็จ</li></ul>



<p class="wp-block-paragraph"> สำหรับรีวิวหนังสือเล่มนี้ สามารถติดตามได้ที่นี่ครับ <a href="https://karnlab.com/review-mindset-book-1">https://karnlab.com/review-mindset-book-1 </a></p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-mindset-book-3/">รีวิวหนังสือ – Mindset ใช้ความคิด เอาชนะโชคชะตา (ตอนที่ 3)</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://karnlab.com/review-mindset-book-3/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิวหนังสือ – Mindset ใช้ความคิด เอาชนะโชคชะตา (ตอนที่ 2)</title>
		<link>https://karnlab.com/review-mindset-book-2/</link>
					<comments>https://karnlab.com/review-mindset-book-2/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Apr 2019 04:38:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[Mindset]]></category>
		<category><![CDATA[กรอบคิด]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[สรุป]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://karnlab.com/?p=3042</guid>

					<description><![CDATA[<p>บทที่ 4 &#8211; กีฬา : กรอบคิดของผู้ชนะ คุณสมบัติที่ฮีโร่ควรมี คือ เมื่อเขา/เธอพ่ายแพ้ จะรู้สึกหวาดหวั่น แต่จากนั้นก็จะลุกขึ้นสู้ และคว้าชัยชนะได้ในที่สุด ไม่มีใครคิดว่า ตัวเองเป็นคนพิเศษที่เกิดมาเป็นผู้ชนะ พวกเขาคือคนที่ฝึกฝนอย่างหนัก เรียนรู้วิธีรักษาสมาธิภายใต้แรงกดดัน และท้าทายตัวเองให้ทำสิ่งที่เกินความสามารถปกติเมื่อถึงยามจำเป็น คนที่มีกรอบคิดแบบพัฒนาได้มองว่า ความสำเร็จมาจากการพยายามอย่างเต็มที่ การเรียนรู้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-mindset-book-2/">รีวิวหนังสือ – Mindset ใช้ความคิด เอาชนะโชคชะตา (ตอนที่ 2)</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h2 class="wp-block-heading">บทที่ 4
&#8211; กีฬา : กรอบคิดของผู้ชนะ</h2>



<ul class="wp-block-list"><li>คุณสมบัติที่ฮีโร่ควรมี คือ
เมื่อเขา/เธอพ่ายแพ้ จะรู้สึกหวาดหวั่น แต่จากนั้นก็จะลุกขึ้นสู้
และคว้าชัยชนะได้ในที่สุด</li><li>ไม่มีใครคิดว่า
ตัวเองเป็นคนพิเศษที่เกิดมาเป็นผู้ชนะ พวกเขาคือคนที่ฝึกฝนอย่างหนัก
เรียนรู้วิธีรักษาสมาธิภายใต้แรงกดดัน
และท้าทายตัวเองให้ทำสิ่งที่เกินความสามารถปกติเมื่อถึงยามจำเป็น</li><li>คนที่มีกรอบคิดแบบพัฒนาได้มองว่า
ความสำเร็จมาจากการพยายามอย่างเต็มที่ การเรียนรู้ และการพัฒนาตนเอง</li><li>คนที่มีกรอบคิดแบบพัฒนาได้มองว่า ความล้มเหลวเป็นแรงจูงใจ
เป็นข้อมูล และเป็นคำเตือน</li><li>คนที่มีกรอบคิดแบบพัฒนาได้
จะทำตามกระบวนการที่ก่อให้เกิดและคงไว้ซึ่งความสำเร็จ (ระเบียบวินัย)</li><li>การเป็นคนดัง/ดาวเด่น
ไม่ได้ตัดสินกันที่ผมแพ้ชนะ แต่เป็นการสู้ด้วยทุกสิ่งที่ตัวเองมี</li></ul>



<h2 class="wp-block-heading">บทที่ 5
&#8211; ธุรกิจ : กรอบคิดกับความเป็นผู้นำ</h2>



<ul class="wp-block-list"><li>นักวิจัยมองเห็น “ทิฐิ”
ในตัวผู้นำมากกว่า 2 ใน 3 จากทั้งหมด ทิฐินี้ทำให้บริษัทล่มสลายนเร็วขึ้น
หรือทำให้บริษัทชั้นนำกลายเป็นบริษัทชั้นรอง</li><li>โรคซีอีโอ คือ
อันตรายจากกรอบคิดแบบตายตัวที่ทำให้พวกเขารับรู้แต่เรื่องดีๆ
เกี่ยวกับความสำเร็จของบริษัท (และความสมบูรณ์แบบของตัวซีอีโอเอง)
โดยไม่สนใจสัญญาณเตือนใดๆ</li><li>ซีอีโอที่ดีจะไปเยี่ยมออฟฟิศและโรงงาน
เพื่อรับฟังปัญหาจากพนักงานอย่างสม่ำเสมอ พวกเขาคือคนที่ซีอีโอเคารพ เรียนรู้
และเอาใสใส่</li><li>ซีอีโอที่ดีจะเน้นการทำงานเป็นทีม</li><li>ความมั่นใจในตัวเองที่แท้จริง คือ
ความกล้าที่จะเปิดในยอมรับการเปลี่ยนแปลงและแนวคิดใหม่ๆ
ไม่ว่ามันจะมาจากที่ใดก็ตาม</li><li>เมื่อผู้ใต้บังคับบัญชารู้สึกแย่ที่ตัวเองทำเรื่องผิดพลาด
หน้าที่ของซีอีโอคือช่วยให้พวกเขาผ่านพ้นเรื่องนี้ไปให้ได้</li><li>ความสำเร็จเกิดจากการพร้อมเผชิญหน้ากับความท้าทาย
การแสดงความมุมานะ รวมถึงการยอมรับและแก้ไขข้อผิดพลาด</li><li>สมองของคนเราสามารถพัฒนาได้ตลอดชีวิต
รวมถึงคนเราพัฒนาความสามารถได้ หากได้รับการชี้แนะและฝึกฝน</li></ul>



<h2 class="wp-block-heading">บทที่ 6
&#8211; ความสัมพันธ์ : กรอบคิดด้านความรัก</h2>



