ท่องเที่ยว

บรรยากาศงาน Startup Thailand 2018

เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วผมได้มีโอกาสไปเดินเล่นงาน Startup Thailand 2018 ที่ศูนย์สิริกิติ์ฯ กับเพื่อนๆ ก็เลยเก็บตกเรื่องราวมาฝากกันครับ

ผมเห็นประชาสัมพันธ์งานนี้บน Facebook ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมแล้วครับ เมื่อเช็คตารางแล้วน่าจะว่าง ก็เลยลงทะเบียนเข้างานผ่าน ZipEvent ซึ่งก็สะดวกดีครับ เมื่อกรอกข้อมูลเสร็จเราก็จะได้ QR Code ไว้ใช้สำหรับเข้างาน

สำหรับการเดินทาง งานจัดที่ศูนย์สิริกิติ์ฯ ทำให้การเดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT (แอบห่วงเหมือนกันว่างานที่จัดที่ศูนย์สิริกิติ์ฯ เป็นประจำ ช่วงที่ปิดปรับปรุง 3 ปีจะเป็นอย่างไร?)

เมื่อหน้าถึงหน้างานก็นำ QR Code ทีได้ผ่านสแกนเข้างาน สะดวกมากเลยครับ เมื่อเจอหน้าเพื่อนๆ แล้วก็ตะลุยเข้างานกันเลย Let’s go!

Startup Thailand 2018 Universe
Startup Thailand 2018 Universe

บรรยากาศในงาน

ในงานเราจะพบว่ามีบริษัทใหญ่ๆ มาตั้งบูธเพียบเลย ที่ผมสังเกตอย่างหนึ่งคือบริษัทใหญ่ๆ ที่มีเงินเยอะๆ ก็จะนำเงินที่มีบางส่วนมาลงทุนกับบริษัท Startup ซึ่งผมว่าเป็นเรื่องที่ดีนะครับ เงินจำนวนเล็กน้อยของบริษัทใหญ่อาจจะมีค่ามากสำหรับ Startup เลย นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมนวัตกรรมใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในไทยด้วยครับ

Startup Thailand 2018 (1)
Startup Thailand 2018 (1)

ในงานนอกจากจะมีบูธของบริษัท Startup ในไทยแล้ว ยังมีบริษัท Startup จากประเทศต่างๆ มาร่วมตั้งบูธด้วย ทั้งจากยุโรป จีน ญี่ปุ่น อาเซียน ฯลฯ มีการแข่งขัน Hackathon พัฒนา/นำเสนอแนวคิด/ไอเดียใหม่ๆ ที่น่าสนใจ และยังมีส่วนจัดแสดงผลงานของนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ด้วย

Startup Thailand 2018 (5)
Startup Thailand 2018 (5)

ที่สะดุดตาอย่างหนึ่งคือบอร์ดรับสมัครงานยุค 4.0 ที่เต็มไปด้วย QR Code นี่แหละครับ ใครสนใจสมัครงานกับบริษัทไหนก็สแกนเข้าไปดูรายละเอียดได้เลย นอกจากนี้ผมเห็นว่ายังมีบูธที่ให้เราไปนำเสนอไอเดียกับ Mentor เพื่อช่วยกันปรับปรุงแนวคิด/ไอเดียให้ดีขึ้นด้วย

Startup Thailand 2018 (2)
Startup Thailand 2018 (2)
Startup Thailand 2018 (3)
Startup Thailand 2018 (3)

Startup / Application ที่น่าสนใจ

ผ่านไปแถวบูธ KBank ก็เจอกับตู้กดน้ำ (น่าจะของบุญเติมนะครับ) ซึ่งความพิเศษอยู่ที่ตู้นี้รับเงินผ่าน QR Payment ได้ด้วยนะเออ ผมและเพื่อนๆ ก็เลยลองซื้อน้ำผ่าน QR Payment จากทั้ง 3 แอพเลยครับ (K-PLUS, SCB EASY, Bualuang-M) ผมว่าทั้ง 3 แอพได้ผล real-time เลยครับ คือ เมื่อจ่ายเงินเสร็จก็ได้น้ำมาดื่มทันทีเลย ผมมองว่าในอนาคต QR Payment จะเป็นการจ่ายเงินหลักในยุค Cashless Society ครับ (สังคมไร้เงินสด)