<ul class="wp-block-list"><li>คนที่มีกรอบคิดแบบตายตัวจะรู้สึกว่าถูกตัดสินและตราหน้าเมื่ออีกฝ่ายเดินจากไป
(รวมไปถึงความแค้นในใจที่ก่อตัวขึ้นมา)</li><li>คนที่มีกรอบคิดแบบพัฒนาได้
การเลิกราเป็นเรื่องของการทำความเข้าใจ การให้อภัย และการเดินหน้าต่อไป</li><li>ผู้หญิงคนหนึ่งบอกว่า
“ฉันไม่ใช่นักบุญ แต่ฉันรู้ว่าถ้าอยากให้จิตใจสงบก็ต้องให้อภัยเขา
แล้วลืมเรื่องที่เกิดขึ้นซะ เขาทำร้ายฉัน แต่ฉันยังมีชีวิตทั้งชีวิตรออยู่
ฉันต้องแย่แน่ถ้ายังจมปลักอยู่กับอดีต วันหนึ่งฉันก็คิดได้ว่า ‘ขอให้เขาโชคดี และก็ขอให้ตัวเองโชคดีด้วย’ ”</li><li>“ฉันต้องแย่แน่
ถ้ามัวแต่หดหู่อยู่แบบนี้”
(บางทีนี้อาจเป็นคำพูดติดปากของคนที่มีกรอบคิดแบบพัฒนาได้)</li><li>ความสัมพันธ์ที่ดีและยั่งยืนเกิดขึ้นจากความพยายามและการรับมือกับความแตกต่างของแต่ละฝ่าย</li><li>ไม่มีอะไรจะทำให้คู้รักเดือดดาลได้มากไปกว่าการถูกละเมิดสิทธิ
และการที่อีกฝ่ายรู้สึกว่าตัวเองมีสิทธิในสิ่งที่คุณไม่คิดว่าเขาหรือเธอควรมี</li><li>การเลือกคนรักคือการเลือกปัญหาจำนวนหนึ่งเข้ามาในชีวิต
ไม่มีผู้สมัครคนไหนไร้ปัญหา เคล็ดลับก็คือ จงยอมรับข้อจำกัดของกันและกัน
แล้วสร้างความสัมพันธ์ขึ้นจากจุดนี้</li><li>ปัญหาหลายอย่างเกิดจากการสื่อสาร
ไม่ได้เกิดจากบุคลิกภาพหรือนิสัย แต่คนที่มีกรอบคิดแบบตายตัวมักโทษสองสิ่งนี้</li><li>จุดประสงค์ของการแต่งงาน คือ
การสนับสนุนพัฒนาการของคนรัก และได้รับแรงสนับสนุนจากคนรัก</li><li>เพื่อนจะช่วยเตือนสติและกระตุ้นให้เรากล้าทำในสิ่งที่ช่วยให้เราเติบโต
เพื่อนจะช่วยยืนชันคุณสมบัติดีๆ ของกันและกัน ถึงแก้การชื่นชมจะเป็นอันตราย
แต่บางครั้งเราก็ต้องการคำยืนยันเพื่อสร้างความมั่นใจ</li><li>ทุกคนมีทั้งข้อดีและข้อเสีย
ถ้าคุณมองหาแต่คนที่ดีพร้อม คุณจะมีเพื่อนน้อยมาก อย่างไรก็ตาม
คนประเภทเดียวที่เธอจะไม่ทนก็คือคนที่ทำให้เธอรู้สึกแย่กับตัวเอง</li><li>สุภาษิตโบราณบอกไว้ว่า
ในยามลำบากคุณจะรู้ว่าใครคือเพื่อนแท้ แน่นอนว่าคำพูดนี้มีประโยชน์มาก
ลองนึกดูว่าใครจะอยู่เคียงข้างคุณในยามที่คุณประสบปัญหา &#8230; </li><li>&#8230; แต่คำถามที่ยากกว่านั้นคือ
คุณสามารถหันไปหาใครในเวลาที่มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้น เวลาที่คุณได้เจอคนรักที่ยอดเยี่ยม
ได้งานดีๆ ได้เลื่อนขั้น ใครจะยินดีรับฟังเรื่องเหล่านี้</li><li>คนที่มีกรอบคิดแบบตายตัวและคนที่มีกรอบคิดแบบพัฒนาได้เผชิญสถานการณ์เดียวกันด้วยทัศนคติที่แตกต่างกัน
กลุ่มหนึ่งอ้าแขนรับความท้าทาย ส่วนอีกกลุ่มกลัวที่จะต้องเสี่ยง</li><li>จงพยายามมองปัญหาด้วยกรอบคิดแบบพัฒนาได้
กล่าวคือ ปัญหาสามารถทำให้คุณและคนรักเข้าอกเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น
จงเปิดโอกาสให้คนรักได้แสดงความคิดเห็นในมุมมองที่ต่างออกไป
จากนั้นก็รับฟังอย่างตั้งใจ รวมถึงพูดคุยกับเขาหรือเธอด้วยความอดทนและเอาใจใส่
คุณอาจแปลกใจที่การทำแบบนี้ช่วยให้คุณใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น</li></ul>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับสรุปเนื้อหาตอนต่อไป สามารถติดตามต่อได้ที่นี่ครับ <a href="https://karnlab.com/review-mindset-book-3">https://karnlab.com/review-mindset-book-3</a></p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-mindset-book-2/">รีวิวหนังสือ – Mindset ใช้ความคิด เอาชนะโชคชะตา (ตอนที่ 2)</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://karnlab.com/review-mindset-book-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>2</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิวหนังสือ – Mindset ใช้ความคิด เอาชนะโชคชะตา (ตอนที่ 1)</title>
		<link>https://karnlab.com/review-mindset-book-1/</link>
					<comments>https://karnlab.com/review-mindset-book-1/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Apr 2019 04:32:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[Mindset]]></category>
		<category><![CDATA[กรอบคิด]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิว]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://karnlab.com/?p=3034</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนังสือเล่มนี้เขียนโดย Carol Dweck ผู้เชี่ยวชาญด้านสมอง – และผมขอชื่นชนผู้แปลมา ณ ที่นี้เลยครับว่า ผู้แปลถ่ายทอดเรื่องราวได้ดีมาก หนังสือเล่มนี้บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับกรอบคิดของมนุษย์เราซึ่งมี 2 แบบ คือ กรอบคิดแบบตายตัว (fixed mindset) และ กรอบคิดแบบพัฒนาได้ (growth mindset) [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-mindset-book-1/">รีวิวหนังสือ – Mindset ใช้ความคิด เอาชนะโชคชะตา (ตอนที่ 1)</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">หนังสือเล่มนี้เขียนโดย Carol Dweck ผู้เชี่ยวชาญด้านสมอง – และผมขอชื่นชนผู้แปลมา ณ ที่นี้เลยครับว่า ผู้แปลถ่ายทอดเรื่องราวได้ดีมาก</p>



<p class="wp-block-paragraph">หนังสือเล่มนี้บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับกรอบคิดของมนุษย์เราซึ่งมี
2 แบบ คือ กรอบคิดแบบตายตัว (fixed mindset) และ
กรอบคิดแบบพัฒนาได้ (growth mindset)</p>



<p class="wp-block-paragraph">หนังสือเล่มนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจและน่าติดตาม
อ่านสนุก และรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้อ่าน (วิธีการเล่าเรื่องของหนังสือเล่มนี้
ทำให้ผมนึกถึงหนังสือ Zero to One) </p>



<p class="wp-block-paragraph">หนังสืออ่านอาจจะหนาไปสักหน่อย (~350 หน้า) แต่วิธีการเล่าเรื่องนั้นสนุกและไม่น่าเบื่อครับ
และส่วนตัวผมมองว่าหนังสือเล่มนี้คุ้มค่าราคาที่จ่ายไปด้วยครับ (~275 บาท)</p>



<p class="wp-block-paragraph">หนังสือเล่มนี้ผมให้ 5 / 5 ดาว (น่าอ่านมากๆ)</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ผู้เขียนยังเคยพูดไว้ใน TED
Talk ด้วยครับ สามารถไปติดตามรับชมรับฟังกันได้ครับ</p>



<figure class="wp-block-embed-ted wp-block-embed is-type-video is-provider-ted wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="Carol Dweck: The power of believing that you can improve" src="https://embed.ted.com/talks/carol_dweck_the_power_of_believing_that_you_can_improve" width="1200" height="676" frameborder="0" scrolling="no" webkitAllowFullScreen mozallowfullscreen allowFullScreen></iframe>
</div></figure>



<h2 class="wp-block-heading">เนื้อหาภายในหนังสือ</h2>



<ol class="wp-block-list"><li>กรอบคิด</li><li>ภายในกรอบคิด</li><li>ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความสามารถและความสำเร็จ</li><li>กีฬา : กรอบคิดของผู้ชนะ</li><li>ธุรกิจ : กรอบคิดกับความเป็นผู้นำ</li><li>ความสัมพันธ์ : กรอบคิดด้านความรัก</li><li>พ่อแม่ ครู และโค้ช : กรอบคิดมาจากไหน</li><li>เปลี่ยนกรอบคิด</li></ol>



<h2 class="wp-block-heading">บทที่ 1
&#8211; กรอบคิด</h2>



<ul class="wp-block-list"><li>ความฉลาดสามารถพัฒนาได้ด้วยความพยายาม
ไม่ยอมแพ้ในยามล้มเหลว</li><li>มนุษย์เราสามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต
และมีพัฒนาการได้ไม่สิ้นสุด</li><li>ความเชื่อที่ว่าคุณสมบัติต่างๆ
สามารถพัฒนาได้ ก่อให้เกิดแรงปรารถนาที่จะเรียนรู้</li><li>เมื่อเผชิญหน้ากับความผิดหวัง
คนที่มีกรอบคิดแบบพัฒนาได้ แม้จะรู้สึกเสียใจ แต่พวกเขาก็พร้อมที่จะเสี่ยง
เผชิญหน้ากับความท้าทาย และพยายามต่อไป</li><li>ในบางเรื่องเราก็มีกรอบคิดแบบตามตัว
ในบางเรื่องเราก็มีกรอบคิดแบบพัฒนาได้ ประเด็นสำคัญคือกรอบคิดสามารถเปลี่ยนแปลงได้</li></ul>



<h2 class="wp-block-heading">บทที่ 2
&#8211; ภายในกรอบคิด</h2>



<ul class="wp-block-list"><li>กรอบคิดจะเปลี่ยนมุมมองที่เรามีต่อโลกใบนี้</li><li>กรอบคิดแบบตายตัวทำให้ความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้เลือนหายไป</li><li>สติปัญญาเป็นสิ่งที่คุณต้องใช้ความพยายามเพื่อให้ได้มันมา
ไม่ใช่สิ่งที่ฟ้าประทานมาให้</li><li>ผู้ที่มีกรอบคิดแบบพัฒนาได้
ยิ่งปัญหาท้าททายมากเท่าไร พวกเขาก็ยิ่งเพิ่มศักยภาพของตัวเองได้มากขึ้นเท่านั้น</li><li>เราไม่จำเป็นต้องทำได้อย่างสมบูรณ์แบบในครั้งแรก
มันเป็นเรื่องของการค่อยๆ เรียนรู้</li><li>มีคำกล่าวหนึ่งในทศวรรษที่ 1906 ว่า
“การพัฒนาตัวเองสำคัญกว่าการเป็นตัวเองในแบบที่เป็นอยู่”</li><li>ไม่ว่าคุณจะมีความสามารถแค่ไหน
ความพยายามจะเป็นตัวจุดชนวนและเปลี่ยนมันให้เป็นความสำเร็จ</li><li>ความคิดที่ว่า
แม้จะพยายามแล้วแต่ก็ยังล้มเหลว
เป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดของคนที่มีกรอบคิดแบบตายตัว</li></ul>



<h2 class="wp-block-heading">บทที่ 3
&#8211; ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความสามารถและความสำเร็จ</h2>



<ul class="wp-block-list"><li>กรอบคิดแบบตายตัวจำกัดความสำเร็จ
มันทำให้ความพยายามเป็นเรื่องน่ารังเกียจ
และมันยังทำให้ผู้คนชอบตัดสินแทนที่จะเป็นมิตรกัน</li><li>คนจำนวนมากที่มีกรอบคิดแบบตายตัวมองว่า
ผลงานในอดีตของคนคนหนึ่งได้บอกทุกอย่างเกี่ยวกับพรสวรรค์และอนาคตของคนคนนั้น</li><li>การชื่นชนความสามารถทำให้ IQ
ของเด็กลดลง / การชื่นชมความพยายามทำให้ IQ ของเด็กสูงขึ้น</li><li>99% ของความสำเร็จมาจากการทุ่มเทและความพยายาม</li></ul>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับสรุปเนื้อหาตอนต่อไป สามารถติดตามต่อได้ที่นี่ครับ <a href="https://karnlab.com/review-mindset-book-2">https://karnlab.com/review-mindset-book-2 </a></p>



<p class="wp-block-paragraph"><br></p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-mindset-book-1/">รีวิวหนังสือ – Mindset ใช้ความคิด เอาชนะโชคชะตา (ตอนที่ 1)</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://karnlab.com/review-mindset-book-1/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิวหนังสือ – One Million ปัญญาหนึ่งถึงร้อยหมื่น</title>
		<link>https://karnlab.com/review-one-million/</link>
					<comments>https://karnlab.com/review-one-million/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 Feb 2019 07:55:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[Books]]></category>
		<category><![CDATA[Million]]></category>
		<category><![CDATA[One]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญาหนึ่งถึงร้อยหมื่น]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิว]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://karnlab.com/?p=2481</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนังสือ One Million ปัญญาหนึ่งถึงร้อยหมื่น เล่มนี้ จะพาคุณเดินทางไปพบกับเรื่องราวการกระทำของคนตัวเล็กหนึ่งคน แต่ด้วยจังหวะเวลาที่เหมาะสมและที่ทางที่ถูกต้อง การกระทำนั้นกลับส่งผลใหญ่ต่อคนนับล้าน หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มที่ 3 (ต่อจาก Past ปัญญาอดีต เล่มที่ 2 และ Future ปัญญาอนาคต เล่มที่ 1) [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-one-million/">รีวิวหนังสือ – One Million ปัญญาหนึ่งถึงร้อยหมื่น</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">หนังสือ One Million ปัญญาหนึ่งถึงร้อยหมื่น เล่มนี้ จะพาคุณเดินทางไปพบกับเรื่องราวการกระทำของคนตัวเล็กหนึ่งคน แต่ด้วยจังหวะเวลาที่เหมาะสมและที่ทางที่ถูกต้อง การกระทำนั้นกลับส่งผลใหญ่ต่อคนนับล้าน</p>



<p class="wp-block-paragraph">หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มที่ 3 (ต่อจาก <a href="https://karnlab.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-past-%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%95/">Past ปัญญาอดีต</a> เล่มที่ 2 และ <a href="https://karnlab.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7-future-%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95/">Future ปัญญาอนาคต</a> เล่มที่ 1) ที่ยังคงเอกลักษณ์การเล่าเรื่องสไตล์คุณ<a href="https://karnlab.com/tag/%e0%b8%a0%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b9%82%e0%b8%8d-%e0%b9%84%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%b2/">ภิญโญ</a>ไว้เหมือนเดิม ด้วยวิธีการเล่าเรื่องที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง การร้อยเรียงเรื่องราวเชื่อมต่อกันอย่างปราณีต และวิธีการเขียนที่มีลีลาเฉพาะตัว จึงทำให้หนังสือเล่มนี้เป็นอีกหนึ่งเล่มที่ไม่ครวพลาดครับ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter is-resized"><img decoding="async" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2019/02/One-Million-ปัญญาหนึ่งถึงร้อยหมื่น-1.jpg" alt="One Million (ปัญญาหนึ่งถึงร้อยหมื่น) 1" class="wp-image-2477" width="500" height="NaN"/><figcaption>One Million (ปัญญาหนึ่งถึงร้อยหมื่น) 1</figcaption></figure></div>



<h2 class="wp-block-heading">เนื้อหาโดยย่อ</h2>



<p class="wp-block-paragraph">หนังสือเล่มนี้หนาประมาณ 300+ หนา แบ่งเนื้อหาออกเป็น 10 บท &#8211; 1 บทนำ 8 บทหลัก 1 บทสรุป &#8211; แต่ทุกบทล้วนเชื่อมต่อกัน เหมือนอ่านเรื่องเล่าเพียงหนึ่งเรื่อง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในช่วงแรก (บทที่ 1-4) คุณภิญโญเล่าถึงเรื่องราวในประวัติศาสตร์ว่า คนตัวเล็กหนึ่งคนสามารถทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ส่งผลต่อคนนักล้านได้อย่างไร</p>



<ul class="wp-block-list"><li>ความกล้าและความบ้าของโคลัมบัส &#8211; เดินเรือข้ามทวีปค้นพบอเมริกาใต้ ก่อให้เกิดยุคสมัยแห่งการล่าอาณานิคม</li><li>ความกล้าและความบ้าของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง &#8211; ลั่นไกปืนสังหารเจ้าชายแห่งออสเตรีย-ฮังการี ก่อให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1</li><li>ความกล้าและความบ้าของฮิตเลอร์ &#8211; จุดระเบิดสงครามและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ก่อให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2</li><li>ความกล้าและความบ้าของสตีฟ จ็อบส์ &#8211; สร้าง Smartphone ให้เป็นที่รู้จัก ก่อให้เกิดวิถีชีวิตของผู้คนในศตวรรษที่ 21</li><li>ความกล้าและความบ้าของอีกหลายคนที่มิได้กล่าวถึง &#8211; ก่อให้เกิดสิ่งต่างๆ บนโลกนี้มากมาย</li></ul>



<figure class="wp-block-image"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="750" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2019/02/One-Million-ปัญญาหนึ่งถึงร้อยหมื่น-2.jpg" alt="One Million (ปัญญาหนึ่งถึงร้อยหมื่น) 2" class="wp-image-2478"/><figcaption>One Million (ปัญญาหนึ่งถึงร้อยหมื่น) 2</figcaption></figure>



<p class="wp-block-paragraph">ในช่วงหลัง (บทที่ 5-8) คุณภิญโญเล่าถึงเรื่องราวที่ต้องการนำเสนอ การเข้าใจตนเอง และ การเข้าใจโลก</p>



<ul class="wp-block-list"><li>จักรวาลภายใน vs จักรวาลภายนอก</li><li>ช่วงเวลามหัศจรรย์ (magical moment)</li><li>จิตไร้สำนึก / การพยากรณ์</li><li>การเชื่อมโยงกันของทุกสรรพสิ่ง</li></ul>



<h2 class="wp-block-heading">ความประทับใจ</h2>



<p class="wp-block-paragraph">หนังสือ One Million ปัญญาหนึ่งถึงร้อยหมื่น เล่มนี้ บอกเล่าเรื่องราวของโลกที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงที่มนุษย์คนหนึ่งสามารถทำในสิ่งที่ไม่น่าเชื่อได้ เราจึงต้องเข้าใจตนเอง เข้าใจผู้อื่น เข้าใจโลก จึงจะสามารถปรับตัวเข้าสู่ยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้จบ ผมนึกถึงสุภาษิตจีนโบราณนี้เลยครับ</p>



<blockquote class="wp-block-quote has-text-align-center is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>千里之行，始于足下<br> หนทางหมื่นลี้ เริ่มต้นที่ก้าวแรก</p></blockquote>



<h2 class="wp-block-heading">รายละเอียดหนังสือ</h2>



<figure class="wp-block-table"><table><tbody><tr><td>ชื่อหนังสือ</td><td>One Million ปัญญาหนึ่งถึงร้อยหมื่น</td></tr><tr><td>ผู้เขียน</td><td>ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา</td></tr><tr><td>สำนักพิมพ์</td><td>Open Books</td></tr><tr><td>ปีที่พิมพ์</td><td>2018</td></tr></tbody></table></figure>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter is-resized"><img decoding="async" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2019/02/One-Million-ปัญญาหนึ่งถึงร้อยหมื่น-3.jpeg" alt="One Million (ปัญญาหนึ่งถึงร้อยหมื่น) 3" class="wp-image-2479" width="500"/><figcaption>One Million (ปัญญาหนึ่งถึงร้อยหมื่น) 3</figcaption></figure></div>



<p class="wp-block-paragraph">หากสนใจหนังสือเล่มนี้ สามารถสั่งซื้อจากร้านนายอินทร์ โดยคลิกที่ <a href="https://click.accesstrade.in.th/adv.php?rk=0006ss00092k&amp;url=https%3A%2F%2Fwww.naiin.com%2Fproduct%2Fdetail%2F233665">Link </a>นี้ได้เลยครับ </p>



<p class="wp-block-paragraph">* ทุกคนสามารถอ่านรีวิวหนังสือ Present ปัญญาจักรวาล ได้ที่ <a href="https://wiki-m.com/book-029">https://wiki-m.com/book-029</a> (รวมถึงรีวิวหนังสือใหม่ๆ จะย้ายไปที่ <a href="https://wiki-m.com">https://wiki-m.com</a> นะครับ)</p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-one-million/">รีวิวหนังสือ – One Million ปัญญาหนึ่งถึงร้อยหมื่น</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://karnlab.com/review-one-million/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิวหนังสือ &#8211; How will you measure your life? (ปัญญาวิชาชีวิต)</title>
		<link>https://karnlab.com/review-how-will-you-measure-your-life/</link>
					<comments>https://karnlab.com/review-how-will-you-measure-your-life/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 15 Feb 2019 02:57:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[Clayton M. Christensen]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Measure]]></category>
		<category><![CDATA[Open Books]]></category>
		<category><![CDATA[ความหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[จุดหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญาวิชาชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิว]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[เป้าหมาย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://karnlab.com/?p=2390</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนังสือ &#8220;ปัญญาวิชาชีวิต&#8221; เล่มนี้ แปลโดย &#8220;ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา&#8221; แปลจากหนังสือต้นฉบับที่มีชื่อว่า &#8220;How will you measure your life?&#8221; เขียนโดย &#8220;Clayton M. Christensen&#8221; จุดประสงค์หลักของหนังสือเล่มนี้ คือ การที่ผู้เขียนได้ตั้งคำถามกับผู้อ่านไว้เพียง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-how-will-you-measure-your-life/">รีวิวหนังสือ &#8211; How will you measure your life? (ปัญญาวิชาชีวิต)</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">หนังสือ &#8220;ปัญญาวิชาชีวิต&#8221; เล่มนี้ แปลโดย &#8220;ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา&#8221; แปลจากหนังสือต้นฉบับที่มีชื่อว่า &#8220;How will you measure your life?&#8221; เขียนโดย &#8220;Clayton M. Christensen&#8221;<br> จุดประสงค์หลักของหนังสือเล่มนี้ คือ การที่ผู้เขียนได้ตั้งคำถามกับผู้อ่านไว้เพียง 3 ข้อ </p>



<ul class="wp-block-list"><li>เป็นคำถามที่เราตอบตัวเอง </li><li>เป็นคำถามที่ไม่มีกำหนดส่งคำตอบ </li><li>แต่… เป็นคำถามที่เราต้องตอบให้ได้ในชีวิตนี้</li></ul>



<p class="wp-block-paragraph">เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้จะช่วยให้เราตอบคำถามเหล่านี้ได้ง่ายขึ้นครับ</p>



<p class="wp-block-paragraph">หนังสือเล่มนี้หนาประมาณ 200+ หน้า ตัวเนื้อหาจริงๆ ที่คุณ Clayton เขียนไว้มีเพียง 80 หน้า แต่คุณภิญโญได้อธิบายเพิ่มเติมไปอีก 90 หน้า รวมบทนำและบทสรุปอีก 30 หน้า &#8211; ผู้อ่านสามารถอ่านเนื้อหาหลักแล้วจึงไปอ่านบทเสริม หรือ จะอ่านเนื้อหาหลักสลับกับบทเสริมก็จะได้อีกอรรถรสในการอ่านครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading">เนื้อหาโดยย่อ</h2>



<p class="wp-block-paragraph">คุณ Clayton เปิดประเด็นด้วยข้อคิดที่น่าสนใจว่า เราควรจะสนใจ How to think? (คิดอย่างไร?) มากกว่า What to think? (คิดอะไร?)<br> จากนั้นคุณ Clayton ได้ถาม &#8220;คำถาม 3 ข้อ&#8221; แก่ผู้อ่าน เป็นคำถามง่ายๆ แต่การที่เราจะตอบให้ได้นั้น มันไม่ง่ายเลย (ซึ่งบางคำถามก็ถึงกับทำให้ผมต้องหยุดคิดพิจารณาเลยทีเดียว</p>



<ul class="wp-block-list"><li>ข้อแรก &#8211; เรามีความสุขกับงานที่ทำอยู่หรือเปล่า?</li><li>ข้อสอง &#8211; เรามีความสุขกับครอบครัวและคู่ชีวิตหรือเปล่า?</li><li>ข้อสาม &#8211; เรามีแนวโน้มว่าจะติดคุก/ต้องโทษหรือเปล่า?</li><li></li></ul>



<p class="wp-block-paragraph">*หมายเหตุ : คำถามในหนังสือไม่ได้เขียนแบบนี้ แต่ผมปรับภาษาเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นครับ</p>



<figure class="wp-block-image"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="750" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2019/02/How-will-you-measure-your-life-ปัญญาวิชาชีวิต-2.jpeg" alt="How will you measure your life - ปัญญาวิชาชีวิต (2)" class="wp-image-2389"/><figcaption>How will you measure your life &#8211; ปัญญาวิชาชีวิต (2)</figcaption></figure>



<p class="wp-block-paragraph">เงินไม่ใช่แรงจูงใจสูงสุดในชีวิต &#8211; (Frederick herzberg กล่าวไว้) &#8211; หากแต่เป็น โอกาสที่จะได้เรียนรู้, ความท้าทายใหม่ๆ, การได้ทำเพื่อผู้อื่น, และ ผู้อื่นชื่นชมผลงานของเรา &#8211; ดังนั้น การได้ทำงานที่มีคุณค่าและมีความหมายมากกว่าเงินตรา จะทำให้เรามีความสุขมากกว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">ใช้เวลากับครอบครัวให้มากขึ้น &#8211; การให้เวลากับครอบครัวเป็นการลงทุนระยะยาวที่เราจะละเลยไม่ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ยึดมั่นในคุณธรรม &#8211; แม้จะทำความดีมาร้อยครั้ง แต่พลาดพลั้งทำชั่วเพียงหนึ่ง ก็อาจจะทำให้ชีวิตต้องพบกับจุดจบอย่างน่าเวทนา</p>



<p class="wp-block-paragraph">จัดสรรทรัพยากรที่มีจำกัด &#8211; เวลา, กำลัง, ปัญญา &#8211; ให้สมดุลและคุ้มค่าที่สุด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้บริหารที่ยิ่งใหญ่ล้วนมีความอ่อนน้อมถ่อมตน และยินดีที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ</p>



<h2 class="wp-block-heading">แนวคิดที่ชอบ</h2>



<p class="wp-block-paragraph">Age of Disruption &#8211; ยุคที่เทคโนโลยีมาพร้อมกับผู้เล่นหน้าใหม่ ที่พร้อมจะเข้ามาทำลายล้างธุรกิจแบบเดิม … เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยสามก๊ก (ประวัติศาสตร์จีน) … เราต้องดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท และเตรียมตัวให้พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ</p>



<p class="wp-block-paragraph">Do What You Love &#8211; การได้ทำงานในสิ่งที่เรารักถือเป็นความสุขอย่างหนึ่งในชีวิต ดังที่ Steve Jobs ได้กล่าวไว้</p>



<figure class="wp-block-image"><img loading="lazy" decoding="async" width="760" height="450" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2019/02/Steve-Jobs-Do-What-You-Love.jpg" alt="" class="wp-image-2391"/></figure>



<h2 class="wp-block-heading">คำคมโดนใจ</h2>



<ul class="wp-block-list"><li>ความปรารถนา/เป้าหมายในชีวิตของเราคืออะไร?</li><li>ถ้าเราใช้เวลาในการค้นหาจุดหมายหรือความปรารถนาในชีวิต เมื่อเรามองย้อนกลับมา เราจะพบว่านี่เป็นวิชาที่สำคัญที่สุดในชีวิต (วิชาค้นพบตนเอง)</li><li>หากปราศจากเป้าหมาย ชีวิตของมนุษย์ย่อมว่างเปล่า</li><li>การตัดสินใจว่าจะจัดสรร เวลา/กำลัง/ปัญญา ของเราไปกับสิ่งใด คือหัวใจสูงสุดของกลยุทธ์การใช้ชีวิต</li><li>การวางตัวเองไว้กับวิธีคิดในอดีต ถือเป็นการกระทำที่ผิดพลาด</li><li>เราต้องค้นให้พบว่าจะยืนหยัดเพื่อหลักการไหน แล้วขีดเส้นให้ชัดลงไป ว่านี่คือเขตปลอดภัยในชีวิต</li><li>ถ้าเราคิดว่ามีแต่คนฉลาดเท่านั้นที่จะเป็นครูของเราได้ โอกาสในการเรียนรู้ของเราจะถูกจำกัดเป็นอย่างมาก</li><li>ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีผู้คนเท่าใด ที่คุณช่วยให้พวกเขาเป็นมนุษย์ที่ดีขึ้น</li><li>ดับไฟต้องทำเมื่อเห็นควัน มิใช่ทำเมื่อไฟลุกไหม้แล้ว</li><li>ไม่ใส่ใจ ไม่ปรับปรุง ไม่เปลี่ยนแปลง เป็นหนทางสู่ความวิบัติทั้งธุรกิจและชีวิต</li><li>การมีแนวคิดและทัศนคติที่ดี ไม่ต่างอะไรกับการมีเข็มทิศ ที่จะช่วยนำทางชีวิตเราไปให้ถึงฝั่ง ในวันที่เราต้องแล่นเรือผ่านมรสุมชีวิต</li><li>เมื่อเกิดวิกฤต จงอย่าถามหาคำตอบจากปราชญ์ หากจงเรียนรู้วิธีคิดจากปราชญ์เหล่านั้น</li><li>เงินไม่ใช่ปัจจัยสูงสุดในการสร้างแรงบันดาลใจให้มนุษย์</li><li>หัวใจสำคัญของกลยุทธ์ คือการวางเป้าหมายใหญ่ แล้วตอบให้ได้ว่า เราจะไปถึงเป้าหมายนั้นได้อย่างไร</li><li>เมื่อจิตใจไม่สงบ ย่อมมิอาจเรียนรู้เรื่องราวที่ลึกซึ้งได้</li><li>ชีวิตมนุษย์เราจะมีความหมาย ก็ต่อเมื่อ เราใช้ชีวิตและทำงานเพื่อให้เกิดประโยชน์และสร้างความสุขให้แก่ผู้อื่น</li><li>ขงจื่อกล่าวไว้ หัวใจของปราชญ์ คือ การฟัง (ฟังแล้วคิด)</li><li>จวงจื่อกล่าวไว้ เราจะพบกับความสุขทันที เมื่อเราหยุดแสดงหาความสุข (รู้จักพอ)</li></ul>



<h2 class="wp-block-heading">สรุป</h2>



<p class="wp-block-paragraph">หนังสือ &#8220;ปัญญาวิชาชีวิต&#8221; เล่มนี้มีราคาแพง (280 บาท) เมื่อเทียบกับจำนวนหน้า (220 หน้า) แต่ผมว่าคุณค่าที่ผู้อ่านจะได้จากหนังสือเล่มนี้นั้น มากกว่ามูลค่าหนังสือเล่มนี้แน่นอนครับ &#8211; หนังสือเล่มนี้ ผมให้ 4 / 5 ดาว (น่าอ่าน)</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่สำหรับใครที่เคยอ่าน <a href="https://karnlab.com/review-managing-oneself/">Managing Oneself (ปัญญางาน จัดการตน)</a> ผลงานของ Peter F. Drucker ที่คุณภิญโญเคยแปลไว้เมื่อปีที่แล้ว จะพลาด How will you measure your life? (ปัญญาวิชาชีวิต) เล่มนี้ไม่ได้ครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading">เพิ่มเติม</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ผมบังเอิญไปเจอคลิปที่คุณ Clayton พูดไว้ในงาน TED x Boston &#8211; ถ้าเพื่อนๆ มีเวลาว่าง ลองไปดูคลิปนี้นะครับ</p>



<figure class="wp-block-embed-youtube wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="How Will You Measure Your Life? Clay Christensen at TEDxBoston" width="1200" height="675" src="https://www.youtube.com/embed/tvos4nORf_Y?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-how-will-you-measure-your-life/">รีวิวหนังสือ &#8211; How will you measure your life? (ปัญญาวิชาชีวิต)</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://karnlab.com/review-how-will-you-measure-your-life/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิวหนังสือ &#8211; Kintsugi : Embrace Your Imperfections and Find Happiness &#8211; the Japanese Way</title>
		<link>https://karnlab.com/review-kintsugi/</link>
					<comments>https://karnlab.com/review-kintsugi/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Feb 2019 09:15:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[Kintsugi]]></category>
		<category><![CDATA[ความทุกข์]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ปรัชญา]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิว]]></category>
		<category><![CDATA[สูญเสีย]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือภาษาอังกฤษ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://karnlab.com/?p=1996</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อดวงใจแตกสลาย&#8230; บนโลกที่แสนโหดร้าย&#8230; เราจะซ่อมเซมดวงใจนี้&#8230; ให้กลับมาใช้งานดังเดิมได้อย่างไร&#8230; นี่คือเรื่องราวที่จะบอกเล่าในหนังสือ Kintsugi เล่มนี้ครับ หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับอะไร แม้ว่าหนังสือเล่มนี้มีชื่อเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่ผู้เขียนเป็นนักจิตวิทยาชาวสเปนครับ ตอนแรกผมคิดว่าหนังสือจะเล่าถึงหลักปรัชญาของชาวญี่ปุ่น แต่จริงๆ แล้วเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของผู้เขียนจากประสบการณ์ในการทำงานรักษาเยียวยาผู้ป่วยโรคซึมเศร้าและผู้คนที่มีปัญหาชีวิต Kintsugi (金継ぎ) คือ การซ่อมแซมถ้วย ชาม จาน และเซรามิกที่แตกแล้ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-kintsugi/">รีวิวหนังสือ &#8211; Kintsugi : Embrace Your Imperfections and Find Happiness &#8211; the Japanese Way</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อดวงใจแตกสลาย&#8230; บนโลกที่แสนโหดร้าย&#8230; เราจะซ่อมเซมดวงใจนี้&#8230; ให้กลับมาใช้งานดังเดิมได้อย่างไร&#8230; นี่คือเรื่องราวที่จะบอกเล่าในหนังสือ Kintsugi เล่มนี้ครับ</p>
<h2>หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับอะไร</h2>
<p>แม้ว่าหนังสือเล่มนี้มีชื่อเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่ผู้เขียนเป็นนักจิตวิทยาชาวสเปนครับ ตอนแรกผมคิดว่าหนังสือจะเล่าถึงหลักปรัชญาของชาวญี่ปุ่น แต่จริงๆ แล้วเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของผู้เขียนจากประสบการณ์ในการทำงานรักษาเยียวยาผู้ป่วยโรคซึมเศร้าและผู้คนที่มีปัญหาชีวิต</p>
<p>Kintsugi (<span class="st">金継ぎ</span>) คือ การซ่อมแซมถ้วย ชาม จาน และเซรามิกที่แตกแล้ว นำมาเชื่อมต่อกันด้วยโลหะหรือทองคำ เพื่อให้จานนั้นกลับมาใช้งานได้ดังเดิม เปรียบได้กับ ดวงใจที่แตกสลายจากความเศร้า ความผิดหวัง ความทุกข์ ฯลฯ เราจะค่อยๆ เก็บชิ้นส่วนดวงใจนั้นมาซ่อมแซมและเชื่อมต่อกันให้ใช้งานได้ดังเดิม (แม้ว่าดวงใจนั้นจะไม่เหมือนเดิมก็ตาม)</p>
<p><figure id="attachment_1995" aria-describedby="caption-attachment-1995" style="width: 600px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-1995" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2019/02/Kintsugi-Book-1.jpg" alt="Kintsugi Book (1)" width="600" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-1995" class="wp-caption-text">Kintsugi Book (1)</figcaption></figure></p>
<h2>เนื้อหาโดยสังเขป</h2>
<p>หนังสือ Kintsugi เล่มนี้มีเนื้อหาเป็นภาษาอังกฤษ หนาประมาณ 270 หน้า มีเนื้อหาแบ่งเป็น 3 ส่วน</p>
<ul>
<li>ส่วนแรก &#8211; ว่าด้วยความทุกข์ การจัดการกับความทุกข์ และชีวิตของเราซ่อมแซมได้</li>
<li>ส่วนที่สอง &#8211; วิเคราะห์ปัญหา เรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้น ซ่อมแซมสิ่งที่เสียหาย</li>
<li>ส่วนที่สาม &#8211; กรณีศึกษาของผู้เขียนที่ได้ให้คำปรึกษากับผู้คนในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สูญเสียงาน สูญเสียความมั่นใจ สูญเสียคนรัก สูญเสียความรัก สูญเสียความหวัง สูญเสียความสุข</li>
</ul>
<p>นอกจากแต่ละบทจะมีสรุปเนื้อหาแล้ว ผมยังชอบเวลาที่ผู้เขียนเล่าถึงการจัดการกับความทุกข์ว่า เราต้องเอาตัวเองออกมาจากปัญหา แล้วมองปัญหาในภาพกว้างเสียก่อน จากนั้นมองปัญหาในมุมมองใหม่ แล้วจึงค่อยๆ ลงมือแก้ไขปัญหา หรือยอมรับและอยู่ร่วมกับปัญหานั้นให้ได้</p>
<p><figure id="attachment_1993" aria-describedby="caption-attachment-1993" style="width: 600px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-1993" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2019/02/Kintsugi-Book-2.jpg" alt="Kintsugi Book (2)" width="600" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-1993" class="wp-caption-text">Kintsugi Book (2)</figcaption></figure></p>
<h2>ความประทับใจ</h2>
<p>หนังสือ Kintsugi เล่มนี้ผมซื้อมาเพราะว่าตอนนั้นผมกำลังอ่านหนังสือ Ikigai อยู่ เลยอยากหาปรัชญาญี่ปุ่นมาอ่านเพิ่มเติม แต่เหมือนว่าหนังสือเล่มนี้จะไม่ใช่หลักปรัชญาญี่ปุ่น แต่หนังสือเล่มนี้ก็ได้นำเสนอแนวคิด เรื่องราว และประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม สำหรับการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและพร้อมรับมือกับความทุกข์ที่จะเข้ามาในชีวิตครับ</p>
<p>หนังสือเล่มนี้ผมให้ 3 / 5 ดาว (น่าอ่านครับ) เนื้อหาดีมาก แต่ว่าภาษาที่ใช้ในหนังสือค่อนข้างอ่านยากครับ กับเนื้อหาในหนังสือเยอะและอัดแน่นมาก ต้องใช้พลังในการอ่านพอสมควรเลยครับ</p>
<p><figure id="attachment_1994" aria-describedby="caption-attachment-1994" style="width: 600px" class="wp-caption alignnone"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-1994" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2019/02/Kintsugi-Book-3.jpg" alt="Kintsugi Book (3)" width="600" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-1994" class="wp-caption-text">Kintsugi Book (3)</figcaption></figure></p>
<h2>รายละเอียดหนังสือ</h2>
<table>
<tbody>
<tr>
<td width="123">ชื่อหนังสือ</td>
<td width="416">Kintsugi : Embrace Your Imperfections and Find Happiness &#8211; the Japanese Way</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ประเภท</td>
<td width="416">หนังสือภาษาอังกฤษ, พัฒนาตนเอง, ปรัชญา</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ผู้เขียน</td>
<td width="416">Tomas Navarro</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">สำนักพิมพ์</td>
<td width="416">Yellow Kite (UK)</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ปีที่พิมพ์</td>
<td width="416">2018</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-kintsugi/">รีวิวหนังสือ &#8211; Kintsugi : Embrace Your Imperfections and Find Happiness &#8211; the Japanese Way</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://karnlab.com/review-kintsugi/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิวหนังสือ – Managing Oneself (ปัญญางาน จัดการตน)</title>
		<link>https://karnlab.com/review-managing-oneself/</link>
					<comments>https://karnlab.com/review-managing-oneself/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Mar 2018 16:19:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[Managing Oneself]]></category>
		<category><![CDATA[Open Books]]></category>
		<category><![CDATA[Peter F. Drucker]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญางาน จัดการตน]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิว]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://karnlab.com/?p=721</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนังสือ Managing Oneself (ปัญญางาน จัดการตน) เล่มนี้ น่าจะเป็นหนังสือที่อ่านจบเร็วที่สุดเล่มหนึ่งของผม แค่ 2 ชั่วโมงก็อ่านจบแล้ว หนังสือ 240 หน้า (เนื้อหาจริงๆ แค่ 160 หน้า อีก 80 หน้าเป็นอารัมภบท*และอรรถาธิบาย**) [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-managing-oneself/">รีวิวหนังสือ – Managing Oneself (ปัญญางาน จัดการตน)</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หนังสือ Managing Oneself (ปัญญางาน จัดการตน) เล่มนี้ น่าจะเป็นหนังสือที่อ่านจบเร็วที่สุดเล่มหนึ่งของผม แค่ 2 ชั่วโมงก็อ่านจบแล้ว หนังสือ 240 หน้า (เนื้อหาจริงๆ แค่ 160 หน้า อีก 80 หน้าเป็นอารัมภบท*และอรรถาธิบาย**) แต่ละหน้าก็มีเนื้อหาแค่ 10-15 บรรทัด และด้วยราคา 280 บาท ซึ่งถือว่าแพงกว่าตั๋วหนังราคาเต็มเสียอีก จนทำให้ผมลังเลที่จะซื้อในตอนแรก</p>
<p>เมื่อผมตัดสินใจซื้อมาอ่านกลับพบว่า คุณค่าของหนังสือเล่มนี้ไม่ได้อยู่ที่ปริมาณและราคาเท่านั้น แต่ทำให้ผมได้ตั้งคำถามกับตัวเอง และได้มีเวลา 2 ชั่วโมงที่ได้ย้อนกลับมามองตัวเองและสิ่งที่กำลังทำอยู่ในตอนนี้</p>
<p>หนังสือเล่มนี้เขียนโดย Peter F. Drucker ปรมาจารย์ด้านการบริหารจัดการ เมื่อปี 1999 (ตีพิมพ์เป็นเล่มในปี 2008) ซึ่งก็นานมากว่า 20 ปีแล้วง แต่ผมสัมผัสได้ว่าหนังสือเล่มนี้เป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดใหม่ๆ ในหนังสือยุค 2000 (ศตวรรษที่ 21) เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน และตอนนี้หนังสือเล่มนี้ก็ถูกแปลและเพิ่มเติมในฉบับภาษาไทยแล้ว</p>
<p>* อารัมภบท (อา-รำ-พะ-บด) = น. คําปรารภ คําเริ่มต้น คํานํา<br />
** อรรถาธิบาย (อัด-ถา-ทิ-บาย) =  น. การขยายความ การอธิบายความ</p>
<p><figure id="attachment_720" aria-describedby="caption-attachment-720" style="width: 300px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-medium wp-image-720" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/03/Peter-F-Drucker-300x248.png" alt="Peter F Drucker" width="300" height="248" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/03/Peter-F-Drucker-300x248.png 300w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/03/Peter-F-Drucker.png 586w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" /><figcaption id="caption-attachment-720" class="wp-caption-text">Peter F Drucker</figcaption></figure></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>เนื้อหาโดยสังเขป</h2>
<p>เสน่ห์ของหนังสือเล่มนี้คือ การตั้งคำถามให้ผู้อ่านได้ตอบตนเอง และได้พิจารณาตนเองว่า เรามีแนวคิดและมีวิธีการทำงานอย่างไร เพื่อที่จะได้พัฒนาตนเองให้ตรงจุด และเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต</p>
<p>หนังสือ Managing Oneself (ปัญญางาน จัดการตน) เล่มนี้ แบ่งเนื้อหาเป็น 5 ส่วน ดังนี้ครับ</p>
<ul>
<li>ส่วนที่ 1 – บทนำ (15 หน้า)</li>
<li>ส่วนที่ 2 – Managing Oneself (เนื้อหาจริงๆ 160 หน้า)</li>
<li>ส่วนที่ 3 – บทสรุป (15 หน้า)</li>
<li>ส่วนที่ 4 – อธิบายเพิ่มเติม / ภาคผนวก (30 หน้า)</li>
<li>ส่วนที่ 5 – Mind Map สรุปเนื้อหา</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h2>คำถามน่าคิดจาก Managing Oneself</h2>
<ol>
<li>อะไรคือจุดแข็งของเรา?</li>
<li>ฉันมีวิธีการทำงานอย่างไร?</li>
<li>ฉันเป็นนักอ่านหรือนักฟัง?</li>
<li>ฉันเรียนรู้อย่างไร? (ฟัง พูด อ่าน เขียน ลงมือทำ จดโน้ต)</li>
<li>ฉันทำงานกับคนได้ดีไหม?</li>
<li>ฉันทำงานเป็นคนตัดสินใจหรือที่ปรึกษา?</li>
<li>ฉันทำงานได้ดีภายใต้แรงกดดันหรือไม่?</li>
<li>คุณค่า(ที่แท้จริง)ของฉันคืออะไร?</li>
<li>ที่ทางของฉันอยู่ที่ไหน?</li>
<li>ฉันควรทุ่มเทให้กับสิ่งใด?</li>
</ol>
<p>สำหรับรายละเอียดของแต่ละคำถาม สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากหนังสือเล่มนี้ครับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>คำคมที่น่าสนใจจากหนังสือเล่มนี้</h2>
<ul>
<li>คนเรานั้นสร้างผลงานจากจุดแข็งเท่านั้น เราไม่สามารถสร้างผลงานจากจุดอ่อนของเราได้</li>
<li>การหลงในอวิชชา (ความไม่รู้) คือการทำลายตนเอง</li>
<li>ฉันทำงานอย่างไรอาจเป็นคำถามที่สำคัญกว่าจุดแข็งของฉันอยู่ตรงไหน</li>
<li>คนเราทำงานสำเร็จด้วยดีเพราะได้ทำในสิ่งที่ชอบฉันใด คนเราย่อมต้องการทำงานในวิธีการที่ตนเองถนัดที่สุดฉันนั้น</li>
<li>การไม่นำความรู้ไปสู่การปฏิบัติคือหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการไร้ผลงาน</li>
<li>ข้อสรุปที่ควรค่าแก่การตอกย้ำ คือ อย่าพยายามเปลี่ยนตนเอง</li>
<li>แผนการนั้นไม่ควรยาวนานกว่า 18 เดือน และต้องชัดเจนสมเหตุสมผล</li>
<li>ที่ใดมีความสำเร็จ ที่นั่นย่อมมีความล้มเหลว</li>
<li>(และอื่นๆ อีกมากมาย)</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h2>ความประทับใจกับหนังสือเล่มนี้</h2>
<p>หนังสือ Managing Oneself (ปัญญางาน จัดการตน) เล่มนี้ แม้จะเป็นหนังสือเล่มเล็กที่อ่านจบภายใน 2 ชั่วโมง แต่ผมเชื่อว่าจะเป็น 2 ชั่วโมงทำให้คุณผู้อ่านได้ใช้เวลาทบทวนตนเองอย่างอีกครั้ง และสร้างตัวตนใหม่เพื่อพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในโลกศตวรรษที่ 21 นี้ครับ</p>
<p>คะแนน 9 / 10</p>
<p>ปล. ส่วนตัวคิดว่าหนังสือเล่มนี้สามารถลดหน้าหนังสือ ทำให้บางกว่านี้ และราคาถูกกว่านี้ได้ครับ ส่วนตัวอยากให้หนังสือดีๆ แบบนี้สามารถหาซื้ออ่านได้ง่ายในราคาไม่แพงครับ ถ้าราคาลดลงมาเหลือประมาณ 200 บาท จะดีมากเลยครับ</p>
<p><figure id="attachment_719" aria-describedby="caption-attachment-719" style="width: 225px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-medium wp-image-719" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/03/Managing-Oneself-ปัญญางาน-จัดการตน-225x300.jpg" alt="Managing Oneself ปัญญางาน จัดการตน" width="225" height="300" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/03/Managing-Oneself-ปัญญางาน-จัดการตน-225x300.jpg 225w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/03/Managing-Oneself-ปัญญางาน-จัดการตน.jpg 750w" sizes="auto, (max-width: 225px) 100vw, 225px" /><figcaption id="caption-attachment-719" class="wp-caption-text">Managing Oneself ปัญญางาน จัดการตน</figcaption></figure></p>
<h2>รายละเอียดหนังสือ</h2>
<table>
<tbody>
<tr>
<td width="123">ชื่อหนังสือ</td>
<td width="416">Managing Oneself (ปัญญางาน จัดการตน)</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ผู้เขียน</td>
<td width="416">Peter F. Drucker</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ผู้แปล</td>
<td width="416">ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">สำนักพิมพ์</td>
<td width="416">Open Books</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ปีที่พิมพ์</td>
<td width="416">ต้นฉบับ 2008 (Harward Business School Publishing)</p>
<p>แปลไทย 2017 (Open Books)</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-managing-oneself/">รีวิวหนังสือ – Managing Oneself (ปัญญางาน จัดการตน)</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://karnlab.com/review-managing-oneself/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รีวิวหนังสือ – Start with Why (ทำไมต้องเริ่มด้วย “ทำไม”)</title>
		<link>https://karnlab.com/review-start-with-why/</link>
					<comments>https://karnlab.com/review-start-with-why/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Mar 2018 17:18:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[รีวิวหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[Simon Sinek]]></category>
		<category><![CDATA[Start with Why]]></category>
		<category><![CDATA[WE Learn]]></category>
		<category><![CDATA[ทำไม]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิว]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[เริ่มต้น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://karnlab.com/?p=656</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนังสือ Start with Why เล่มนี้ นำเสนอแนวคิดที่ว่า เราควรตั้งคำถามด้วยจุดมุ่งหมายเสียก่อน (ทำไม?) แล้วจึงคิดถึงวิธีการเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมาย (อย่างไร? และ อะไร?) หนังสือเล่มนี้เล่าถึง พี่น้องตระกูลไรท์ ผู้ที่สามารถสร้างเครื่องบินได้สำเร็จเป็นทีมแรก ทั้งๆ ที่ทั้งคู่ก็ไม่ได้มีทรัพยากรอะไรมากมาย แต่พวกเขามีความฝันที่แน่นแน่ว่าวันหนึ่งมนุษย์จะบินได้ หนังสือเล่มนี้เล่าถึง สตีฟ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-start-with-why/">รีวิวหนังสือ – Start with Why (ทำไมต้องเริ่มด้วย “ทำไม”)</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หนังสือ Start with Why เล่มนี้ นำเสนอแนวคิดที่ว่า เราควรตั้งคำถามด้วยจุดมุ่งหมายเสียก่อน (ทำไม?) แล้วจึงคิดถึงวิธีการเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมาย (อย่างไร? และ อะไร?)</p>
<p>หนังสือเล่มนี้เล่าถึง พี่น้องตระกูลไรท์ ผู้ที่สามารถสร้างเครื่องบินได้สำเร็จเป็นทีมแรก ทั้งๆ ที่ทั้งคู่ก็ไม่ได้มีทรัพยากรอะไรมากมาย แต่พวกเขามีความฝันที่แน่นแน่ว่าวันหนึ่งมนุษย์จะบินได้</p>
<p>หนังสือเล่มนี้เล่าถึง สตีฟ จ็อบส์ และ สตีฟ วอซเนียก ที่เรารู้จักกันในฐานะผู้ก่อตั้งบริษัท Apple (เจ้าของ MacBook, iPhone, etc.) ทั้งคู่เชื่อในความแตกต่างและต้องการจะปฏิวัติสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน (หนังสือเล่มนี้จะยกกรณีตัวอย่างของแอปเปิลค่อนข้างบ่อยทีเดียว)</p>
<p>หนังสือเล่มนี้เล่าถึง บิล เกตต์ ผู้พัฒนาโปรแกรม Windows, Office เจ้าของบริษัท Microsoft ผู้ที่เชื่อว่าคนทั่วไปก็สามารถมีประสิทธิภาพในการทำงานเทียบเท่ากับองค์กรใหญ่ๆ ได้ด้วยซอฟท์แวร์ที่เขาเป็นผู้พัฒนา</p>
<p>หนังสือเล่มนี้เล่าถึง มาร์ติน ลูเธอร์ คิง นักต่อสู้เพื่อสิทธิพลเมืองและความเท่าเทียมของคนผิวสีในอเมริกา ผู้ฝันถึงสังคมที่มีความเท่าเทียมกันของคนทุกเชื้อชาติ</p>
<p>หนังสือเล่มนี้เล่าถึง สายการบินเซาท์เวสต์ที่เป็นผู้บุกเบิกสายการบินราคาประหยัดในอเมริกา ในยุคการเดินทางด้วยเครื่องบินเป็นสิ่งที่คนทั่วไปเกินกว่าจะไขว่คว้า (ราคาแพงมาก)</p>
<p>หากคุณอยากรู้ว่าความสำคัญของจุดมุ่งหมายหรือการถามตัวเองว่า “ทำไม” นั้นสำคัญอย่างไร? สามารถหาคำตอบได้จากหนังสือเล่มนี้ครับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>เนื้อหาโดยสังเขป</h2>
<p>หนังสือ Start with Why เล่มนี้ มีทั้งหมด 262 หน้า แบ่งเป็น 14 บท (6 ส่วน) ดังนี้ครับ</p>
<ul>
<li>บทนำ: ทำไมต้องเริ่มด้วยการถามว่าทำไม</li>
<li>ส่วนที่ 1 – โลกที่ไม่ได้เริ่มต้นจากการถามว่าทำไม
<ul>
<li>บทที่ 1 – ข้อสรุป</li>
<li>บทที่ 2 – รางวัลและการลงโทษ</li>
</ul>
</li>
<li>ส่วนที่ 2 – ทางเลือกอื่น
<ul>
<li>บทที่ 3 – ทำไมฮอนด้าถึงเจ๋งกว่าเฟอร์รารี่</li>
<li>บทที่ 4 – ทำไมเราถึงไม่ค่อยใช้เหตุผลในการตัดสินใจ</li>
<li>บทที่ 5 – ทำไมการทำธุรกิจถึงเหมือนกับการออกเดต</li>
</ul>
</li>
<li>ส่วนที่ 3 – ผู้นำต้องมีผู้ตาม
<ul>
<li>บทที่ 6 – ทำไมต้องสร้างความเชื่อใจ</li>
<li>บทที่ 7 – ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงเอาใจยากนัก</li>
</ul>
</li>
<li>ส่วนที่ 4 – หาแนวร่วม
<ul>
<li>บทที่ 8 – ทำไมคนเดียวถึงหัวหาย</li>
<li>บทที่ 9 – ทำไมแอปเปิลถึงแตกต่าง</li>
<li>บทที่ 10 – ทำไมคนถึงสักรูปโลโก้ของฮาร์เลย์-เดวิดสัน</li>
</ul>
</li>
<li>ส่วนที่ 5 – ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือความสำเร็จ
<ul>
<li>บทที่ 11 – ทำไมวอลมาร์ตถึงตกสวรรค์</li>
<li>บทที่ 12 – ทำไมความสำเร็จถึงไม่ใช่เรื่องดีอย่างที่คิด</li>
</ul>
</li>
<li>ส่วนที่ 6 – โลกที่เริ่มต้นจากการถามว่าทำไม
<ul>
<li>บทที่ 13 – จุดมุ่งหมายมาจากไหน</li>
<li>บทที่ 14 – การแข่งขันครั้งใหม่</li>
</ul>
</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h2>แนวคิดที่น่าสนใจจากหนังสือเล่มนี้</h2>
<p>หนังสือเล่มนี้ได้นำเสนอ 2 ทฤษฎีที่น่าสนใจ คือ</p>
<p>ทฤษฎีวงแหวนทองคำ (Golden Circle) กล่าวว่า เวลาเราจะทำอะไรควรเริ่มด้วยจากการตั้งคำถามว่าทำไม? (จุดมุ่งหมาย) จากนั้นค่อยคิดว่าจะทำให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างไร? (วิธีการ) และต้องทำอะไรบ้าง? (สิ่งที่ต้องทำ)</p>
<p><figure id="attachment_657" aria-describedby="caption-attachment-657" style="width: 296px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-medium wp-image-657" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/03/Start-with-Why-–-Golden-Circle-296x300.png" alt="Start with Why – Golden Circle" width="296" height="300" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/03/Start-with-Why-–-Golden-Circle-296x300.png 296w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/03/Start-with-Why-–-Golden-Circle.png 673w" sizes="auto, (max-width: 296px) 100vw, 296px" /><figcaption id="caption-attachment-657" class="wp-caption-text">Start with Why – Golden Circle</figcaption></figure></p>
<p>การทดสอบขึ้นฉ่าย (Celery Test) [ผมชอบเรื่องนี้มาก] เรื่องมีอยู่ว่า ในงานสัมมนาแห่งหนึ่ง คุณได้พบกับนักธุรกิจมากมาย</p>
<ul>
<li>คนที่ 1 บอกว่า ตอนนี้ M&amp;M กำลังขายดี</li>
<li>คนที่ 2 บอกว่า ตอนนี้ Oreo กำลังขายดี</li>
<li>คนที่ 3 บอกว่า ตอนนี้ เค้ก กำลังขายดี</li>
<li>คนที่ 4 บอกว่า ตอนนี้ น้ำเต้าหู้ กำลังขายดี</li>
<li>คนที่ 5 บอกว่า ตอนนี้ ผักขึ้นฉ่าย กำลังขายดี</li>
</ul>
<p>เมื่อคุณไปที่ Supermarket คุณก็เลยซื้อทุกอย่างที่ทุกคนบอกว่าดี เมื่อชำระเงินแต่ละคนที่มองคุณไม่มีทางรู้เลยว่าคุณมีจุดยืนอย่างไร?</p>
<p>แต่ถ้าคุณมีความตั้งใจว่าจะซื้อของที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเท่านั้น คราวนี้ในตะกร้าของคุณก็จะมีแค่ น้ำเต้าหู้ และ ผักขึ้นฉ่าย คราวนี้คนอื่นๆ เมื่อเห็นตะกร้าของคุณก็จะรู้ได้ทันทีเลยว่า คุณเป็นคนรักสุขภาพ</p>
<p>เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เวลาที่เราทำอะไรแล้วมีจุดมุ่งหมาย การตัดสินใจจะง่ายขึ้นเยอะเลยครับ</p>
<p><figure id="attachment_658" aria-describedby="caption-attachment-658" style="width: 300px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-medium wp-image-658" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/03/Start-with-Why-–-Celery-Test-300x200.jpg" alt="Start with Why – Celery Test" width="300" height="200" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/03/Start-with-Why-–-Celery-Test-300x200.jpg 300w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/03/Start-with-Why-–-Celery-Test.jpg 600w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" /><figcaption id="caption-attachment-658" class="wp-caption-text">Start with Why – Celery Test</figcaption></figure></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>ความประทับใจกับหนังสือเล่มนี้</h2>
<p>หนังสือ Start with Why เป็นหนังสือที่นำเสนอแนวคิด ให้เราเริ่มการตั้งคำถามจาก ทำไม? อย่างไร? อะไร? ได้ดีมากครับ แต่เนื้อหาในหนังสือค่อนข้างอัดแน่นไปหน่อย อ่านไปนานๆ อาจจะเบื่อและเหนื่อยได้</p>
<p>แต่หากใครกำลังต้องการพัฒนาตนเอง อยากทำอะไรด้วยวิธีที่จะบรรลุเป้าหมายได้มากขึ้น โดยเฉพาะใครที่มีไอเดียจะสร้างธุรกิจ จะพลาดหนังสือเล่มนี้ไม่ได้ครับ</p>
<p>คะแนน 9 / 10</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>รายละเอียดหนังสือ</h2>
<table>
<tbody>
<tr>
<td width="123">ชื่อหนังสือ</td>
<td width="416">Start with Why (ทำไมต้องเริ่มด้วย “ทำไม”)</p>
<p>** ตีพิมพ์ครั้งแรกในชื่อ “ตั้งคำถามเพียง 1 ข้อ ก็พลิกจากตามขึ้นมานำ”</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ผู้เขียน</td>
<td width="416">Simon Sinek</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ผู้แปล</td>
<td width="416">วิญญู กิ่งหิรัญวัฒนา</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">สำนักพิมพ์</td>
<td width="416">WE Learn (วีเลิร์น)</td>
</tr>
<tr>
<td width="123">ปีที่พิมพ์</td>
<td width="416">ต้นฉบับ 2009</p>
<p>แปลไทย 2015, 2017</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<p><figure id="attachment_651" aria-describedby="caption-attachment-651" style="width: 225px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-medium wp-image-651" src="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/03/Start-with-Why-–-ทำไมต้องเริ่มด้วยทำไม-225x300.jpg" alt="Start with Why – ทำไมต้องเริ่มด้วยทำไม" width="225" height="300" srcset="https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/03/Start-with-Why-–-ทำไมต้องเริ่มด้วยทำไม-225x300.jpg 225w, https://karnlab.com/wp-content/uploads/2018/03/Start-with-Why-–-ทำไมต้องเริ่มด้วยทำไม.jpg 750w" sizes="auto, (max-width: 225px) 100vw, 225px" /><figcaption id="caption-attachment-651" class="wp-caption-text">Start with Why – ทำไมต้องเริ่มด้วยทำไม</figcaption></figure></p>
<p>** เคยซื้อหนังสือเล่มหนึ่งจากสำนักพิมพ์ WE Learn (วีเลิร์น) ชื่อหนังสือ <a href="https://karnlab.com/review-rework/">Rework (ยกเครื่องความคิด)</a> เมื่อนานมาแล้ว</p>
<p>คราวนี้พอสำนักพิมพ์พิมพ์เล่มวางขายใหม่ แต่เปลี่ยนชื่อไทยเป็น Rework (จงทิ้งทุกอย่างที่คุณรู้ก่อนเริ่มทำธุรกิจ) ผมก็นึกว่าเป็นคนละเล่มกัน พอถึงบ้านกลับมาเทียบกับเล่มเก่า เนื้อหาข้างในเหมือนกันเลยครับ T^T</p>
<p>เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าถ้าจะซื้อหนังสือแปลไทย ให้สังเกตชื่อต้นฉบับจะดีที่สุดครับ เพราะชื่อไทยตีพิมพ์แต่ละครั้งอาจจะไม่เหมือนกันก็ได้ (จะได้ไม่พลาดเหมือนผมอีก)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a href="https://karnlab.com/review-start-with-why/">รีวิวหนังสือ – Start with Why (ทำไมต้องเริ่มด้วย “ทำไม”)</a> appeared first on <a href="https://karnlab.com">KarnLab</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://karnlab.com/review-start-with-why/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>

<!--
Performance optimized by W3 Total Cache. Learn more: https://www.boldgrid.com/w3-total-cache/?utm_source=w3tc&utm_medium=footer_comment&utm_campaign=free_plugin

Page Caching using Disk: Enhanced 

Served from: karnlab.com @ 2026-07-12 02:27:38 by W3 Total Cache
-->