ตู้กดน้ำบุญเติม QR Payment
ตู้กดน้ำบุญเติม QR Payment

(ไม่ได้ถ่ายรูปตู้บุญเติมที่งานมา เลยขอเอารูปจากเว็บบุญเติมมาแปะนะครับ หน้าตาเจ้าตู้กดน้ำก็ประมาณนี้แหละครับ – จำได้ว่าแถวสถานีรถไฟฟ้า BTS สยามและศาลาแดง ก็มีตู้กดน้ำหน้าตาคล้ายๆ กันอยู่เหมือน แต่น่าจะคนละเจ้าของครับ)

จากนั้นพวกผมก็เดินไปยังบูธต่างๆ มาสะดุดตาเข้ากับแอพ Pastel Keyboard ด้วยความสงสัยว่าทำไมลายคีย์บอร์ด(ในมือถือ)มันมุ้งมิ้งจังก็เลยไปถามพี่ที่บูธ ก็ได้ความว่านี่เป็นแอพโหลดฟรี แค่โหลดมาก็จะได้ลายคีย์บอร์ดสวยๆ มาใช้ ถ้าอยากได้ลายการ์ตูนอาจต้องเสียเงินเพิ่ม นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์เครื่องคิดเลขในคีย์บอร์ดด้วย ซึ่งน่าจะเหมาะกับพ่อค้า/แม่ค้าออนไลน์มากๆ

Pastel Keyboard
Pastel Keyboard

บูธใกล้ๆ กันก็ได้พบกับแอพ OOCA ซึ่งเป็นแอพให้บริการปรึกษานักจิตวิทยา/จิตแพทย์ผ่านทางโทรศัพท์ได้เลย โดยค่าบริการอยู่ที่ 500-1000 บาทต่อครั้ง เราสามารถเข้าไปในแอพแล้วเลือกนักจิตวิทยา/จิตแพทย์ที่ต้องการได้เลย สามารถนัดเวลา/ปรึกษาทันทีเลยก็ได้ ผมว่าแอพนี้มีประโยชน์กับคนที่เครียด/มีปัญหากับชีวิตมากๆ สำหรับข้อมูลส่วนตัวจะถูกปกปิดเป็นความลับ (เราสามารถใช้นามสมมุติโทรไปปรึกษาก็ได้)

OOCA App
OOCA App

ต่อไปเป็นแอพดีลออนไลน์ชื่อว่า Socialgiver ความพิเศษอยู่ที่นอกจากเราจะได้ของราคาถูกแล้ว กำไรที่บริษัทได้จะนำไปช่วยเหลือมูลนิธิต่างๆ เรียกได้ว่านอกจากได้ของถูกแล้ว ยังได้ทำบุญอีกด้วยนะ (เหมือนว่าในเว็บนี้จะมีตั๋วเมเจอร์ 100 บาท ด้วยนะ แต่ว่าใช้ดูหนังที่เพิ่งเข้าสัปดาห์แรกไม่ได้)

SocialGiver App
SocialGiver App

ต่อไปเป็นร้านขายแว่นออนไลน์ชื่อว่า GLAZZIQ ซึ่งเมื่อเราสั่งซื้อออนไลน์เสร็จ จะส่งแว่นที่เราต้องการมาให้ที่บ้านเลย (สามารถสั่งมาลองได้ 3 แบบ ไม่ชอบอันไหนให้เอาไปคืนที่เซเว่นใกล้บ้านได้) ผมว่าถ้าเป็นแว่นแฟชันมันก็น่าสนใจอยู่นะ แต่ถ้าเป็นแว่นสายตาสุดท้ายก็ต้องไปวัดสายตาที่ร้าน”หอแว่น”ก่อน ซึ่งผมว่าถ้าอยากได้แว่นสายตาไปสั่งตัดที่ร้าน”หอแว่น”เลยน่าจะดีกว่า

GLAZZIQ
GLAZZIQ

เมื่อไปอีกโซนก็พบกับ ConvoLab เป็นบริการ Chat Bot ไว้สำหรับ สอบถามข้อมูล จองร้านอาหาร สอบถามโปรโมชัน ซึ่งผมมองว่า Chat Bot เป็นอะไรที่ใหม่ในไทย มันคือการใช้ Bot แทนคน ในการพูดคุยกับคนเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ซึ่งก็คงต้องดูกันต่อไปว่าในระยะยาวจะได้รับความนิยมมากน้อยแค่ไหน?

ConvoLab App
ConvoLab App

สุดท้ายที่ผมเป็นเดินดูกับเพื่อนๆ เป็นแอพด้านการเงินที่เราน่าจะรู้จักกันดีอย่าง Finnomena, Refinn, StockRadar, etc. (เท่าที่แอบส่อง ไม่เห็นพี่เม่าตัวจริงอ่า อดขอลายเซ็นเลย 555)

Startup Thailand 2018 (6)
Startup Thailand 2018 (6)

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *